Driver Notebook

30.4.52

Notebook เลือกซื้ออย่างไรให้ถูกใจและคุ้มค่า

เราคงไม่สามารถระบุได้ว่าคุณจะต้องซื้อเครื่องรุ่นนี้ ยี่ห้อนั้น ในราคาเท่านั้นเท่านี้ เพราะมันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับจิตใจและความต้องการ รวมทั้งความชื่นชอบของแต่ละบุคคล เพราะในความเป็นจริงแล้วคุณเองต่างหากที่จะต้องเป็นผู้ที่ตัดสินใจในการเลือกซื้อ

ข้อมูลต่างๆ ที่จะนำเสนอนี้ ถือว่าเป็นประเด็นที่สำคัญที่ไม่ควรจะมองข้ามในการเลือกซื้อโน้ตบุ๊ก เราอยากที่จะให้คุณ ได้คิดอย่างรอบคอบ ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกซื้อโน้ตบุ๊กสักเครื่อง เพราะสามารถจะอัปเกรดได้แค่การเพิ่มแรม เพิ่มความจุฮาร์ดดิสก์ เปลี่ยนซีดีรอม แต่ไม่สามารถเปลี่ยนซีพียู หรือองค์ประกอบอื่นๆ ได้ เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นเครื่องที่ได้ถูกออกแบบมา ให้สามารถที่จะเปลี่ยนซีพียูได้ แต่อาจจะต้องแลกมาด้วยราคาที่สูงขึ้นตามไปด้วย

1. ความเร็วในการทำงาน ควรใช้ซีพียูจากอินเทล เช่น Core 2 DUO ซึ่งประสิทธิภาพสามารถที่จะทำงานได้เท่ากับเครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ และระดับความเร็วของซีพียูก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะเป็นตัวกำหนดราคาของโน้ตบุ๊ก ถ้ามีทุนทรัพย์ที่เพียงพอก็น่าจะใช้ที่ความเร็วที่ 2GHz ขึ้นไป แต่อย่างน้อยก็ไม่ควรจะต่ำกว่า 1.6GHz

2. หน่วยความจำ
โน้ตบุ๊กในยุคปัจจุบันได้ถูกพัฒนาขีดความสามารถให้อัปเกรดได้พอสมควร แต่ต้องดูก่อนว่าโน้ตบุ๊กรุ่นนั้นๆ มีจำนวนช่องสำหรับเสียบหน่วยความจำกี่ช่อง และแต่ละช่องสามารถรองรับขนาดของหน่วยความจำได้มากที่สุดเท่าไร ซึ่งโน้ตบุ๊กควรมีหน่วยความจำอย่างน้อย 512MB เพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการใช้งาน

3. จอภาพ
ในการเลือกนั้น คุณควรจะมองหาโน้ตบุ๊กที่มีจอภาพเป็นแบบ Active Matrix Display ทำให้ได้ภาพที่คมชัดและสว่างกว่า คุณไม่ควรที่จะจับหน้าจอภาพ ถ้าต้องการที่จะทำความสะอาดก็เพียงเช็ดเบาๆ ด้วยผ้าที่สะอาดและนุ่ม และไม่ควรใช้ของเหลวใดๆ เช็ดเลย ถ้าจะให้เลือกขนาดของจอภาพก็น่าจะดูที่ระดับขนาด 14 นิ้ว เพราะจะให้ความสบายกว่าจอขนาดเล็ก แต่ถ้าต้องการความยิ่งใหญ่ก็ต้อง 17 นิ้ว ซึ่งคุณก็จะต้องจ่ายแพงกว่าตามไปด้วย

4. อุปกรณ์สื่อสารข้อมูล
ควรมีอุปกรณ์ในการสื่อสารข้อมูลได้แก่ Modem หรือ LAN หรือ Wireless LAN ติดตั้งมาให้ด้วย

5. ระบบเสียง
ระบบเสียง Sound Build in ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้สามารถดูหนังฟังเพลงได้ แต่ระบบเสียงจากลำโพงโน้ตบุ๊กที่ทำออกมาไม่ค่อยจะสู้ดีนัก ทางที่ดีที่สุดคือ คุณจะต้องหาโน้ตบุ๊กที่มีลำโพงอยู่ในตำแหน่งที่ไม่โดนมือของคุณบังไว้ เช่นด้านข้างจองจอภาพจะส่งเสียงสู่ผู้ใช้ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งคุณควรจะทอลองใช้งานก่อนที่จะซื้อ

6. คีย์บอร์ด
ควรเลือกโน้ตบุ๊กที่มีคีย์บอร์ดคล้ายกับเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ปุ่มที่ใช้งานบ่อยๆ อย่าง Insert Delete Home ควรจะอยู่ในตำแหน่งที่ด้านขวา ก่อนซื้อคุณก็ลองวางมือแล้วพิมพ์ข้อความต่างๆ ดูว่าใช้งานได้คล่องถนัดมือหรือไม่

7. อุปกรณ์ชี้ตำแหน่ง
สำหรับโน้ตบุ๊ก อุปกรณ์ชี้ตำแหน่งมันก็คือส่วนที่จะทำหน้าที่แทนเมาส์นั่นเอง แบบแรกก็จะเป็นเหมือน “แทร็กบอล” โดยจะมีลูกกลิ้งโผล่ขึ้นมาตรงกลางที่วางมือ เพื่อให้คุณได้ใช้นิ้วหัวแม่มือกลิ้งไปกลิ้งมา เพื่อทำการควบคุมตำแหน่งของเคอร์เซอร์
แบบที่สองก็จะเป็นแบบที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือ “ทัชเพด” ส่วนมากจะถูกวางในตำแหน่งตรงกลางเยื่องไปทางซ้ายของด้านล่างของคีย์บอร์ด ซึ่งจะเป็นแผ่นเรียบๆ ที่ให้เราใช้นิ้วมือลากไปลากมาบนแผ่นทัชเพด ซึ่งก็สามารถที่จะควบคุมตำแหน่งของเคอร์เซอร์ได้
แบบที่ไม่ได้เห็นกันมากคือ "พอยน์เตอร์สติ๊ก" มันจะมีลักษณะเป็นแท่งเล็กๆ ตรงกลางคีย์บอร์ดของโน้ตบุ๊ก วิธีการใช้งานก็คือใช้นิ้วดันมันไปในทิศทางต่างๆ ที่ต้องการ
ถ้าให้สะดวกมากที่สุดควรเลือกใช้เมาส์เสียบเข้ากับพอร์ต USB ของโน้ตบุ๊ก

8. อายุการใช้งานของแบตเตอรี่
ควรตรวจสอบ Power Supply หรือทรัพยากรพลังงานของคุณอยู่เป็นประจำ ซึ่งสามารถทำได้โดยดูไอคอนแสดงแบตเตอรี่ที่อยู่แถวทาส์กบาร์ของวินโดวส์ เพราะโน้ตบุ๊กบางรุ่นไม่มีเสียงเตือนเมื่อแบตเตอรี่กำลังจะหมด มันจะดับไปเฉยๆ ส่วนใหญ่ Notebook เกือบทุกรุ่นจะใช้แบตเตอรี่ในกลุ่มของ Lithium-ion ซึ่งจะสามารถชาร์ตใช้งานกันได้ต่อเนื่องเลยทันที ไม่ต้องรอให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยงแต่อย่างใด

9. พอร์ตแบบ USB
โน้ตบุ๊กควรมีพอร์ตแบบ USB อย่างน้อย 2 พอร์ตขึ้นไป เพื่อให้สะดวกต่อการใช้งาน

10. บริการหลังการขาย
สิ่งที่จะต้องคำนึงถึงและขาดไม่ได้คือ "การรับประกัน" การรับประกันที่ดีคือ การรับประกันชิ้นส่วนและบริการสามปี รวมทั้งบริการแนะนำทางโทรศัพท์ และบริการการซ่อมเครื่องที่มีศูนย์บริการอยู่ตามจังหวัดต่างๆ รวมทั้งเป็นตัวแทนจำหน่าย ถ้าที่ใดมีเครื่องสำรองให้ใช้ในระหว่างซ่อมก็จะดี อยากจะให้ศึกษาดูเงื่อนไขในการรับประกัน เพราะสมัยนี้บริการหลังการขายเข้ามามีบทบาท ในการเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าด้วย มีวิธีการถนอมแบตเตอรี่

Notebook มาฝากดังนี้
1. พยายามลดการใช้พลังงานแบตเตอรี่เกินกำลัง เช่น เมื่อไม่ได้ใช้งาน wireless lan, bluetooth ก็ควรปิด ไม่ควรเปิดไว้ เพราะว่าระบบเหล่านี้จะทำงานกินไฟไปเรื่อยๆ โดยไม่จำเป็น
2. ไม่ควรเสียบไฟบ้านเพื่อชาร์ตแบตเตอรี่ตลอดเวลา เพราะจะทำให้เกิดความร้อน และทำให้ battery เสื่อม
3. ควรเคลียร์ Battery ทุกๆ สามสิบครั้งของการชาร์ต โดยทุกครั้งการชาร์ตไปแล้วประมาณ 30 ครั้ง ควรจะเปิดเครื่องใช้งานจนแบตหมดจริงๆ แล้วชาร์ตให้เต็มซักครั้ง
4. อย่าเก็บแบตเตอรี่ไว้ในที่ร้อน หรือทิ้งไว้ในรถยนต์ จะทำให้ battery ร้อน และเสื่อมสภาพเร็วกว่าปก 5. อย่าเก็บแบตเตอรี่ไว้รวมกับสื่อนำไฟฟ้าอื่นๆ เช่น มีเศษเหรียญไปโดนบริเวณขั้วแบตเตอรี่ทั้งสองขั้ว เป็นต้น
6. เมื่อแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ ควรให้ทางศูนย์บริการเปลี่ยนให้ หรือซื้อจากศูนย์ฯ โดยตรง
7. อย่าลืมติดตามข่าวสารด้านเทคโนโลยีจากเว็บไซต์ต่างๆ เช่น ล่าสุดมีข่าวแบตเตอรี่โน้ตบุ๊คระเบิด ซึ่งทางบริษัทผู้ผลิตก็ได้ทำการแจ้งข่าวสารผ่านทางหน้าเว็บไซต์ของผู้ผลิตเอง เรียก Battery รุ่นที่มีปัญหากลับคืน เพื่อเปลี่ยนรุ่นใหม่ให้ เป็นต้น

thank from:www.thaiblogonline.com/ittips.blog?PostID=6649

Bot

Google bot last visit powered by Scriptme Yahoo bot last visit powered by Scriptme Msn bot last visit powered by Scriptme

ผู้ติดตาม