<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-6128968588674991542</id><updated>2012-01-12T15:46:09.940-08:00</updated><title type='text'>Driver Notebook</title><subtitle type='html'>Notebook Driver</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://driver2notebook.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://driver2notebook.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>topcctv</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06927922712329235299</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>24</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6128968588674991542.post-2623602978000320195</id><published>2010-04-20T10:40:00.000-07:00</published><updated>2010-04-20T10:50:07.719-07:00</updated><title type='text'>เปิดไดร์ แล้วขึ้น open with</title><content type='html'>1.อาการนี้น่าจะเป็นเพราะโดนไวรัส น่าจะเจอไวรัส Godzilla  แล้วคุณก็ทำการลง Windows ใหม่  คือหลังจากได้กำจัดเจ้าไวรัสไปแล้ว พอจะเปิด Drive ด้วยการ Double Click ก็จะขึ้นหน้าต่างถามว่าจะเปิดด้วยโปรแกรมอะไร(Open With) &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สาเหตุคือ Windows สับสนเพราะเคยเปิดด้วยตัวไวรัส เมื่อไม่มีไวรัสแล้วเลยงงนิดหน่อย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับวิธีแก้ปัญหาข้อนี้มี 2 รูปแบบครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-โดยส่วนใหญ่ถ้าขึ้น Open With สาเหตุมักจะเป็นเพราะใน Drive ยังมีไฟล์ Autorun.inf(ไฟล์นะครับไม่ใช่ Folder Autorun.inf ซึ่งเป็นรูปอุลตร้าแมน) ค้างอยู่ ซึ่งใน Code ของ Autorun.inf ระบุให้เปิดจากตัวไวรัสที่โดนลบไปแล้ว เมื่อไม่เจอก็เลยงง ต้องถามว่าแล้วจะให้เปิดกับอะไรล่ะ ถ้ากรณีนี้วิธีแก้ก็ตรงไปตรงมาครับ ลบเจ้าไฟล์(ย้ำว่าไฟล์ไม่ใช่ Folder) Autorun.inf ทิ้งซะ แล้ว Boot เครื่องใหม่ก็เรียบร้อยครับ&lt;br /&gt;-ส่วนการแก้อีกอีกกรณีที่ไม่มีไฟล์ที่ว่า ซึ่งกรณีนี้มักจะไม่ถามแต่เปิดให้กับโปรแกรมอื่นๆเลยเช่น ACDSee หรือ Search สำหรับกรณีนี้วิธีแก้ก็ก็สั้นๆง่ายๆครับ ไม่ต้องใช้เครื่องมืออะไร เพียงไปที่ Start =&gt; Run ในช่อง Open พิมพ์ regsvr32 /i shell32.dll แล้ว OK จะขึ้นข้อความประมาณว่า DLLRegisterServer... Succeeded แสดงว่าความทรงจำของ Windows กลับคืนมาแล้วล่ะครับว่าควรตอบสนองยังไงเมื่อเรา Double Click ที่ Drive ลองทดสอบดูเลยครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.แต่ถ้ามีความจำเป็นเข้า Drive D ให้ใช้วิธีเข้าที่ run ครับ โดยไปที่ Start &gt; Run แล้วพิมพ์ D:\ แล้วกด Enter ครับ จะเข้าได้&lt;br /&gt;จาก นั้น scan virus ครับ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.หรือไม่ก็อาจจะเป็นไวรัส flashy.exe &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีกำจัด&lt;br /&gt;อาการเบื้องต้นของเครื่องที่ติดไวรัส flashy.exe&lt;br /&gt;ไม่สามารถเรียกใช้ Task Manager, Registry Editor และFolder Option ได้ ไม่ว่าจะเรียกด้วยวิธีใด&lt;br /&gt;เครื่องคอมพิวเตอร์จะถูกกำหนดให้ มีการตั้งรหัสผ่านสำหรับ Admin ทันที ทำให้เราเข้าเครื่องฯไม่ได้ เพราะไม่ทราบรหัสผ่าน&lt;br /&gt;Flashy.exe จะทำการแก้รหัสของเราใหม่ ทำให้ไม่สามารถ Login เข้าเครื่องของเราได้อีกเลย&lt;br /&gt;เมื่อมีการ plug in Flash Drive หรือ Memory Card เข้าไปใน Card Reader แล้ว หากว่า ใน Memory Card นั้นมี Folder อยู่ Folder เหล่านั้นจะถูกเปลี่ยนให้ไปอยู่ใน สถานะ Hidden ทำให้เราไม่สามารถมองเห็น Folder เหล่านั้นได้&lt;br /&gt;ฯลฯ&lt;br /&gt;วิธี กำจัดไวรัส flashy.exe&lt;br /&gt;ขั้นตอนต่างๆ ต้องทำ ใน Safe mode ครับ ถึงจะได้ผล&lt;br /&gt;               1. ถ้าเครื่องที่มีอาการหนักจะถูกตั้งรหัสผ่าน Administrator เอาไว้ ให้ทำการแก้ไขโดยพิมพ์ คำว่า hacked เป็นรหัสผ่าน ซึ่งหากไม่รู้วิธีแก้ปัญหาโดยการติดตั้ง Windows ใหม่อย่างเดียว&lt;br /&gt;               2. เมื่อเราเข้าวินโดว์ได้แล้วให้เราหยุดการทำงานของมันก่อน โดยกด Ctrl+Alt+Delete จะเข้าสู่ Windows task Manager แล้วเลือกคลิก Flashy.exe แล้วคลิก End Process ตรงมุมขวาด้านล่าง&lt;br /&gt;               3. กรณีถ้าเข้า Windows Task Manager ไม่ได้ (ถ้าเข้าได้ให้ข้ามไปข้อ 6) ให้เราเข้าไปแก้ใน registy แต่ไวรัสยังปิดการเข้าใช้งาน Registry เอาไว้อีก ให้ใช้ตัว Unhookexec.inf ปลดล็อคก่อน&lt;br /&gt;โดยดาวน์โหลดได้จากหน้าเว็บ http://www.kku.ac.th/data/services/it/UnHookExec.inf เมื่อโหลดมาแล้วก็คลิกขวา แล้วเลือก Install แต่ถ้าเครื่องไหนที่ติดไวรัส หน้าจอภาษาจีนด้วยต้อง ฆ่าก่อนนะครับไม่อย่างนั้น จะใช้ UnHookExec.inf ไม่ได้ผล&lt;br /&gt;               4. จากนั้นก็จะเข้าใช้งานส่วน Registry ได้ครับ เมื่อเข้าได้แล้วก็ไปทำการ แก้ไข Registry ให้เครื่องใช้งาน Task Manager ได้ครับ โดย ไปที่ Start---&gt;Run   พิมพ์ regedit กด OK แล้วเข้าไปลบคีย์ตามนี้ครับ&lt;br /&gt;HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Policies\system แล้วก็ลบ DisableRedistryTools และ DisableTaskMgr ออกครับ&lt;br /&gt;               5. เมื่อลบออกได้แล้วก็ไปทำตาม ข้อ 2 ครับ&lt;br /&gt;               6. แล้วตอนนี้มันก็หยุดการทำงานแล้วครับ ต่อไปเราต้องเข้า regedit แล้ว ไปที่ Start---&gt;Run   พิมพ์ regedit แล้วเข้าไปลบคีย์ตามนี้ครับ&lt;br /&gt;HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Policies\Explorer\ ลบ NoFolderOptions&lt;br /&gt;HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Explorer\Advanced\ ลบ  HideFileExt&lt;br /&gt;HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Services\SharedAccess\ ลบ Start&lt;br /&gt;HKEY_LOCAL_MACHINE\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Run\ ลบ Flashy.exe&lt;br /&gt;จากนั้นคลิก Start\Programs\Startup\ ลบ SystemID.pif&lt;br /&gt;จาก นั้นคลิก Start---&gt;Run พิมพ์ msconfig ไปที่แถบ startup ยกเลิกติ๊กถูกหน้า systemID&lt;br /&gt;รีสตาร์ทเครื่องใหม่&lt;br /&gt;แล้วลองกด Ctrl+Alt+Delete ดูว่า Flashy.exe ยังมีการทำงานอีกหรือไม่ ถ้าไม่มีแสดงว่าเรียบร้อยแล้ว&lt;br /&gt;ต่อไปการแก้ไขส่วนที่ไวรัสสร้าง ให้เราต้องใส่รหัสทุกครั้ง เวลาจะเปิดเครื่อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คลิก Start\Control panel\User accounts&lt;br /&gt;เลือก User แรก (Administrator) จะสังเกตุเห็นว่ามีข้อความแสดงว่า มีการใช้รหัสผ่านป้องกันอยู่&lt;br /&gt;ให้คลิ กที่ User แรก (Administrator) แล้วเลือก หัวข้อ Change a password&lt;br /&gt;พิมพ์ รหัสผ่าน Hacked ในช่องแรก ( ช่องรหัสผ่านเดิม) ช่องที่เหลือเว้นว่างไว้&lt;br /&gt;ยืน ยันการเปลี่ยนรหัสผ่าน แล้วลองรีสตาร์ทเครื่องใหม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เข้า Run พิมพ์ regedit แล้วไปตามนี้&lt;br /&gt;HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\Windows NT\CurrentVersion\Winlogon]&lt;br /&gt;แก้สตริงคีย์ตามนี้ครับหากไม่มีก็คลิกขา วเลือก New--&gt;String value&lt;br /&gt;ตามนี้ครับ&lt;br /&gt;"AutoAdminLogon"="1"&lt;br /&gt;"DefaultUserName"=" ชื่อผู้ใช้"&lt;br /&gt;"DefaultPassword"hacked"&lt;br /&gt;** หลังจากทำตามขั้นตอนเสร็จหมดแล้วให้ไปลบตัวไวรัสชื่อ Flashy.exe ใน C:\WINDOWS\system32&lt;br /&gt;ต้องเปิด Show hidden File ก่อนถึงจะเห็น**&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6128968588674991542-2623602978000320195?l=driver2notebook.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://driver2notebook.blogspot.com/feeds/2623602978000320195/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6128968588674991542&amp;postID=2623602978000320195' title='5 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/2623602978000320195'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/2623602978000320195'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://driver2notebook.blogspot.com/2010/04/open-with.html' title='เปิดไดร์ แล้วขึ้น open with'/><author><name>topcctv</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06927922712329235299</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>5</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6128968588674991542.post-6601087359480828841</id><published>2009-05-30T02:51:00.000-07:00</published><updated>2009-05-30T02:58:51.938-07:00</updated><title type='text'>เทคนิคการเลือกซื้อจอ LCD ของ notebook</title><content type='html'>การเข้าใจความแตกต่างของจอ LCD แต่ละประเภทที่ใช้กับ notebook จะช่วยให้ตอบโจทย์นี้ได้ง่ายขึ้น และสามารถทำให้คุณเลือก notebook ได้ตรงกับความต้องการ และงบประมาณมากที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ย้อนกลับไปในสมัยที่ notebook เริ่มวางจำหน่ายเป็นครั้งแรก วันนั้นจอ LCD ได้เริ่มกลายมาเป็นมาตรฐาน ซึ่งเป็นมาตรฐานที่เกิดขึ้นหลายปีกว่าที่เราจะเริ่มใช้จอ LCD กับเครื่อง desktop เสียอีก ในขณะที่เครื่อง desktop ณ เวลานั้นใช้จอแบบ CRT ที่ใหญ่เทอะทะ — Notebook กลับใช้จอ LCD ที่บางเฉียบ ดูเรียบหรูและมีเสน่ห์ แต่อย่างไรก็ตาม คุณภาพของจอ LCD เหล่านั้นกลับไม่ได้ดีเท่าไหร่นัก แม้หลายๆ ท่านจะคิดว่าในปัจจุบันเทคโนโลยี LCD ได้พัฒนาไปไกลแล้วก็ตาม แต่เทคโนโลยีของจอ Notebook ก็ไม่ได้ถูกพัฒนาไปไกลเหมือนกับจอ monitor ที่ใช้กับเครื่อง desktop อย่างที่คุณคิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จริงอยู่ที่จอ LCD สำหรับ notebook ในปัจจุบันได้รับการพัฒนาให้ดีกว่าจอในอดีตอยู่หลายขุม แต่ด้วยความที่มันต้องเป็นจอสำหรับเครื่องพกพาที่มีข้อจำกัดหลายๆ อย่าง เช่น การประหยัดพลังงาน น้ำหนัก และขนาด ทำให้นักวิจัยและพัฒนาต้องยอมเสียสละความสามารถเด็ดๆ หลายๆ อย่างไปเพื่อให้ได้มาซึ่งจอที่มีขนาดที่เหมาะสม และไม่ใช้พลังงานมากจนเกินไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในขณะที่ LCD monitor สำหรับเครื่อง desktop นั้นมีให้เลือกหลากหลาย และมีการนำ panel แบบต่างๆ มาใช้ (เช่น S-IPS, S-PVA และ MVA เป็นต้น) เพื่อให้พวกมันสามารถแสดงสีสันที่สมจริงมากขึ้น และลด response time ลง และในปัจจุบัน LCD monitor สำหรับ desktop นั้นได้ถูกพัฒนาให้เพิ่มความสว่างขึ้นเรื่อยๆ จนในบางรุ่นแทบจะสว่างระดับ LCD TV เลยทีเดียว เพราะความพยายามที่จะโปรโมทความสว่างของ Panel เพื่อแข่งขันกับผู้ผลิตรายอื่นๆ แต่ LCD สำหรับ Notebook นั้น แทบจะทั้งหมดที่มีอยู่ในตลาดปัจจุบันจะใช้ Panel แบบ TN ซึ่งมีต้นทุนการผลิตต่ำที่สุด และแสดงสีสันได้สมจริงน้อยที่สุดด้วย และความสว่างส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ระหว่าง 200 - 300 cd/m2 เท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าคุณกำลังมองหา Notebook ไว้ใช้งานสักตัว นอกจากการพิจารณาเลือกสเป็กของเครื่องที่คุณต้องการแล้ว แน่นอนว่าคุณจะต้องเอาสเป็กของจอ LCD มาเป็นองค์ประกอบในการพิจารณาเลือกซื้อด้วยเช่นกัน ซึ่งการเลือก LCD สำหรับ notebook ที่เหมาะสมนั้น จะต้องคำนึงถึงองค์ประกอบดังนี้:&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขนาด (physical size): ควรเลือกขนาดที่เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น&lt;br /&gt;ถ้าเน้นใช้งานทั่วไป เช่นงานพิมพ์เอกสาร งานท่องเว็บ ควรเลือกขนาดจอที่คุณคิดว่าคุณจะไม่มีปัญหาจากการมองหน้าจอเป็นเวลานานๆ ขนาดที่เหมาะสมควรจะมีขนาด 13 - 15 นิ้ว ขึ้นอยู่กับความสมัครใจว่าคุณต้องการแลกขนาดของจอที่ใหญ่ขึ้น กับน้ำหนักของ notebook ที่มากขึ้นตามไปด้วยหรือไม่&lt;br /&gt;ถ้าเน้นใช้งานกราฟฟิค งานออกแบบด้านวิศวกรรม หรืองานที่ต้องเน้นรายละเอียดมากๆ ควรเลือกจอที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และมี resolution สูงๆ (สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ resolution ได้ในหัวข้อ “ความละเอียด (resolution) ของหน้าจอ”)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าเน้นใช้งานด้าน Presentation เยอะๆ จะต้องเดินเข้า-ออกห้องประชุมอยู่บ่อยๆ และไม่ได้เน้นอ่านตัวหนังสือเล็กจิ๋วในโปรแกรมอย่าง Excel ควรเลือกเครื่องที่มีน้ำหนักเบา ซึ่งหมายถึงว่าขนาดจอที่เหมาะสมควรมีขนาดประมาณ 12 - 14 นิ้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าเน้นใช้ฟังก์ชัน multimedia เช่นการดูภาพกับเพื่อนๆ และชมภาพยนตร์แบบสบายๆ ควรเลือกจอที่มีขนาดประมาณ 14 นิ้วขึ้นไป หรือถ้าต้องการความเป็นส่วนตัว และอยากชมภาพยนตร์แบบใกล้ชิด ก็สามารถเลือกจอที่มีขนาดเล็กกว่านี้ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สัดส่วนของหน้าจอ (aspect ratio): สัดส่วนของหน้าจอก็เป็นอีกตัวแปรหนึ่งในการตัดสินใจเลือก notebook ซึ่งปัจจุบันนี้มี notebook ที่มีสัดส่วนหน้าจอที่หลากหลาย แต่ที่มีจำหน่ายกันอย่างแพร่หลายก็จะเป็นจอแบบ 4:3 และ 5:4 (จอปกติ) และแบบ 16:10 (จอกว้าง) และเร็วๆ นี้ก็ได้มีจอแบบกว้างพิเศษ ซึ่งมีสัดส่วนเท่ากับสัดส่วนที่ใช้กับภาพยนตร์ (16:9) มาให้เลือกอีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าเน้นใช้งานเอกสาร สัดส่วนของจอที่เหมาะสมคือสัดส่วนแบบ 4:3 ซึ่งจะทำให้คุณมองเห็นหน้าเอกสารยาวๆ ได้ แต่ถ้าคุณชอบจอกว้างแบบ 16:10 ก็ไม่ผิดกติกาอะไร เพราะจอกว้างจะช่วยให้คุณสามารถมองเห็นเอกสารหรือเว็บเพจได้กว้างขึ้น และจัดการกับงาน spreadsheet ได้ง่ายขึ้น เนื่องจากพื้นที่ด้านข้างที่มากขึ้นนั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าเน้นใช้งานกราฟฟิค และงานออกแบบ ตรงนี้จะขึ้นอยู่กับลักษณะของชิ้นงานของคุณว่าต้องการใช้หน้าจอที่มีสัดส่วนแบบใด อย่าลืมว่าหากคุณเลือกใช้จอกว้าง คุณจะต้องเสียสละพื้นที่ส่วนล่างไป ในขณะที่คุณเลือกใช้จอสัดส่วนปกติ คุณก็จะเสียพื้นที่ด้านข้าง คงจะต้อง trade-off กันพอสมควรระหว่างการ scroll เม้าส์ไปด้านข้างบ่อย กับ scroll ไปด้านล่างบ่อยๆ คุณจะเลือกแบบไหน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าเน้นใช้งาน multimedia และอยากดูหนังจอกว้างจากแผ่น DVD หรือ Blu-ray ควรจะเลือกซื้อ notebook จอกว้าง แบบ 16:10 แต่ถ้าต้องการดูหนังแบบไม่มีขอบดำบน-ล่างให้รำคาญสายตาก็ควรเลือกซื้อจอกว้างแบบ 16:9&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;em&gt;ความละเอียด (resolution) ของหน้าจอ:&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;ความหมายของคำว่า “display resolution” คือจำนวนของเม็ดพิกเซล (pixel) ที่เรียงชิดกันในแนวนอนและแนวตั้ง เช่น 1280 x 1024 หมายถึงจอนั้นมีจำนวนพิกเซลในแนวนอน 1280 จุด และแนวตั้ง 1024 จุด ซึ่งเมื่อนับจำนวนเม็ดพิกเซลของจอนี้จะได้ทั้งหมด 1.3 ล้านจุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำว่า “display resolution” หรือ “ความละเอียด” นั้นยังก่อให้เกิดความเข้าใจผิดอีกด้วย ในบทความนี้เราจะกล่าวถึงคำว่า “resolution” ในแง่ของจำนวนพิกเซลทั้งหมดที่ประกอบกันเป็นจอดังที่กล่าวในย่อหน้าที่แล้ว แต่ไม่ได้หมายถึง “ความหนาแน่นของเม็ดพิกเซล (pixel density)” หรือจำนวนจุดต่อหนึ่งตารางนิ้ว เหมือนกับที่ใช้ในงานพิมพ์ต่างๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อีกหนึ่งข้อควรพิจารณาคือ เนื่องจากโดยธรรมชาติของจอ LCD เป็นแบบ “fixed-pixel-array” (มีจำนวนเม็ดพิกเซลแนวตั้งและแนวนอนนับเป็น “จุดต่อนิ้ว” หรือ DPI) พวกมันจึงมีความสามารถในการแสดงผลด้วยความละเอียด (resolution) ที่มันถูกผลิตมาเท่านั้น ซึ่งเราเรียกความละเอียดที่จอนั้นถูกผลิตมาว่า “native resolution” เมื่อเราป้อนสัญญาณที่มีความละเอียดเท่ากับ native resolution ของจอ LCD สัญญาณภาพนั้นก็จะถูกนำมาแสดงได้สวยงามและเต็ม panel พอดี แต่ถ้าเราป้อนสัญญาณที่มีความละเอียดต่ำกว่า native resolution เข้าไป จะทำให้วงจรขยายภาพของจอ LCD ทำงาน โดยวงจรดังกล่าวจะเอาสัญญาณไปประมวลผลเพื่อเพิ่มขนาดให้เต็ม panel แล้วค่อยนำออกแสดงผลอีกที ซึ่งเป็นผลทำให้ภาพที่ได้ดูไม่คมชัด และสัดส่วนอาจผิดเพี้ยนในกรณีที่สัดส่วนภาพของสัญญาณภาพที่ป้อนเข้าไปไม่ตรงกับสัดส่วนของ panel – ยกตัวอย่างเช่น คุณมี notebook ที่ใช้จอที่มี native resolution เป็น 1280 x 768 พิกเซล เมื่อคุณป้อนสัญญาณความละเอียด 800 x 600 พิกเซลเข้าไป จะทำให้ panel เอาภาพไปขยายให้เต็ม Panel ทำให้ภาพมีสัดส่วนผิดเพี้ยน และไม่คมชัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หมายเหตุ: LCD ของ notebook บางรุ่นสามารถปรับให้มันสเกลภาพโดยสัดส่วนไม่ผิดเพี้ยนได้ บางรุ่นสามารถปรับให้แสดงภาพแบบ 1:1 ได้อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;VGA (640 x 480 pixels): เป็นความละเอียดของจอ monitor ซึ่งปัจจุบันได้ล้าสมัยไปแล้ว เพราะเป็นความละเอียดที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้งาน ปัจจุบันอาจมี sub-notebook หรือ notebook ที่ถูกผลิตมาเพื่อใช้งานอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะที่ยังใช้ความละเอียดนี้อยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;SVGA (800 x 600 pixels): เป็นอีกหนึ่งความละเอียดที่เริ่มล้าสมัย ปัจจุบันอาจพบจอความละเอียดนี้ได้ใน sub-notebook หรือ notebook ที่ถูกผลิตมาเพื่อใช้งานอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;XGA (1024 x 768): ความละเอียดเริ่มต้นของ Notebook ที่มีจำหน่ายในปัจจุบัน โดยใช้กับ panel ขนาดตั้งแต่ 12 นิ้วขึ้นไปที่มีสัดส่วนแบบ 4:3 ปัจจุบันได้รับความนิยมลดน้อยลง เนื่องจากโปรแกรมต่างๆ ในปัจจุบันเริ่มต้องการความสามารถในการแสดงผลที่สูงกว่า XGA&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;WSVGA (1024 x 600): ความละเอียดแบบ XGA แต่เป็นแบบจอกว้าง พบได้ใน netbook หลายๆ รุ่น&lt;br /&gt;1152 x 768, 1280 x 854, 1280 x 960: ความละเอียดนี้ค่อนข้างหาได้ยากในจอ LCD ส่วนใหญ่แล้วจะใช้กับจอแบบ CRT มากกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;SXGA (1280 x 1024): เป็นความละเอียดที่พบได้บนจอ notebook ขนาดประมาณ 14-17 นิ้ว ซึ่งความละเอียดนี้ทำให้สัดส่วนของภาพที่ได้เป็นแบบ 5:4&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;HD 720 (1280 x 720): ความละเอียดของหนัง High definition ขนาด 720 เส้น และเป็นความละเอียดที่เกมส่วนใหญ่บนเครื่อง console อย่าง Xbox 360 และ PS3 ใช้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;WXGA (1280 x 768, 1280 x 800): ความละเอียดระดับนี้ เป็นความละเอียดที่พบได้ใน notebook จอกว้างที่มีจอตั้งแต่ขนาด 10 นิ้วเป็นต้นไป แต่ขนาดที่เหมาะสมสำหรับความละเอียดระดับนี้ควรจะเป็นขนาดประมาณ 13 – 14 นิ้ว ซึ่งเป็นขนาดที่กำลังพอดีกับการมอง โดยไม่ทำให้ตัวอักษรใน Windows เล็กเกินไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1366 x 768: ความละเอียดของจอ LCD แบบ HD-Ready&lt;br /&gt;1440 x 900, 1440 x 960: อีกความละเอียดที่พบใน Notebook จอกว้างขนาด 14 – 17 นิ้ว&lt;br /&gt;SXGA+ (1400 x 1050): ความละเอียดของจอ notebook แบบไม่ใช่จอกว้าง เหมาะสำหรับงานกราฟฟิคที่ต้องใช้ความละเอียดของหน้าจอมากๆ พบใน notebook ที่มีจอขนาด 14 – 17 นิ้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;WSXGA+ (1680 x 1050): ความละเอียดแบบจอกว้าง พบได้ในจอ notebook ขนาด 15 นิ้วขึ้นไป&lt;br /&gt;1600 x 1900: ความละเอียดที่ผู้ผลิต entertainment notebook หลายรายเริ่มใช้ เนื่องจากเป็นความละเอียดที่ได้สัดส่วนกับภาพยนตร์แบบจอกว้างพอดี ทำให้สามารถดูหนังได้โดยไม่มีขอบดำบน-ล่าง ให้รำคาญตา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;HD 1080 (1920 x 1080): ความละเอียดมาตรฐานของหนัง HD แบบ 1080 เส้น และยังเป็นความละเอียดที่พบใน จอของ notebook แบบไฮเอนด์ที่ต้องการโปรโมทความสามารถในการเล่นหนัง Hi-definition อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;UGA (1600 x 1200): ความละเอียดสำหรับผู้ที่ใช้งานกราฟฟิคที่ต้องทำงานกับรายละเอียดเยอะๆ และต้องการความแม่นยำสูง พบได้ใน notebook ที่มีจอขนาด 14 นิ้วขึ้นไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;WUXGA (1920 x 1200): ความละเอียดขอจอ notebook แบบไฮเอนด์ ซึ่งเป็นแบบจอกว้าง (สัดส่วน 16:10) พบได้ใน notebook ที่มีจอขนาด 15 นิ้วขึ้นไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2K (2048 x 1080): ความละเอียดของไฟล์ภาพยนตร์ที่ฉายในโรงหนังดิจิตอล&lt;br /&gt;QXGA (2048 x 1536): ความละเอียดสำหรับจอขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับงานกราฟฟิค และด้วยความละเอียดที่สูงมาก จึงทำให้มันไม่เหมาะที่จะนำมาใช้กับจอขนาดเล็กๆ อย่างจอ notebook WQXGA (2560 x 1600),QSXGA (2560 x 2048)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากรายละเอียดข้างบน คุณจะพบว่ามาตรฐานความละเอียดสำหรับจอ LCD ที่ใช้บน notebook นั้นค่อนข้างหลากหลาย การเลือกขนาดและความละเอียดของจอที่เหมาะสมจึงต้องคำนึงถึงความต้องการใช้งานของคุณเป็นสำคัญ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;credit from : www.lcdspec.com/?p=399&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6128968588674991542-6601087359480828841?l=driver2notebook.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://driver2notebook.blogspot.com/feeds/6601087359480828841/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6128968588674991542&amp;postID=6601087359480828841' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/6601087359480828841'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/6601087359480828841'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://driver2notebook.blogspot.com/2009/05/lcd-notebook.html' title='เทคนิคการเลือกซื้อจอ LCD ของ notebook'/><author><name>topcctv</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06927922712329235299</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6128968588674991542.post-8792935626565763458</id><published>2009-04-30T13:30:00.000-07:00</published><updated>2009-04-30T13:35:12.897-07:00</updated><title type='text'>เปรียบเทียบ MacBook และ PC Notebook</title><content type='html'>คำถามโลกแตกคำถามนึง ที่ผมมักจะต้องเจออยู่เป็นระยะ แล้วก็ลำบากใจอยู่เสมอ หากผู้ยิงคำถามต้องการคำตอบแบบฟันธง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่ว่าลำบากใจก็เพราะว่าโดยส่วนตัวแล้ว ผมมองว่าคอมพิวเตอร์ก็คือเครื่องมืออย่างหนึ่ง ที่เราจะนำมาใช้ทำงาน ซึ่งงานที่ว่านั้นก็มีปัจจัยที่แตกต่างหลากหลายกันไป ตามแต่การนำไปใช้งานของแต่ละคน มันไม่ใช่กีฬายกน้ำหนักนะครับ ที่จะได้เรียกมายกกันทีละคน ใครยกผ่านกรรมการกดเขียว ใครยกไม่ผ่าน แขนไม่นิ่ง กรรมการกดแดง แล้วใครหมดแรงให้ตะโกนสู้โว้ย เรียกพลัง มันไม่ใช่แบบนั้นสิครับ จึงเป็นเรื่องหนักใจเวลาที่ต้องมีอันต้องนึกถึงประเด็นนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตามด้วยความที่ถูกวางไว้ให้เป็นที่พึ่งทางใจ สำหรับผู้สนใจจะใช้ Mac ประจำออฟฟิช คำถามดังกล่าวก็จะวนเวียนมาหาผมอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพี่ๆน้องๆ ที่กำลังจะตัดสินใจซื้อ Laptop ไว้ใช้งานกันซักเครื่อง และจะถี่มากเลยเวลามีงานมหกรรมแสดงสินค้าคอมพิวเตอร์ทั้งหลาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความแตกต่างเบื้องต้นอันแรกที่เราสัมผัสได้ก่อนสิ่งอื่นใดเลยก็คือ “ราคา” หลายคน ณ ปัจจุบันที่นั่งพิมพ์เรื่องนี้อยู่ MacBook 13 นิ้วรุ่นถูกสุดอยู่ที่ราคา 35,900 ในสังคมคอมพิวเตอร์ที่เราได้รับการปลูกฝังการเปรียบเทียบคอมพิวเตอร์ ด้วยการนำเอา Spec มาเทียบ Spec กันดุ้นๆ ไม่แปลกอะไรที่ MacBook จะถูกมองว่าราคาแพง ทั้งนี้ทั้งนั้นนั่นคือรุ่นที่ถูกที่สุด แต่หากมองที่รุ่นที่ทำตลาดราคาสูงขึ้นมาอีกสักหน่อย ผมกลับพบว่า MacBook ไม่ได้แพงกว่ารุ่นอื่นเท่าไรนัก ในทางกลับกันกลับมีราคาและ Spec ที่ดีกว่าบางยี่ห้อเสียอีก (ข้อมูลจากการเปรียบเทียบ Laptop ราคา 59,900 - 60,000 บาท จากฐานข้อมูลของ Notebookspec) พิมพ์อย่างนี้ไม่ใช่ว่า MacBook Spec ด้อยกว่ารุ่นอื่นยี่ห้ออื่นอะไรนักหนานะครับ Spec ในระดับดีเลยละ จะแตกต่างกันอยู่บ้างก็เรื่องของราคาหากเทียบกับบาง Brand แล้วราคาก็ทำให้เกิดความลังเลได้ แต่อย่างไรก็ดีในประเด็นอื่นๆ ถ้าพิจารณากันดีๆ มีหลายส่วนที่ MacBook ดีกว่ามาก เพียงแต่ถ้ายังใช้มุมมองเดิมๆ ในการพิจารณาความคุ้มค่า ก็อาจจะทำให้เรามองข้ามอะไรเหล่านั้นไปอย่างน่าเสียดาย ครั้งนี้ก็อยากเสริมให้มองถึงในจุดอื่นๆดังกล่าวเหล่านั้นกันครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีแต่คู่แข่งรอบทิศทาง&lt;br /&gt;ไม่รู้ใครเคยเจอเหมือนผมรึเปล่า แต่บ่อยครั้งอยู่เหมือนกันที่เวลามีการเปรียบเทียบระหว่าง MacBook กับ PC Notebook มันจะมีเรื่องชวนขำอยู่อย่างนึง คือน้องที่ออฟฟิชผมซึ่งแกเป็นเซียน PC Notebook มักจะยกเครื่องรุ่นนั้น ยี่ห้อนี้มาเทียบกับ MacBook ในมุมนึง แล้วพอพูดถึงอีกมุมนึงก็จะยกอีกรุ่นอีกยี่ห้อนึงมาเปรียบ คุยกันไปคุยกันมาจนจบ ก็ตีขลุมว่า MacBook ด้อยกว่าในทุกๆด้าน แต่พอถามย้อนกลับไปว่าแล้วที่ยกมาหลายๆด้านนี่ ตกลงจะเอารุ่นไหน ยี่ห้อไหนเป็นตัวหลัก พอพูดถึงประเด็น Graphic Accelerator ก็ยกเอายี่ห้อนี้มาเทียบ แล้วพอเราพูดถึงประเด็นเรื่องหน้าตาผลิตภัณฑ์ ก็ไปยกอีกยี่ห้อมาเทียบ พอยกเรื่องความแข็งแรงทนทาน ก็ไปเอาอีกยี่ห้อมาเทียบ กลายเป็นว่า MacBook รุ่นเดียว ต้องกรำศึกทุกทิศรอบด้านกับ Notebook ในฝันที่รวมเอาข้อดีของทุกยี่ห้อมาเปรียบเทียบกันเลยทีเดียว ก็ขำๆ ดีครับเรื่องทำนองนี้เจอบ่อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อันที่จริงผมเองไม่ค่อยชอบจะเปรียบเทียบ พวก Spec คอมพิวเตอร์ทำนองนี้สักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เคยเปรียบเทียบดังกล่าวนะครับ สมัยเรียนอยู่ ยุคที่ยังไปเดินห้างไอทีชื่อดัง แล้วเลือกส่วนประกอบนั้น ส่วนประกอบนี้มาประกอบ PC เอง ก็มีมุมมองทำนองนั้นอยู่เหมือนกัน แต่ผ่านไปหลายปี ประสบการณ์การใช้งานคอมพิวเตอร์มาหลายรุ่นหลายยี่ห้อ ทำให้ต้องนำเอาปัจจัยอื่นๆ มาพิจารณาเพิ่มเติมด้วย มีหลายอย่างที่เราไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้ ด้วย Spec ต่อ Spec เพียงลำพัง โดยเฉพาะเรื่อง Product Design อันนี้เป็นประเด็นหนึ่งที่ผมว่าเซียนคอมพิวเตอร์บ้านเราหลายท่าน มักจะมองข้ามกันไป อาจจะเป็นเพราะว่าส่วนใหญ่ผู้ที่สนใจทางด้านคอมพิวเตอร์ ก็จะสนใจทางด้านเทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์เป็นหลัก มีความรู้เพียงด้านนี้เป็นหลัก ขาดความเข้าใจ และมุมมองในแง่ของการออกแบบผลิตภัณฑ์ จึงเกิดเป็นมุมมองตื้นๆ ที่มองกันเพียงแค่ว่า MacBook รวมไปถึงสินค้าอื่นๆ ของ Apple มีแค่ความสวยงาม เพียงอย่างเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ใช่แค่ Design&lt;br /&gt;มีหลายคนที่มอง MacBook (แน่นอนรวมไปถึงผลิตภัณฑ์อื่นของ Apple ด้วย) ว่ามีดีที่สวยอย่างเดียว ความสวยดังกล่าวแลกมาด้วยราคาที่สูง มองด้วยทัศนคติเหมือนว่าเป็นสินค้าแฟชั่น ซึ่งก็ปฎิเสธไม่ได้เลยครับว่าเรื่อง Design นั้นโดยมาตรฐานมุมมองของคนโดยทั่วๆแทบจะทั้งหมด ต่างก็ยอมรับกันเป็นเสียงเดียวว่ามันสวยจริงๆ แต่ที่มาพร้อมกับความสวยต่างๆ กลับแฝงไปด้วยความหมายอย่างที่มีหลายคนไม่เข้าใจ อย่างเช่นการปรับมาใช้ขอบสีดำในเครื่อง Mac รุ่นใหม่ๆ ก็ช่วยทำให้ความรู้สึกว่าพื้นที่ในการใช้งานเพิ่มมากขึ้น หรือแม้แต่การออกแบบที่ทำให้ไม่มีขอบรอยต่อระหว่างพื้นที่แสดงผล กับขอบรอบข้าง ก็ช่วยลดความรู้สึกรบกวนสายตาขณะใช้งานได้อีกด้วย ในขณะที่การพยายามนำเทคโนโลยีการผลิตโครงภายนอกของเครื่อง แบบใหม่ที่เรียกว่า Unibody ไม่เพียงแต่ทำให้ตัวเครื่องสวยงาม และดูดีมากเท่านั้น แต่ยังทำให้ได้มาซึ่งความแข็งแรงอย่างมากเพิ่มมาอีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้แต่การเปิดปิดฝาที่มีการออกแบบมาให้ไม่มีการใช้งานสลัก แต่เป็นการใช้แม่เหล็กเป็นตัวดูด ทำให้การปิดเปิดฝาเครื่องทำได้สะดวกรวดเร็ว และไม่มีปัญหาเรื่องการติดขัดของกลไกการล็อคในระยะยาวหรืออย่างแป้นพิมพ์ที่ถูกออกแบบมาให้บางและเบา ในขณะเดียวกันก็มีการนำเอา ตัวตรวจจับแสงมาใช้เพื่อทำให้แป้นพิมพ์เรืองแสงขึ้นมาอัตโนมัติ เวลาที่เราไปใช้งานในที่มืด ทำให้เราสามารถมองเห็นแป้นพิมพ์ได้ง่ายขึ้น หรือแม้แต่เรื่องตำแหน่งการถ่วงน้ำหนักในตัวเครื่อง ถ้าใครเคยใช้จะรู้สึกเลยว่า มันมีความมั่นคงในการวางใช้งานในลักษณะต่างๆได้ดีมาก ไม่เบาจนทำให้เครื่องลอยขึ้นเรื่อยๆให้รู้สึกรำคาญ จุดที่น้ำหนักถ่วงลงจะมีความสมดุลย์เหมาะกับการใช้งานจริงๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Adapter สำหรับเสียบชาร์จไฟของ MacBook เป็นอีกเรื่องนึงที่ได้รับคำชื่นชมจากหลายๆคน กันมานาน ตัวสายชาร์จมีหัวต่อที่เรียกว่า MagSafe ที่สามารถหลุดออกจากตัวเครื่องได้ทันที หากเราเผลอไปโดน ไปเหยียบ ไปดึง ตรงตัวสายไฟเข้า ทำให้ตัวเครื่องไม่หล่นโครมตามลงมาด้วย เรื่องนี้ใครไม่เจอเข้ากับตัวไม่รู้หรอกครับ คำว่าน้ำตาตกเป็นยังไง เสียบๆชาร์จอยู่ อยู่ดีๆพวกเดินมาจากไหนไม่รู้ ไม่ดูตาม้าตาเรือ ชนสายเรา ลำพังสายไม่เท่าไหร่ แต่มันลากเอาเครื่อง Notebook เราหล่นพื้นด้วยนี่สิครับ ต่อให้ยังใช้งานอยู่ สภาพไม่บุบสลายอะไรมาก แต่ใครจะไปรู้ว่าข้างในมันเกิดอะไรขึ้นแล้วบ้าง แก้วที่มันร้าวซักวันก็คงจะแตก ยังไงอย่างงั้น หัวต่อ MagSafe ขึ้นชื่อมากในการป้องการเหตุร้ายทำนองนี้ ผมเองเคยเจอมากับตัวแล้วอย่างน้อยสามครั้ง ยอมรับเลยว่าในส่วนนี้เขาออกแบบมาได้ดีจริงๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรืออย่าง Track pad ของ MacBook ก็แตกต่างกับ Track pad ของ Notebook ยี่ห้ออื่นๆ มีการออกแบบให้ไม่มีปุ่ม เพื่อเพิ่มพื้นที่การใช้งาน ทำให้การเคลื่อนนิ้วไปมาสำหรับทำงานทำได้สะดวกขึ้น แล้วออกแบบให้ทั้งแป้นสามารถกดเพื่อใช้งานสำหรับการคลิกได้ด้วย เท่านั้นไม่พอ หลายคนอาจจะเคยเจอกับความเชื่อเก่าๆที่ว่าเม้าส์ Mac มีปุ่มเดียว นั่นเก่าไปแล้วครับ หลายปีมาแล้วที่เม้าส์ของ Mac มีปุ่มสารพัดปุ่มให้กด สำหรับ Track pad ใหม่นี้แม้จะไม่มีหน้าตาของปุ่มให้เห็น แต่สามารถกำหนดใช้งานได้ทั้งคลิกซ้ายและคลิกขวาได้ ซึ่งก็จะเห็นได้ว่าในแต่ละส่วนรายละเอียดนั้นผ่านกระบวนการคิดและออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหา ที่มักจะพบในการอยู่บ่อยๆ อย่างประณีตลงรายละเอียด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น่าเสียดาย ที่ทัศนคติการมองคุณค่าอะไรสักอย่างของหลายคนในบ้านเรา มองกันแค่ผิวเผินอย่างเดียวเท่านั้น โดยไม่คำนึงถึงคุณค่าของการออกแบบผลิตภัณฑ์ในแง่อื่นๆ เห็นว่ามันเรียบสวย ก็คิดว่ามีดีแค่นั้น พาลคิดไปอีกว่าคนที่ใช้ MacBook มองแค่ภายนอก ผมกลับคิดว่าคนที่เลือกใช้ MacBook หลายๆคน ที่เข้าใจถึงรายละเอียดในจุดต่างๆ เหล่านั้นเสียอีก เป็นคนละเอียดและให้น้ำหนักในการตัดสินใจใช้ผลิตภัณฑ์มากไปกว่ามองแต่ตัวเลข Spec เพียงอย่างเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณภาพที่ต่างกัน&lt;br /&gt;ไม่เพียงแต่เรื่อง การออกแบบข้างต้น ในเรื่องของคุณภาพของลงรายละเอียดแล้วก็มีหลายอย่างที่แตกต่างกัน อย่างเช่นเรื่องของการแสดงผล หน้าจอขนาด 13.3” เหมือนกันแต่ว่า MacBook ใช้เทคโนโลยี back-lit ซึ่งทำให้มีความสว่างในการแสดงผลดีขึ้นสว่างพร้อมทำงานทันทีที่เริ่มใช้งาน ไม่ต้องมีระยะเวลาการวอร์มอัพ ในขณะเดียวกันก็ใช้พื้นที่น้อยว่าหลอดแบบอื่น ขณะเดียวกันความโดดเด่นในเรื่องของการแสดงสีที่คมชัด ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่หลายคนให้การยอมรับกันมาโดยตลอด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วน Trackpad ไม่เพียงการออกแบบจะทำให้ได้พื้นที่การใช้งานมากขึ้นดังที่กล่าวถึงไปแล้วข้างต้น แต่ยังมีการนำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆอย่าง Multi-touch มาให้ใช้งานได้ด้วย ณ ปัจจุบันมีการใช้งานได้ในบางส่วนของระบบ เฉพาะในส่วนที่ Apple พัฒนาเท่านั้น เช่น Safari หรือ iPhoto แต่ในอนาคตเชื่อได้ว่าแทบจะทุกโปรแกรมใน Mac OS X จะมีการนำเอา Multi-touch เข้ามาใช้งานเพิ่มเติม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระบบที่เข้ากันได้อีกสิ่งนึงที่ไม่ควรมองข้าม แต่ก็มักจะถูกมองไม่เห็นโดยเฉพาะจากผู้ใช้ PC ก็คือตัวระบบปฎิบัติการ Mac OS X ด้วยความที่ทั้งตัวระบบเอง ไดร์ฟเวอร์ของอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงฮาร์ดแวร์ของ Apple ออกแบบ และพัฒนาขึ้นโดย Apple เองทำให้สามารถควบคุมการทำงานในส่วนต่างๆ ในปลีกย่อยได้ดีกว่าระบบปฎิบัติการที่ออกแบบมาให้รองรับกับฮาร์ดแวร์สารพันมาตรฐานอย่าง Windows&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การ์ดแสดงผลกราฟฟิก ในเครื่องถูกนำมาใช้อำนวยประโยชน์ ในการใช้งานทั่วๆไป อย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ผู้ใช้แทบไม่รู้สึกเลยว่า ณ ตอนนั้นเองเขาใช้การทำงานจากการ์ดแสดงผลกราฟฟิกในเครื่องแล้ว ไม่ใช่เพียงแค่มี Spec แรงๆมาไว้สำหรับเล่นเกมส์เท่านั้น แต่ยังถูกนำไปใช้งานในการใช้งานระบบโดยทั่วๆไปอีกด้วย จะเห็นได้ว่า Mac OS X เป็นระบบปฎิบัติการที่มีการใช้ Effect ต่างๆ ในหลายๆจุด โดยที่ไม่ทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่ามันแปลกแยก ไม่ใช่เพียงการมีฟีเจอร์ต่างๆไว้โชว์เพื่อนเวลามาดูเครื่องเราเท่านั้น แต่นำมาประยุกต์ในการใช้งานจริงๆได้เป็นอย่างลงตัวพอดี ไม่มากหรือไม่น้อยจนเกินไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนจากความตั้งใจของเรื่องที่พิมพ์ในวันนี้ อย่างที่เกริ่นไว้ข้างต้นนะครับ ไม่ได้ต้องการฟันธงว่าอันไหนดีกว่ากันระหว่าง PC Notebook ทั่วๆไปกับ MacBook เพราะเชื่อว่าหลายคนคงมีปัจจัยที่แตกต่างกันในการพิจารณาว่าอะไรดี อะไรเหมาะกับตนเอง อย่างไรก็ตามผมก็มีความต้องการอยากจะชี้ให้หลายๆท่าน มองเห็นในมุมอื่นที่มันนอกเหนือจากการนำเอา Spec มาเปิดเทียบกัน เหมือนอย่างที่เคยเป็นๆกันมาหลายปีดีดัก มันอาจจะเป็นการเปรียบเทียบที่เห็นอะไรได้ง่ายที่สุด แต่ผมว่ามันเป็นการเปรียบเทียบที่แคบและตื้นไปอยู่สักหน่อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่าลืมนะครับว่าการใช้งานจริงๆ ที่เราต้องอยู่กับมันนานๆ ใช้มันนานๆ ไม่ใช่แค่ว่ามาเทียบ CPU , RAM , การ์ดจอ แล้วจบ สิ่งเหล่านั้นวันที่เราซื้ออาจจะแรง แต่ในไม่ช้าเชื่อได้เลยว่าเพียงแค่สัก 6-9 เดือนจะมีอะไรที่มันแรงกว่าออกมาอีก ประสิทธิภาพของการใช้งาน ไม่เพียงแต่จะพิจารณากันจากตัวเลขความถี่สัญญาณนาฬิกาที่ Hardware แต่ละส่วนใช้เท่านั้น ควรพิจารณาถึงการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์ต่อการทำงานจากส่วนของ OS และ Application ด้วย ในส่วนของ OS และ Application ต่างๆนั้นในครั้งต่อๆไป คงได้มีการนำมากล่าวถึงรายละเอียดในโอกาสหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนั้นข้อแตกต่างในเรื่องขององค์ประกอบอื่นๆ ที่ทางผู้สร้างเขาตั้งใจออกแบบมาเพื่อประโยชน์ในการใช้งาน ในชีวิตการทำงาน หรือชีวิตประจำวัน เอาเข้าจริงๆหลายๆอย่าง มีคุณค่าที่เกิดประโยชน์กับการใช้งาน Laptop ของเราจริงๆ มากไปกว่า Spec CPU หรือรุ่นการ์ดจออีกนะครับ น่าเสียดายที่หลายคนมองไม่เห็นในสิ่งนี้ ตัวผมเองนั้นจะว่าบ้ายี่ห้อก็ไม่เชิงนะครับ ผมมั่นใจว่าผมไม่ได้บ้ายี่ห้อเพียงอย่างเดียวแน่ๆ ถ้ายี่ห้อนั้นๆ ไม่ดีจริง ก็ไม่เห็นว่าน่าจะมีเหตุอะไรต้องไป crazy อะไรกับมันมาก แต่อะไรที่ของเขาดีจริงๆ ในแต่ละส่วนที่เป็นรายละเอียด ผมให้มูลค่าประกอบในการตัดสินใจอยู่เสมอๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ก่อนเคยเจอบ่อยครับ สมัยเรียนเคยสงสัยว่าเขาซื้อกันทำไมพวกของแพงๆ ตอนเริ่มเล่นเวทใหม่ๆ เจอถุงมือยกน้ำหนักยี่ห้อนึงราคา 1,200 บาท ก็สงสัยว่าทำไมแพงจังที่ขายตามไฮเปอร์มาร์ท ไม่กี่ร้อยก็เยอะแยะ มันต่างกันยังไง จนกระทั่งซื้อมาใช้ดูนั่นแหละครับ ถึงได้รู้เลยว่ามันแตกต่างกันจริงๆ ที่ขายกันทั่วๆไปนั่นไม่มีการเซฟข้อมือเลย เทียบกันไม่ได้เลยกับ 1,200 บาท แถมยังทนทานกว่ากันอีกเยอะ ใช้งานได้ระยะยาวกว่า ผมใช้ถุงมือคู่ละ 1,200 ประมาณปีละคู่ จากที่เคยใช้คู่ละ 300 ปี แต่พักเดียวก็เปื่อยและขาดในที่สุด ตอนนั้นจำได้ว่าใช้ปีละสัก 3 คู่เห็นจะได้ เทียบกันแล้วต่างกันจริงๆต่อปีไม่เท่าไหร่ แต่ผลที่เกิดขึ้นนั้นต่างกันเยอะ ช่วยไม่ให้เกิดอาการบาดเจ็บที่ข้อมือได้ อันนี้เป็นต้นทุนที่เรามักจะมองกันไม่เห็น แต่มันกลับเป็นต้นทุนสำคัญของเราที่เอาอะไรมาแลก มาซื้อ กันด้วยเงินตราไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็นเผลอเป็นไม่ได้ออกนอกเรื่องประจำ ทิ้งท้ายไว้อีกนิดนะครับ สำหรับท่านที่วางงบสำหรับ Laptop ไว้ประมาณไม่เกิน 20,000 แน่นอนครับ ว่าผมคงไม่ถึงกับไปจูงใจท่านว่า MacBook คือคำตอบของท่านแน่ๆ แต่ถ้ามีงบเพิ่มอีกสักหน่อยตั้งใจจะซื้อในช่วง 37,000+ ถ้าไงลองพิจารณา MacBook เป็นคำตอบอีกคำตอบนึงไว้ในใจก็ดีนะครับ ปัจจุบันปัญหาที่ว่าใช้ Mac OS X แล้วไม่คุ้น หรือว่าโปรแกรมที่ใช้งานอยู่ไม่มีใน Mac OS X ก็แก้ไขได้ด้วยการติดตั้ง Windows ผ่าน Boot Camp หรือผ่านโปรแกรม Virtual Machine อย่าง VMWare Fusion หรือ Parallels แล้ว ยังไงก็ลองดูนะครับ อยากฝากไว้ก็ในเรื่องการพิจารณาความคุ้มค่า ในแง่มุมต่างๆ ที่หลากหลาย มากไปกว่าการเอา Spec มาเทียบกันเพียงอย่างเดียว ของบางอย่างถ้าได้สัมผัส ได้ลองใช้งานดูสักพักนึงจะรู้สึกได้จริงๆ ว่ามันแตกต่าง และดีกว่ายังไง สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่ามือคลำ ลองไปทดลองใช้งานตามร้าน iStudio ดูก่อนก็ได้ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Credit : notebookspec.com/2008/modules.php?name=Content&amp;amp;pa=showpage&amp;amp;pid=1527&amp;amp;page=1&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6128968588674991542-8792935626565763458?l=driver2notebook.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://driver2notebook.blogspot.com/feeds/8792935626565763458/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6128968588674991542&amp;postID=8792935626565763458' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/8792935626565763458'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/8792935626565763458'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://driver2notebook.blogspot.com/2009/04/macbook-pc-notebook.html' title='เปรียบเทียบ MacBook และ PC Notebook'/><author><name>topcctv</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06927922712329235299</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6128968588674991542.post-5193198900358837767</id><published>2009-04-30T13:24:00.000-07:00</published><updated>2009-04-30T13:28:15.177-07:00</updated><title type='text'>Notebook เลือกซื้ออย่างไรให้ถูกใจและคุ้มค่า</title><content type='html'>เราคงไม่สามารถระบุได้ว่าคุณจะต้องซื้อเครื่องรุ่นนี้ ยี่ห้อนั้น ในราคาเท่านั้นเท่านี้ เพราะมันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับจิตใจและความต้องการ รวมทั้งความชื่นชอบของแต่ละบุคคล เพราะในความเป็นจริงแล้วคุณเองต่างหากที่จะต้องเป็นผู้ที่ตัดสินใจในการเลือกซื้อ      &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อมูลต่างๆ ที่จะนำเสนอนี้ ถือว่าเป็นประเด็นที่สำคัญที่ไม่ควรจะมองข้ามในการเลือกซื้อโน้ตบุ๊ก เราอยากที่จะให้คุณ ได้คิดอย่างรอบคอบ ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกซื้อโน้ตบุ๊กสักเครื่อง เพราะสามารถจะอัปเกรดได้แค่การเพิ่มแรม เพิ่มความจุฮาร์ดดิสก์ เปลี่ยนซีดีรอม แต่ไม่สามารถเปลี่ยนซีพียู หรือองค์ประกอบอื่นๆ ได้ เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นเครื่องที่ได้ถูกออกแบบมา ให้สามารถที่จะเปลี่ยนซีพียูได้ แต่อาจจะต้องแลกมาด้วยราคาที่สูงขึ้นตามไปด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ความเร็วในการทำงาน      ควรใช้ซีพียูจากอินเทล เช่น Core 2 DUO ซึ่งประสิทธิภาพสามารถที่จะทำงานได้เท่ากับเครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ และระดับความเร็วของซีพียูก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะเป็นตัวกำหนดราคาของโน้ตบุ๊ก ถ้ามีทุนทรัพย์ที่เพียงพอก็น่าจะใช้ที่ความเร็วที่ 2GHz ขึ้นไป แต่อย่างน้อยก็ไม่ควรจะต่ำกว่า 1.6GHz&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. หน่วยความจำ      &lt;br /&gt;โน้ตบุ๊กในยุคปัจจุบันได้ถูกพัฒนาขีดความสามารถให้อัปเกรดได้พอสมควร แต่ต้องดูก่อนว่าโน้ตบุ๊กรุ่นนั้นๆ มีจำนวนช่องสำหรับเสียบหน่วยความจำกี่ช่อง และแต่ละช่องสามารถรองรับขนาดของหน่วยความจำได้มากที่สุดเท่าไร ซึ่งโน้ตบุ๊กควรมีหน่วยความจำอย่างน้อย 512MB เพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการใช้งาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. จอภาพ     &lt;br /&gt;ในการเลือกนั้น คุณควรจะมองหาโน้ตบุ๊กที่มีจอภาพเป็นแบบ Active Matrix Display ทำให้ได้ภาพที่คมชัดและสว่างกว่า คุณไม่ควรที่จะจับหน้าจอภาพ ถ้าต้องการที่จะทำความสะอาดก็เพียงเช็ดเบาๆ ด้วยผ้าที่สะอาดและนุ่ม และไม่ควรใช้ของเหลวใดๆ เช็ดเลย ถ้าจะให้เลือกขนาดของจอภาพก็น่าจะดูที่ระดับขนาด 14 นิ้ว เพราะจะให้ความสบายกว่าจอขนาดเล็ก แต่ถ้าต้องการความยิ่งใหญ่ก็ต้อง 17 นิ้ว ซึ่งคุณก็จะต้องจ่ายแพงกว่าตามไปด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. อุปกรณ์สื่อสารข้อมูล     &lt;br /&gt;ควรมีอุปกรณ์ในการสื่อสารข้อมูลได้แก่ Modem หรือ LAN หรือ Wireless LAN ติดตั้งมาให้ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. ระบบเสียง      &lt;br /&gt;ระบบเสียง Sound Build in ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้สามารถดูหนังฟังเพลงได้ แต่ระบบเสียงจากลำโพงโน้ตบุ๊กที่ทำออกมาไม่ค่อยจะสู้ดีนัก ทางที่ดีที่สุดคือ คุณจะต้องหาโน้ตบุ๊กที่มีลำโพงอยู่ในตำแหน่งที่ไม่โดนมือของคุณบังไว้ เช่นด้านข้างจองจอภาพจะส่งเสียงสู่ผู้ใช้ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งคุณควรจะทอลองใช้งานก่อนที่จะซื้อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6. คีย์บอร์ด     &lt;br /&gt;ควรเลือกโน้ตบุ๊กที่มีคีย์บอร์ดคล้ายกับเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ปุ่มที่ใช้งานบ่อยๆ อย่าง Insert Delete Home ควรจะอยู่ในตำแหน่งที่ด้านขวา ก่อนซื้อคุณก็ลองวางมือแล้วพิมพ์ข้อความต่างๆ ดูว่าใช้งานได้คล่องถนัดมือหรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7. อุปกรณ์ชี้ตำแหน่ง     &lt;br /&gt;สำหรับโน้ตบุ๊ก อุปกรณ์ชี้ตำแหน่งมันก็คือส่วนที่จะทำหน้าที่แทนเมาส์นั่นเอง       แบบแรกก็จะเป็นเหมือน “แทร็กบอล” โดยจะมีลูกกลิ้งโผล่ขึ้นมาตรงกลางที่วางมือ เพื่อให้คุณได้ใช้นิ้วหัวแม่มือกลิ้งไปกลิ้งมา เพื่อทำการควบคุมตำแหน่งของเคอร์เซอร์      &lt;br /&gt;แบบที่สองก็จะเป็นแบบที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือ “ทัชเพด” ส่วนมากจะถูกวางในตำแหน่งตรงกลางเยื่องไปทางซ้ายของด้านล่างของคีย์บอร์ด ซึ่งจะเป็นแผ่นเรียบๆ ที่ให้เราใช้นิ้วมือลากไปลากมาบนแผ่นทัชเพด ซึ่งก็สามารถที่จะควบคุมตำแหน่งของเคอร์เซอร์ได้     &lt;br /&gt;แบบที่ไม่ได้เห็นกันมากคือ "พอยน์เตอร์สติ๊ก" มันจะมีลักษณะเป็นแท่งเล็กๆ ตรงกลางคีย์บอร์ดของโน้ตบุ๊ก วิธีการใช้งานก็คือใช้นิ้วดันมันไปในทิศทางต่างๆ ที่ต้องการ      &lt;br /&gt;ถ้าให้สะดวกมากที่สุดควรเลือกใช้เมาส์เสียบเข้ากับพอร์ต USB ของโน้ตบุ๊ก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8. อายุการใช้งานของแบตเตอรี่     &lt;br /&gt;ควรตรวจสอบ Power Supply หรือทรัพยากรพลังงานของคุณอยู่เป็นประจำ ซึ่งสามารถทำได้โดยดูไอคอนแสดงแบตเตอรี่ที่อยู่แถวทาส์กบาร์ของวินโดวส์ เพราะโน้ตบุ๊กบางรุ่นไม่มีเสียงเตือนเมื่อแบตเตอรี่กำลังจะหมด มันจะดับไปเฉยๆ       ส่วนใหญ่ Notebook เกือบทุกรุ่นจะใช้แบตเตอรี่ในกลุ่มของ Lithium-ion ซึ่งจะสามารถชาร์ตใช้งานกันได้ต่อเนื่องเลยทันที ไม่ต้องรอให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยงแต่อย่างใด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;9. พอร์ตแบบ USB     &lt;br /&gt;โน้ตบุ๊กควรมีพอร์ตแบบ USB อย่างน้อย 2 พอร์ตขึ้นไป เพื่อให้สะดวกต่อการใช้งาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;10. บริการหลังการขาย     &lt;br /&gt;สิ่งที่จะต้องคำนึงถึงและขาดไม่ได้คือ "การรับประกัน" การรับประกันที่ดีคือ การรับประกันชิ้นส่วนและบริการสามปี รวมทั้งบริการแนะนำทางโทรศัพท์ และบริการการซ่อมเครื่องที่มีศูนย์บริการอยู่ตามจังหวัดต่างๆ รวมทั้งเป็นตัวแทนจำหน่าย ถ้าที่ใดมีเครื่องสำรองให้ใช้ในระหว่างซ่อมก็จะดี อยากจะให้ศึกษาดูเงื่อนไขในการรับประกัน เพราะสมัยนี้บริการหลังการขายเข้ามามีบทบาท ในการเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าด้วย มีวิธีการถนอมแบตเตอรี่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Notebook มาฝากดังนี้     &lt;br /&gt;1. พยายามลดการใช้พลังงานแบตเตอรี่เกินกำลัง เช่น เมื่อไม่ได้ใช้งาน wireless lan, bluetooth ก็ควรปิด ไม่ควรเปิดไว้ เพราะว่าระบบเหล่านี้จะทำงานกินไฟไปเรื่อยๆ โดยไม่จำเป็น     &lt;br /&gt;2. ไม่ควรเสียบไฟบ้านเพื่อชาร์ตแบตเตอรี่ตลอดเวลา เพราะจะทำให้เกิดความร้อน และทำให้ battery เสื่อม      &lt;br /&gt;3. ควรเคลียร์ Battery ทุกๆ สามสิบครั้งของการชาร์ต โดยทุกครั้งการชาร์ตไปแล้วประมาณ 30 ครั้ง ควรจะเปิดเครื่องใช้งานจนแบตหมดจริงๆ แล้วชาร์ตให้เต็มซักครั้ง      &lt;br /&gt;4. อย่าเก็บแบตเตอรี่ไว้ในที่ร้อน หรือทิ้งไว้ในรถยนต์ จะทำให้ battery ร้อน และเสื่อมสภาพเร็วกว่าปก      5. อย่าเก็บแบตเตอรี่ไว้รวมกับสื่อนำไฟฟ้าอื่นๆ เช่น มีเศษเหรียญไปโดนบริเวณขั้วแบตเตอรี่ทั้งสองขั้ว เป็นต้น     &lt;br /&gt;6. เมื่อแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ ควรให้ทางศูนย์บริการเปลี่ยนให้ หรือซื้อจากศูนย์ฯ โดยตรง      &lt;br /&gt;7. อย่าลืมติดตามข่าวสารด้านเทคโนโลยีจากเว็บไซต์ต่างๆ เช่น ล่าสุดมีข่าวแบตเตอรี่โน้ตบุ๊คระเบิด ซึ่งทางบริษัทผู้ผลิตก็ได้ทำการแจ้งข่าวสารผ่านทางหน้าเว็บไซต์ของผู้ผลิตเอง เรียก Battery รุ่นที่มีปัญหากลับคืน เพื่อเปลี่ยนรุ่นใหม่ให้ เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;thank from:www.thaiblogonline.com/ittips.blog?PostID=6649&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6128968588674991542-5193198900358837767?l=driver2notebook.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://driver2notebook.blogspot.com/feeds/5193198900358837767/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6128968588674991542&amp;postID=5193198900358837767' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/5193198900358837767'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/5193198900358837767'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://driver2notebook.blogspot.com/2009/04/notebook_30.html' title='Notebook เลือกซื้ออย่างไรให้ถูกใจและคุ้มค่า'/><author><name>topcctv</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06927922712329235299</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6128968588674991542.post-5228582396139938689</id><published>2009-04-25T00:16:00.000-07:00</published><updated>2009-04-25T00:31:26.221-07:00</updated><title type='text'>คุมเข้มโน๊ตบุ้กตัวโปรดของคุณ</title><content type='html'>ขออนุญาตแนะนำหลักการง่ายๆในการเลือกซื้อโน้ตบุ๊กใหม่ เพื่อการใช้งานเต็มประสิทธิภาพอย่างคุ้มค่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดูแลเรื่องความร้อนบนโน๊ตบุ้ก&lt;br /&gt;ความร้อนเป็นศัตรูตัวฉกาจ ที่ทำให้โน้ตบุ๊กหลายเครื่องเกิดความเสียหายขึ้นแล้ว ทั้งเครื่องรีสตาร์ทใหม่ เครื่องแฮงค์ หรือถึงกับเปิดไม่ขึ้นก็มี ซึ่งอุปกรณ์ที่มีผลเรื่องความร้อนมากที่สุด คือ ซีพียูกับเมนบอร์ดนั่นเอง ในที่นี้ขอแนะนำพฤติกรรมการใช้งานโน้ตบุ๊ก เพื่อช่วยลดปัญหาเรื่องความร้อน ดังนี้ครับ&lt;br /&gt;- คุณควรหลีกเลี่ยงการใช้งานโน้ตบุ๊กแบบต่อเนื่อง หรือเปิดเครื่องทิ้งไว้เป็นเวลานานๆ โดยไม่ได้ใช้งานใดๆ เพราะโน้ตบุ๊กไม่ได้ออกแบบมาเพื่อใช้งานหนักอย่างเครื่องเดสก์ท็อป หรือมีการใช้งานตลอด 24 ชั่วโมงอย่างเครื่องเซิร์ฟเวอร์&lt;br /&gt;- ไม่ควรใช้หรือเก็บโน้ตบุ๊กในสถานที่ที่มีอากาศร้อน อากาศถ่ายเทไม่สะดวก เพราะ จะทำให้เครื่องร้อนกว่าอุณหภูมิที่กำหนด- การใช้งานบนฟูก หรือบนเตียงก็จะทำให้ความร้อนสะสมในเครื่องมากจนเกินไป และอาจจะไหม้ได้&lt;br /&gt;- ไม่ควรใช้หรือเก็บโน้ตบุ๊กในสถานที่ที่อับชื้น เพราะความชื้นจะทำให้อุปกรณ์ภายใน เสียหาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดูแลฮาร์ดดิสก์ : ให้เก็บข้อมูลเราไปอีกนานฮาร์ดดิสก์&lt;br /&gt;เป็นอุปกรณ์สำคัญลำดับต้นๆ ของเครื่องโน้ตบุ๊ก เพราะเกี่ยวข้องกับข้อมูลต่างๆ ที่เราเก็บอยู่ทั้งหมดโดยตรง การดูแลรักษาและป้องกันปัญหาที่อาจขึ้นกับ ตัวโน้ตบุ๊กจึงเป็นเรื่องที่เราควรให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง&lt;br /&gt;- ปิดเครื่องโน๊ตบุ้กอย่างถูกวิธี จากคำสั่ง Shut Down ใน Windows ไม่ปิดผ่านทางปุ่ม Power หรือถอดปลั๊กไฟออกทันที (ในขณะที่ไม่มีแบตสำรอง)&lt;br /&gt;- ใช้เครื่องมือ Check Disk ตรวจสอบความผิดพลาดบนฮาร์ดดิสก์ รวมทั้งหาจุด Bad Sector ที่อาจเกิดขึ้นบนฮาร์ดดิสก์ ประมาณเดือนละครั้ง&lt;br /&gt;- ในการเคลื่อนย้ายระหว่างการเดินทาง ควรนำโน้ตบุ๊กเก็บในกระเป๋ากันกระแทก และทางที่ดีกระเป๋าควรจะกันน้ำได้ด้วย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อตัวฮาร์ดดิสก์ภายในเครื่องได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดูแลจอภาพโน๊ตบุ้ก&lt;br /&gt;จอภาพเป็นส่วนแสดงผล ที่ผู้ใช้ต้องติดต่อและทำงานด้วยโดยตรง การที่จอภาพใช้งานไม่ได้ หรือเสียขึ้นมา ก็เป็นการปิดเส้นทางการใช้งานโน้ตบุ๊กนั่นเอง ในที่นี้ขอแนะนำการดูแล และการใช้งานจอภาพที่ถูกต้องในเบื้องต้น ดังนี้&lt;br /&gt;- ไม่ควรใช้นิ้วหรือมือไปจับ หรือสัมผัสที่จอภาพ LCD โดยตรง ซึ่งหากบริเวณนั้นได้รับการกระทบกระเทือน หรือถูกจับบ่อยครั้ง จะทำให้เซลล์จอภาพบางจุดเสียหาย กลายเป็นจุดดำได้&lt;br /&gt;- ไม่ควรนำโน้ตบุ๊กไปใช้กลางแดดจัด หรือวางในตำแหน่งที่แดดส่องจัด เพราะจะทำให้จอภาพเสื่อมเร็ว- หมั่นทำความสะอาดจอภาพ LCD สม่ำเสมอ และควรทำทันทีที่เกิดรอยสกปรก เพื่อป้องกันคราบติดแน่นซึ่งจะทำความสะอาดยาก และหากถูกไปนานๆ อาจจะทำให้สารเคลือบจอภาพ LCD ที่เคลือบมาจากโรงงานหลุดได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดูแลระบบจัดการพลังงานสำหรับแบตเตอรี่&lt;br /&gt;ซึ่งเป็นอุปกรณ์ในการจ่ายพลังงานให้กับเครื่องโน้ตบุ๊ก ในที่นี้ขอสรุปการดูแล และใช้งานแบตเตอรี่อย่างถูกต้อง ดังนี้&lt;br /&gt;- ควรชาร์จแบตเตอรี่ครั้งแรกตามระยะเวลาที่คู่มือกำหนด เพื่อกระตุ้นเซลล์ในแบตเตอรี่ให้ตื่นตัวเต็มที่ทั้งหมด แล้วจะได้ใช้งานแบตเตอรี่ก้อนนั้นได้เต็มประสิทธิภาพสูงสุดจริงๆ&lt;br /&gt;- ในการใช้แบตเตอรี่แต่ละครั้ง ควรใช้ให้หมดก่อน แล้วจึงนำไปชาร์จใหม่ (โดยดูจากไอคอน Battery ที่อยู่บนทาสบาร์ของ Windows) ถ้าใช้แบตเตอรี่ไม่หมดแล้วนำไปชาร์จใหม่หลายๆ ครั้ง อาจส่งผลทำให้ไม่สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพสูงสุด&lt;br /&gt;- ควรปรับ Calibrate Battery ทุกครั้งที่ใช้ครั้งแรก เพื่อเครื่องและซอฟท์แวร์ของระบบจัดการพลังงาน (Power Management) จะทำการปรับสัดส่วนของค่าที่แสดงผลออกมาให้ผู้ใช้ทราบ ตรงกับสัดส่วนของพลังงานในแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่จริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทิปจาก successmedia.com&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6128968588674991542-5228582396139938689?l=driver2notebook.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://driver2notebook.blogspot.com/feeds/5228582396139938689/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6128968588674991542&amp;postID=5228582396139938689' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/5228582396139938689'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/5228582396139938689'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://driver2notebook.blogspot.com/2009/04/blog-post.html' title='คุมเข้มโน๊ตบุ้กตัวโปรดของคุณ'/><author><name>topcctv</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06927922712329235299</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6128968588674991542.post-493390164650286574</id><published>2009-04-24T22:14:00.000-07:00</published><updated>2009-04-24T22:15:51.965-07:00</updated><title type='text'>การใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ Notebook กับ Projector</title><content type='html'>ปัญหาเครื่องคอมพิวเตอร์ Notebook ไม่สามารถใช้กับโปรเจคเตอร์นั้นมีมากทีเดียว กว่าร้อยละ 80 เกิดจากคอมพิวเตอร์ Notebook นั้นเอง นั่นคืออาจเกิดจาก driver ของคอมพิวเตอร์ Notebook มีปัญหา หรืออาจเกิดจากการปรับตั้งไม่ถูกต้อง ซึ่งวิธีตรวจสอบเบื้องต้นง่ายๆ คือนำเครื่องคอมพิวเตอร์ Notebook มาต่อเข้ากับจอมอนิเตอร์ของคอมพิวเตอร์ก่อนที่จะนำไปใช้กับโปรเจคเตอร์ &lt;br /&gt;ในเรื่องของการต่อเชื่อมนั้น คอมพิวเตอร์สมัยใหม่จะมีการส่งข้อมูลระหว่าง Notebook กับจอมอนิเตอร์หรือโปรเจคเตอร์ ฉะนั้นคุณจะต้องต่อเชื่อมสายสัญญาณ VGA ให้เสร็จ ก่อนจะเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ ส่วนโปรเจคเตอร์ก็ให้ Standby หรือเปิดเครื่องไว้ได้เลยครับ หลังจากเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว เครื่องจะทำการ detect อัตโนมัติ เครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ๆ ส่วนใหญ่จะปรับตั้งให้สามารถแสดงภาพออกทาง Port VGA out ( หรือบางเครื่องเรียก Monitor out) ได้ทันที แต่บางเครื่องต้องกดปุ่ม Function ( ปุ่ม Fn ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ทางซ้ายล่างของคีย์บอร์ด) พร้อมกับปุ่ม Function Key เพื่อให้แสดงภาพคอมพิวเตอร์ออกทางช่อง VGA out ได้นั้นมันจะเป็นรูปหน้าจอคอมพิวเตอร์/หน้าจอ LCD ของ Notebook หรือเขียนคำว่า MONITOR หรือ LCD ซึ่งคอมพิวเตอร์แต่ละรุ่นจะมีตำแหน่งของ Function Key แตกต่างกันไป แม้แต่ยี่ห้อเดียวกันถ้าต่างรุ่น Function Key ก็อาจจะอยู่ต่างตำแหน่งกัน เช่นบางเครื่องอยู่ที่ F3 บางเครื่องอยู่ที่ F8 เป็นต้น เมื่อกดปุ่ม Function พร้อมกับ Function Key ครั้งแรกอาจจะแสดงภาพออกเฉพาะโปรเจคเตอร์ ให้กดอีกครั้งภาพจะแสดงออกทั้งหน้าจอของคอมพิวเตอร์ Notebook พร้อมๆ กับโปรเจคเตอร์ และเมื่อกดอีกครั้งภาพจะกลับมาแสดงเฉพาะจอของ Notebook เหมือนเดิม บางครั้งการกดอาจไม่ได้เรียงลำดับแบบนี้อาจมีการสลับกันได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เครื่องคอมพิวเตอร์ notebook บางเครื่องไม่สามารถแสดงภาพออกทางโปรเจคเตอร์ได้พร้อมกับจอของคอมพิวเตอร์ Notebook แม้ว่าตอน Boot เครื่องจะมีข้อความแสดงออกทางโปรเจคเตอร์อยู่ก็ตามแต่เมื่อเข้าสู่ระบบปฏิบัติการแล้ว ไม่สามารถแสดงพร้อมกันได้ คือต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ฉะนั้นควรต้องศึกษาคุณสมบัติของคอมพิวเตอร์ Notebook ให้ดีก่อนซื้อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เครื่องคอมพิวเตอร์ Notebook บางเครื่องต้องเข้าไป set ใน properties ของหน้าจอก่อน ซึ่งสามารถทำได้ดังขึ้นตอนต่อไปนี้ 1. คลิ๊กปุ่มขวาของเมาส์บน wallpaper 2. จะปรากฏเมนูขึ้นมาให้เลือก properties 3. จะปรากฏเมนูอีกอันขึ้นมาแทนให้เลือก setting 4. เลือก Advance 5. เลือก Monitor 6. เลือก ระหว่าง LCD. ของคอมพิวเตอร์ Notebook หรือ Monitor หรือ เลือกให้ออกทั้งสองอย่างพร้อมกัน ถ้าเลือก Monitor ภาพก็จะแสดงออกทางโปรเจคเตอร์ ( ขั้นตอนนี้อาจไม่เหมือนกันแล้วแต่ driver ของผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ Notebook บางเครื่องก็อาจจะเลือกให้แสดงพร้อมกันไม่ได้ )&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้บางครั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ก็อาจตั้งความถี่ในการ refresh rate ไม่ถูกต้องทำให้ภาพที่ฉายออกทางโปรเจคเตอร์สั่น หรือภาพอาจไม่อยู่ในตำแหน่ง หรือภาพอาจจะขาดหายได้ โดยเฉพาะโปรเจคเตอร์รุ่นเก่าๆที่ยังไม่ได้แก้ปัญหานี้ ก็ควรจะตั้ง refresh rate ของคอมพิวเตอร์ให้ถูกต้องด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์ Notebook ของคุณไม่สามรถแสดงภาพออกพร้อมๆ กัน ทั้งมอนิเตอร์ของคอมพิวเตอร์และโปรเจคเตอร์แล้วละก็ อาจพอมีทางแก้โดยใช้เครื่องกระจายสัญญาณ VGA ชนิดเข้า 1 ออก 2 โดยต่อเครื่องกระจายสัญญาณเข้ากับคอมพิวเตอร์ Notebook และต่อโปรเจคเตอร์เข้ากับเครื่องกระจายสัญญาณ จากนั้นให้หาจอมอนิเตอร์มาต่อเข้ากับเครื่องกระจายสัญญาณ เท่านี้ก็สามารถดูภาพจากหน้าจอมอนิเตอร์ไปพร้อมๆ กับโปรเจคเตอร์ได้แล้วครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หวังว่าบทความนี้คงช่วยคุณในการใช้คอมพิวเตอร์ Notebook และโปรเจคเตอร์ของคุณได้ดีขึ้นครับ&lt;br /&gt;ทิปจาก www.projector.co.th&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6128968588674991542-493390164650286574?l=driver2notebook.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://driver2notebook.blogspot.com/feeds/493390164650286574/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6128968588674991542&amp;postID=493390164650286574' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/493390164650286574'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/493390164650286574'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://driver2notebook.blogspot.com/2009/04/notebook-projector.html' title='การใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ Notebook กับ Projector'/><author><name>topcctv</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06927922712329235299</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6128968588674991542.post-2215897454045061055</id><published>2009-04-22T02:10:00.000-07:00</published><updated>2009-04-22T02:14:50.047-07:00</updated><title type='text'>เสียบปลั๊ก Notebook‏ แบบไหนดี</title><content type='html'>เรื่องนี้เป็นทิปสั้นๆ แต่..ทิปสั้นๆ นี้ ผมเชื่อว่ามีใครหลายยคนที่ไม่เคยรู้มาก่อน ประมาณว่า จริงเหรอ? ใช่เหรอ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในช่วงแรกๆ ที่ผมใช้โน้ตบุ๊กก็อาการเดียวกับหลายๆ ท่าน เวลาจะเสียบปลั๊กก็เสียบตัวอะแดปเตอร์เข้ากับตัวเครื่องก่อน (จริงๆ มันน่าจะถูกนะ) แล้วก็เอาปลั๊กอีกด้านไปเสียบกับเต้ารับของที่บ้าน หรือที่ทำงาน โดยหลักความเป็นจริงแล้ว มันจะควรจะทำแบบนี้ใช่มั้ย?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คิดว่าหลายคนคิดเหมือนผม ปัญหาที่ผมเจอเมื่อทำแบบนี้กับโน้ตบุ๊กแทบทุกรุ่นที่ผ่านมา ก็คือมันมีไฟแลปออกมาจากตัวปลั๊ก เหมือนเกิดการสปาร์คขึ้น เสียบกี่ครั้งก็เกิดอาการแบบนี้ จนพาลคิดไปว่าพวกอะแดปเตอร์โน้ตบุ๊กมันไม่ค่อยดีมั้ง ผมก็หาวิธีแก้ไขบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพื่อนหลายคนใช้วิธีเด็ดกว่านี้ครับ คือซื้อปลั๊กที่มีสวิทซ์เปิดปิดมาเลย วิธีการที่เขาทำก็คือ เสียบปลั๊กทุกๆ อย่างให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยเปิดสวิทซ์ที่ปลั๊ก เอ้ออ.. ไอเดียดีเนาะว่ามั้ย แต่จนแล้วจนรอด ผมเอ๊ะใจขึ้นมา เลยเปิดคู่มือโน้ตบุ๊กที่ผมเพิ่งได้มาใหม่ดู นั่งอ่านสักพัก ก็ถึง บ้างอ้อ จนได้ว่า สิ่งที่เราทำมานั้น ไม่ถูกต้องเลยครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มิน่า เสียบยี่ห้อไหน ก็ไฟแลบตะแลบแป๊บหมด.. พาลเอาใจหายว่าไฟจะช็อตได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่อไปนี้ตั้งใจอ่านให้ดีดีนะครับ ในคู่มือเขาบอกไว้ชัดเจนเลยครับว่า วิธีการเสียบปลั๊กอะแดปเตอร์ของโน้ตบุ๊ก ที่ถูกต้องก็คือ ให้เราเสียบปลั๊กเข้ากับเต้ารับที่บ้านหรือที่ทำงานก่อนครับ จากนั้นค่อยเอาปลายอีกด้านที่เหลือมาเสียบเข้ากับโน้ตบุ๊ก อันนี้คือวิธีที่ถูกต้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเลยลองดูซะเลยครับ ปรากฏว่าอาการไฟแลบหรืออาการสปาร์คนั้นไม่มีเกิดขึ้นเลย โอ้! นี่แหละหนาาา..นิสัยไม่ชอบอ่านคู่มือ หลังจากนั้นมาผมก็พยายามแนะนำเพื่อนๆ ทุกคนที่เกิดอาการนี้ทั้งหมด ทุกรายแฮปปี้ดีแทคมากๆ ผมเชื่อว่าหลายคนยังไม่ทราบครับ ใครที่ทราบแล้วก็ฝากบอกต่อเพื่อนๆ ด้วยนะครับ จะได้เสียบปลั๊กอะแดปเตอร์ได้ถูกต้องเสียที ใครใช้โน้ตบุ๊กอยู่ตอนนี้จะลองทำดูก็ได้นะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอเพิ่มเติมด้วยว่า ใช้วิธีเดียวกันนี้กับ ทั้งมือถือ และ PDA ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;thank you from: share.psu.ac.th/blog/tip-ple-tip/1246&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6128968588674991542-2215897454045061055?l=driver2notebook.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://driver2notebook.blogspot.com/feeds/2215897454045061055/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6128968588674991542&amp;postID=2215897454045061055' title='2 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/2215897454045061055'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/2215897454045061055'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://driver2notebook.blogspot.com/2009/04/notebook.html' title='เสียบปลั๊ก Notebook‏ แบบไหนดี'/><author><name>topcctv</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06927922712329235299</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6128968588674991542.post-863386502402683338</id><published>2009-03-12T12:24:00.000-07:00</published><updated>2009-03-12T12:26:12.761-07:00</updated><title type='text'>4 วิธีในการทำให้เครื่องคอมฯ มีอายุยาวนานขึ้น.....</title><content type='html'>"การป้องกัน ย่อมดีกว่าการแก้ไข” จริงหรือเปล่าครับ! วิธีง่ายๆ ในการช่วยทำให้อายุของเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณมีอายุที่ยาวนานขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.หลีกเลี่ยงการตั้งเครื่องคอมฯ ในบริเวณที่มีการสูบบุหรี่ ควันบุหรี่เป็นสาเหตุสำคัญทำให้เครื่องคอมฯ มีปัญหาได้ เพราะเขม่าควันจะทำให้เกิดคราบ ทำให้อุปกรณ์เชื่อมต่อกับเครื่องมีปัญหาได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.หลีกเลี่ยงให้เครื่องคอมฯ ทำงานตลอดเวลา ถ้าไม่ได้ใช้งาน ควรปิดเครื่องคอมฯ เสีย ทั้งนี้เพื่อให้อุปกรณ์ต่างๆ ให้พักบ้าง อย่างไรก็ตามเราสามารถระบบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;* Power Management ในการช่วยเหลือได้ (คลิกขวาที่หน้าจอ เลือก Properties -&gt; Screen Saver จากนั้นเลือก Power)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;* Power Management จะเป็นโปรแกรมจัดการเรื่องการใช้พลังงานในอุปกรณ์ต่างๆ เช่น Monitor LCD, hard disk, CPU เป็นต้น โดยการกำหนดเวลาว่า ถ้าไม่มีการใช้งานในระยะเวลาหนึ่ง ให้ทำการหยุดการทำงานในอุปกรณ์นั้นๆ เช่น ตั้งเวลาไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.หลีกเลี่ยงให้จอภาพทำงานตลอดเวลา สามารถทำได้โดยปิดสวิทซ์โดยใช้ฟังก์ชั่นของโน้ตบุกของแต่ล่ะรุ่น อย่างเช่น ยี่ห้อAcer จะใช้วิธีการกด FN+F6 ในขณะที่ไม่มีการใช้งาน โดยเฉพาะสำนักงานที่พักเที่ยงในตอนกลางวัน หรือใช้ระบบ Power Management ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าไฟของคุณได้ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4.ระวังเวลาที่ Hard Disk Copy ไฟล์งาน หรือ ไฟ Hard Disk อยู่ไม่ควรที่จะเคลื่อนย้ายระหว่างการทำงาน หรือ สั่นเทือนแรงๆ! เพราะอาจจะส่งผลให้ Hard Disk เสียหายได้ทำ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6128968588674991542-863386502402683338?l=driver2notebook.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://driver2notebook.blogspot.com/feeds/863386502402683338/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6128968588674991542&amp;postID=863386502402683338' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/863386502402683338'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/863386502402683338'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://driver2notebook.blogspot.com/2009/03/4.html' title='4 วิธีในการทำให้เครื่องคอมฯ มีอายุยาวนานขึ้น.....'/><author><name>topcctv</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06927922712329235299</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6128968588674991542.post-3003651767002343852</id><published>2009-01-25T01:36:00.000-08:00</published><updated>2009-01-25T01:45:27.849-08:00</updated><title type='text'>7 วิธี เพิ่มความเร็วง่ายๆให้แก่ Notebook สุดรัก</title><content type='html'>การทำให้ Notebook ของทุกๆท่านกลับมาตอบสนองได้รวดเร็วดังเดิม เหมือนเพิ่ง Format เครื่องมาใหม่ๆ ไม่มีอืด ไม่มีหน่วง ให้ต้องรำคาญใจกันอีกต่อไป สำหรับ 7 วิธีที่ว่านี้มีอะไรกันบ้างเราไปติดตามชมกันเลยดีกว่าครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;วิธีที่ 1 เพิ่มแรม เพิ่มความเร็ว !!&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;สำหรับในส่วนของวิธีแรกนี้เป็นวิธีที่ค่อนข้างจะนิยมกันอย่างแพร่หลาย และผมคิดว่าท่านผู้อ่านเกือบจะทั้งหมดก็คงจะรู้จักวิธีนี้กันเป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นผมขอรวบรัดตัดตอนไปพูดกันถึงเรื่องประสิทธิภาพกันเลยจะดีกว่าครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาคทฤษฎี:ก่อนอื่นเรามาเริ่มกันด้วยแนวทางทางทฤษฎีกันก่อนเลยดีกว่าครับ โดยสำหรับทางด้านสรรคุณที่มีการโฆษณากันอยู่ทั่วๆไปนั้น มักจะบอกว่าการเพิ่มแรมสามารถเพิ่มความเร็วให้กับระบบของคุณได้ และนอกจากนี้ยังสามารถที่จะรันโปรแกรมขึ้นมาพร้อมๆกันได้มากกว่าเดิมอีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาคปฏิบัติ:สำหรับการทดลองประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นจากการอัพเกรดแรมนั้นพบว่า เวลาในการบูทระบบนั้น ทำเวลาได้ดีขึ้นกว่าเดิมเพียง 1 วินาที สำหรับ Windows XP และ 2 วินาที สำหรับ Windows Vista เท่านั้นจากการเพิ่มแรมเข้าไปอีก 1 GB แต่ความเร็วโดยรวมของระบบหลังจากการเพิ่มแรมนั้น สามารถทำได้อย่างชัดเจนกว่า คือ การเปิดโปรแกรม iTune ใน Windows Vista ก่อนการอัพเกรดแรมนั้นจะอยู่ที่ 29 วินาทีจึงจะพร้อมใช้งาน แต่หลังจากที่เพิ่มแรมเข้าไปอีก 1 GB พบว่าใช้เวลาในการเปิดเพียง 17 วินาที เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีผลการ Test ในด้านของการเปิดโปรแกรมหลายๆโปรแกรมพร้อมๆกันอีกด้วย ซึ่ง แรม 1 GB นั้น สามารถเปิดได้เพียง โปรแกรมสำหรับการ chat 2 โปรแกรม, โปรแกรม Weather Bug และ Google Earth ซึ่งหากเปิดอะไรเพิ่มเติมไปมากกว่านี้ก็จะเริ่มออกอาการหน่วงให้เห็น นอกจากนี้ยังได้ทดสอบการ Zip Folder ที่มีขนาด 385 MB ซึ่งผลปรากฏว่าใช้เวลาไปทั้งหมด 1 ชั่วโมง 44 นาที พอทดสอบที่ 1 GB เสร็จแล้วเราก็จะมาลุยกันต่อโดยการเพิ่มแรมเข้าไปอีก 1 GB ผลออกมาดังนี้ครับ โดยผลทางด้านการเปิดใช้งานโปรแกรมต่างๆพร้อมกันนั้น สามารถที่จะเปิดโปรแกรมสำหรับการ chat พร้อมกัน 3 ตัว, Weather Bug, Google Earth, iTunes, World in Conflict และ Internet Explorer อีก 2 หน้าต่าง ส่วนผลการทดสอบ Zip นั้น ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 10 นาที เท่านั้นครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;วิธีที่ 2 Defrag ง่ายๆ ไม่เสียตังค์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับวิธีนี้ก็อาจจะเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ว ซึ่งเป็นการใช้ tools ที่มากับตัววินโดวส์อยู่แล้ว หรือ tools ประเภทนี้ที่เป็นของยี่ห้ออื่นๆ ในการจัดเรียงข้อมูลบน Harddisk ใหม่ เพื่อให้ระบบสามารถเรียกใช้ข้อมูลต่างๆที่ต้องการได้รวดเร็วขึ้น ส่วนวิธีการเรียกใช้งาน Defragment ของตัว Windows นั้นก็สามารถทำได้ง่ายๆครับ เพียงแค่เลือกไปที่ Start &gt;&gt; All Programs &gt;&gt; Accessories &gt;&gt; System Tools แล้วคลิกเพื่อเปิด Disk Defragmenter จากนั้นก็เริ่มทำการ Defrag กันได้เลยครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาคทฤษฎี: คำแนะนำในเรื่องของการ Defrag ว่าควรทำบ่อยแค่ไหนนั้น ยังไม่มีผลการทดสอบที่ออกมานำเสนอ หรือคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญใดๆ ทั้งนี้เพราะว่าการเกิดการ fragment หรือการกระจัดกระจายของข้อมูลบน Harddisk ขึ้นอยู่กับหลายๆปัจจัย เช่น ความถี่ในการใช้งาน หรือ การเพิ่มและลบข้อมูลต่างๆบน Harddisk ซึ่งตรงจุดนี้เอาเป็นว่า Defrag กันอย่างน้อยเดือนละครั้งน่าจะดีที่สุดครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาคปฏิบัติ:สำหรับการทดสอบบน Windows XP นั้น พบว่าการบูทหลังจากที่ได้ทำการ Defrag ไปนั้น สามารถลดเวลาลงไปได้ถึง 35 วินาที ส่วนบน Windows Vista ใช้เวลาลดลงไป 6 วินาที นอกจากนี้ยังมีการทดสอบอีกแบบนึง โดยการสร้างไฟล์ที่ชื่อว่า “Find Me.txt” ขึ้นมาหลังจากนั้นก็ทำการซ่อนไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดของ Harddisk แล้วทำการ Serch ซึ่งผลปรากฏว่าก่อนการ Defrag ใช้เวลา 22 วินาที และหลังจาก Defrag ใช้เวลาเพียงแค่ 6 วินาทีเท่านั้นครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;วิธีที่ 3 กำจัดโปรแกรมขยะต่างๆให้สิ้นซาก !!&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เครื่องคอมพิวเตอร์สมัยนี้ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนๆ ก็มักจะพบกับโปรแกรมขยะต่างๆที่มักจะแฝงตัวมาพร้อมกับโปรแกรมหลักต่างๆที่เราต้องการใช้งาน อาทิ เช่น Google Desktop, Google Tool Bar, Yahoo Tool Bar และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งใครที่เป็นบุคคลประเภท คลิก Next ไปเรื่อยๆ เวลาลงโปรแกรม มักจะมีโปรแกรมเหล่านี้มาแอบอาศัยอยู่ในเครื่องมากมายครับ ฉะนั้น เพื่อความคล่องตัวในการทำงานของตัวเครื่อง เรามากำจัดเหล่ากาฝากพวกนี้ให้สิ้นซากกันดีกว่าครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาคทฤษฎี:ตามลักษณะทั่วไปของโปรแกรมเหล่านี้ มักจะถูกบูทเองโดยอัตโนมัติทันทีที่เราเปิดเครื่องครับ และมักจะทำงานเป็น Back Ground อยู่เงียบๆ แอบกินทรัพยากรโดยเราไม่ได้เรียกใช้งานโปรแกรมเหล่านี้แม้แต่น้อย ซึ่งหากเราปล่อยให้มีโปรแกรมเหล่านี้มากๆเข้า จำนวนพื้นที่ว่างบนแรมที่จะเหลือให้เราใช้งานนั้นก็จะลดลงไปด้วย ทำให้เครื่องใช้งานแรมได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งผลที่ตามมานั่นก็คือ ช้านั่นเองครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาคปฏิบัติ:สำหรับทางแก้ของเรานั้น เราจะไปทำการดาวน์โหลดโปรแกรมที่มีชื่อว่า PC Decrapifier (&lt;a href="http://www.pcdecrapifier.com/"&gt;www.pcdecrapifier.com&lt;/a&gt;) มาใช้ในการตรวจสอบว่าโปรแกรมขยะต่างๆนั้นมีอะไรบ้างและแฝงตัวอยู่ที่ไหนกันบ้าง สุดท้ายเราก็จะอาศัยโปรแกรมเหล่านี้ให้ช่วยกำจัดสิ่งไม่พึงประสงค์ต่างๆเหล่านี้ให้ออกไปจาก Notebook สุดรักของเราอย่างถาวรครับ (ถ้าไม่ไปติดตั้งใหม่) ซึ่งผลจากการ Scan หานั้นพบโปรแกรมต่างๆเหล่านี้ที่ไม่ได้มีการเรียกให้ใช้งานกำลังกินกันอย่างสนุกสนานครับ AIM6.exe (17MB ), Google Desktop Startup (17MB), Google Talk (13MB), iTunesHelper (4MB), and และอื่นๆอีกประมาณ 51MB นอกจากนี้ยังได้ Remove พวก Start-Up โปรแกรมต่างๆไปอีกมากมาย ถือว่าเป็นอีก 1 วิธีที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;วิธีที่ 4 ยกเครื่องให้ฟิต พิชิตจุดบกพร่อง&lt;/span&gt;  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; สำหรับวิธีที่ 4 นี้จะเป็นการอาศัยโปรแกรมที่มีหน้าที่ในการแก้ไข error ต่างๆบนเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ registry หรือ shortcut ต่างๆที่ไม่ปรากฏแล้ว ซึ่งโปรแกรมแนวๆนี้หลายๆท่านอาจจะเคยได้เห็นจากทางเว็บของเรากันบ้างแล้ว คือ http://www.notebookspec.com/2008/08oct-error+notebook.html แต่ในวันนี้ทางเราจะแนะนำโปรแกรมที่มีชื่อว่า iolo System Mechanic 7 (www.iolo.com/sm) สนนราคาอยู่ที่ $49.95 ครับ จะได้ผลลัพธ์ยังไงบ้างเราไปชมกันเลยดีกว่าครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาคทฤษฎี:สำหรับเจ้าตัว iolo System Mechanic 7 นั้นจะแก้ไขปัญหาต่างๆที่คุณอาจจะไม่สามารถทำเองได้ ซึ่งการทำงานหลักๆจะประกอบไปด้วย การซ่อมแซม Short Cut  ที่เกิดอาการหาปลายทางไม่เจอ เพื่อให้คอมพิวเตอร์หยุดการค้นหาโปรแกรมต่างๆที่ไม่มี หรือได้ uninstall ไปแล้ว, การซ่อมแซมแก้ไข registry ต่างๆ ที่เกิดความเสียหาย ซึ่งมักเป็นสาเหตุให้เครื่องคอมพิวเตอร์เกิดความเสียหายอย่างรุนแรง เกิดอาการค้าง หรืออาจจะเปิดไม่ติดเลยในบางครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาคปฏิบัติ:    สำหรับการทดสอบโดยการรันโปรแกรม iolo System Mechanic 7 บนเครื่อง Notebook เป้าหมายของเราที่ใช้งานระบบปฏิบัติการ Windows XP แล้วนั้นปรากฏว่าพบ error ของ registry ทั้งหมด 312 จุด นอกจากนี้ยังตรวจพบความเสียหายของตัว Harddisk อีกด้วย, พบ shortcut ที่เสียหายทั้งหมด  77 จุด และมีแรมเหลือให้ใช้งานเพียง 7% ภายหลังจากการซ่อมแซม error ต่างๆโดยโปรแกรม iolo System Mechanic 7 เรียบร้อยแล้ว พบว่า ความเร็วในการ Boot เครื่องสามารถทำเวลาได้เร็วขึ้นกว่าเดิม 2 วินาที    ส่วนการทดสอบบน Windows Vista ปรากฏว่าพบ error ของ registry ทั้งหมด 154 จุด นอกจากนี้ยังตรวจพบความเสียหายของตัว Harddisk อีกด้วย และพบการกระจายตัวของข้อมูลอย่างไม่เป็นระเบียบบน Harddisk คิดเป็นจำนวนทั้งสิ้น 23% ซึ่งหลังจากการซ่อมแซม error ต่างๆโดยโปรแกรม iolo System Mechanic 7 เรียบร้อยแล้ว พบว่า ความเร็วในการ Boot เครื่องสามารถทำเวลาได้เร็วขึ้นกว่าเดิม 8 วินาที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;วิธีที่ 5 ยกเลิกดัชนีค้นหา ลดเวลาเรียกโปรแกรม !!&lt;/span&gt;   &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยปกติตั้งแต่ Windows เวอร์ชั่น XP ขึ้นไปนั้น จะมีการเปิดฟังก์ชั่น “Allow Indexing Service to index this disk for fast file searching” ในหน้าของ Disk Properties แบบอัตโนมัติ ซึ่งประโยชน์จากการใช้งานฟังก์ชั่นนี้ก็คือ จะสามารถทำให้ search หาไฟล์ต่างๆที่เราต้องการได้เร็วขึ้น แต่สิ่งที่ต้องแลกมานั่นก็คือการกินทรัพยากรที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง ซึ่งจะส่งผลกับเครื่องแค่ไหน เราไปชมผลทดสอบกันเลยดีกว่าครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาคทฤษฎี:การ Disable ฟังก์ชั่นการใช้งาน index นี้จะเป็นการยกเลิกการทำดัชนีไฟล์ต่างๆของระบบ ซึ่งค่อนข้างกินทรพยากร และเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ช้าลงไปนั่นเอง ซึ่งถ้าคุณเป็นคนที่หมั่นจัดระเบียบเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว และมักที่จดจำได้ว่าไฟล์ต่างๆที่เราต้องการนั้นอยู่ที่ไหนบ้าง ก็ไม่จำเป็นจะต้องใช้งานฟังก์ชั่นนี้แต่อย่างไร ซึ่งคุณสามารถปิดฟังก์ชั่นที่ว่านี้ได้โดยการ คลิกขวา Drive ที่ต้องการจะยกเลิก แล้วเลือกไปที่ Properties จากนั้นเมื่อปรากฏหน้าต่าง Disk Properties ขึ้นมาแล้ว ให้ติ๊กเอาเครื่องหมายถูกที่ช่อง “Allow Indexing Service to index this disk for fast file searching” เพียงเท่านี้ก็จะสามารถลดการบริโภคทรัพยากรลงได้แล้วล่ะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาคปฏิบัติ:    การทดสอบนั้น เราจะทำการทดสอบโดยใช้งาน Windows Vista ที่มีแรมขนาด 1 GB จากนั้นเรียกใช้งานโปรแกรมที่มีชื่อว่า World of Conflict แล้วจับเวลาตั้งแต่เริ่ม Boot จนกระทั่งเสร็จสิ้น ทั้งก่อนและหลังการยกเลิกฟังก์ชั่น index นี้ ผลปรากฏว่าเวลาสามารถทำเวลาในการ Boot ได้เร็วขึ้นถึง 10 วินาทีด้วยกันครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;วิธีที่ 6 กำจัด Spyware กาฝากบ่อนทำลาย !!&lt;/span&gt;  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ผมคิดว่าหลายๆคนอาจจะเคยได้ยินชื่อของ Spyware กันมาบ้างแล้ว ซึ่งเจ้าตัว Spyware นั้นนอกจากจะมีผลเสียในเรื่องของการแอบขโมยข้อมูลต่างๆแล้ว ยังทำให้เครื่องของเราทำงานช้าลงไปด้วยเนื่องจาก Spyware เหล่านี้เปรียบเสมือนกับโปรแกรมโปรแกรมหนึ่งที่ทำงานอยู่บนเครื่องของเราตลอดเวลา ทำให้ต้องสูญเสียทรัพยากรไปกับเหล่ากาฝากพวกนี้ เห็นอย่างนี้แล้วจะช้าอยู่ทำไม ไปกำจัดกันเลยดีกว่าครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาคทฤษฎี:Spyware นั้นก็คือ โปรแกรมดีๆนี่เอง ซึ่งจะแอบทำงานเป็น Background โดยคุณไม่รู้ตัวนั่นเอง ซึ่งหน้าที่ของเจ้า Spyware ก็คือคอยรายงานพฤติกรรมการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณกลับไปยัง Host ของมัน นอกจากนี้ยังบริโภคทรัพยากรบนเครื่องของคุณไปกับการทำงานที่ไร้สาระนี้อีกด้วย ว่าแล้วเราก็เลยต้องอาศัยพระเอกในวันนี้นั่นก็คือ โปรแกรม Spybot Search &amp;amp; Destroy (www.safer-networking.org/en) เข้ามาช่วยจัดการในการล่าล้างและทำลาย ซึ่งโปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมประเภทฟรีแวร์ครับ คุณสามารถโหลดมาใช้งานได้ฟรีๆ แล้วถ้าคุณยิ่งใช้โปรแกรมนี้มากเท่าไหร่ โอกาสที่จะเจอเหล่ากาฝากประเภทนี้ก็จะลดน้อยลงเท่านั้นครับ ผมข้อแนะนำให้ scan กันอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาคปฏิบัติ:    จากการทดสอบบน Windows Vista แล้วนั้น ตรวจพบปัญหา 233 ข้อ ที่เกิดจากโปรแกรม Spyware15 โปรแกรม ส่วนบน Windows XP นั้น ตรวจพบปัญหา 86 ข้อ ที่เกิดจากโปรแกรม Spyware12 โปรแกรม อย่างไรก็ตามจากการทดสอบประสิทธิภาพแล้วนั้น พบว่าไม่ต่างกันระหว่างก่อนและหลังจากใช้งานโปรแกรมนี้ แต่เราก็ยังอยากจะแนะนำให้คุณใช้งานโปรแกรมเพื่อความปลอดภัยต่อข้อมูลส่วนตัวของคุณครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;วิธีที่ 7 หยุด Background Service ที่ไม่จำเป็น&lt;/span&gt;    &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Service ต่างๆนั้นจะทำงานอยู่เป็น Background ครับ ซึ่งคล้ายๆกับการทำงานของ Spyware ซึ่งเจ้า Service ต่างๆนั้น ก็จะประกอบไปด้วยการทำงานต่างๆของคอมพิวเตอร์ที่มีทั้งแบบจำเป็นและแบบไม่จำเป็น เช่น การสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์กับ Printer, การตรวจสอบของ Windows update และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่ง Service เหล่านี้จะมีบาง Service ที่มีการทำงานแบบ Automatic คือ เริ่มทำงานตั้งแต่เปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมาเลยทีเดียว ทั้ง Service ที่จำเป็นและไม่จำเป็น ว่าแล้วก็ไปชมวิธีเปิดปิด Service เหล่านี้กันเลยดีกว่าครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาคทฤษฎี:สำหรับการเปิดปิด Service นั้นก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย เพียงพิมพ์คำว่า “services.msc” ในช่อง Run ทั้งแบบ Windows XP และแบบ Windows Vista แล้วกด OK (หรือ Enter) ก็จะปรากฏ List ของรายการ Service ต่างๆขึ้นมา จากนั้นเพียงแค่ คลิกขวายังชื่อ Service ที่เราต้องการแก้ไข แล้วเลือกไปที่ Properties สังเกตในส่วนของ Startup Type ให้กำหนดว่าจะเป็นแบบ Manual หรือ Disable ไปเลยก็ได้ ตามแต่ที่ต้องการ ส่วนใครที่ไม่รู้ว่า Service ไหนเป็นอะไรลองไป Search ได้จาก google ครับ ส่วนผมก็จะขอแนะนำตัวอย่าง link ที่รวบรวมคำอธิบาย Service ต่างๆให้ทุกๆท่านได้เอาไปลองวิชากันตาม Link นี้เลยครับ &lt;a href="http://premierairs.com/i/index.php?option=com_content&amp;amp;task=view&amp;amp;id=15&amp;amp;Itemid=2"&gt;http://premierairs.com/i/index.php?option=com_content&amp;amp;task=view&amp;amp;id=15&amp;amp;Itemid=2&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาคปฏิบัติ:    ผลการทดสอบจากการทดลองปิด Service ต่างๆนั้น เช่น automatic downloads ผลปรากฏว่าการทำงานโดยรวมของระบบเร็วขึ้นกว่าก่อนการปิด Service แบบสังเกตได้ นอกจากนั้นการปิด Service ในส่วนนี้ยังเป็นการเพิ่ม Bandwidth ของอินเตอร์เน็ท ทำให้สามารถdownload ได้เร็วกว่าเดิมอีกด้วยครับ    เอาล่ะครับเรียกได้ว่าแบไต๋ กันไปแบบหมดไส้หมดพุงเลยทีเดียว ใครที่ทำครบทั้ง 7 วิธีที่แนะนำไป ผมเชื่อว่าคงจะเร็วขึ้นไม่มากก็น้อยเลยละครับ สำหรับวันนี้ก็คงต้องขอจบการนำเสนอ Tip เด็ดๆแต่เพียงเท่านี้ครับ ยังไงคราวหน้าผมไม่พลาดที่จะนำเอา Tip ดีๆมานำเสนอกันอีกเช่นเคยแน่นอนครับ ยังไงคุณผู้อ่านทั้งหลายก็อย่าพลาดชมกันนะครับ ^^ สำหรับวันนี้สวัสดีครับ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6128968588674991542-3003651767002343852?l=driver2notebook.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://driver2notebook.blogspot.com/feeds/3003651767002343852/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6128968588674991542&amp;postID=3003651767002343852' title='3 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/3003651767002343852'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/3003651767002343852'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://driver2notebook.blogspot.com/2009/01/7-notebook.html' title='7 วิธี เพิ่มความเร็วง่ายๆให้แก่ Notebook สุดรัก'/><author><name>topcctv</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06927922712329235299</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6128968588674991542.post-22580170834144602</id><published>2008-12-04T01:39:00.001-08:00</published><updated>2008-12-04T01:41:51.272-08:00</updated><title type='text'>เทคนิคการชาร์ทแบตเตอรี่ notebook</title><content type='html'>ท่านที่ใช้งาน คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คเป็นประจำ หรือมีใช้งานบ้าง หรือแม้แต่การใช้งานในกลุ่มอื่นๆ ของ แบตเตอรี่อย่าง Lithium-ion เช่น Ipod เป็นต้น มักจะมีคำแนะนำต่างๆ ที่ได้รับรู้มาบ้าง เป็นต้นว่า ควรใช้ให้แบตเตอรี่เกือบหมดจึงค่อยชาร์ต หรือ อย่าให้ประจุหมดเสียทีเดียวจึงจะชาร์ต มาบ้าง  แต่คราวนี้ลองมาดูรายละเอียดแบบจริงๆ จังๆ กันบ้างครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วจะถนอมแบตเตอรี่อย่างไร หรือว่าไม่ต้อง ???สำหรับแบตเตอรี่ในกลุ่มของ Lithium-ion ส่วนมากแล้วจะพบได้เยอะมากๆ ไม่ว่าจะเป็นทั้ง Notebook เกือบทุกรุ่น (อาจจะยังมีบางรุ่น หรือรุ่นเก่าๆ ที่ยังเป็นNickel-based batteries) , ipod รุ่นต่างๆ , มือถือ หลายๆรุ่น จนถึง Iphone ที่เพิ่งจะวางตลาดใน US เป็นต้นครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งการทำงานของแบตเตอรี่ในกลุ่มนี้ มักจะสามารถชาร์ตใช้งานกันได้ต่อเนื่องเลยทันที ไม่ต้องรอให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยง แต่อย่างใดครับ เพราะแบตเตอรี่ในกลุ่มนี้ นั้นจะนับรอบของการชาร์ต แต่ไม่ได้นับจำนวนครั้งในการชาร์ตหลายท่านอาจจะงงว่า มันแตกต่าง กันอย่างไรระหว่างการนับจำนวนครั้งในการชาร์ต กับการนับรอบของการชาร์ตโดยปรกติแล้ว แบตเตอรี่จะมีจำนวนครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; โดยเฉลี่ยในการใช้งานอยู่ระดับหนึ่ง แตกต่างกันไปแต่ละยี่ห้อ แต่ละรุ่น การนับจำนวนครั้งในการชาร์ตคือ สมมุติว่า เราใช้งานแบตเตอรี่ ไป 10%  แล้วเราทำการเสียบชาร์ต นั่นคือ 1 ครั้งของการชาร์ตแบตเตอรี่ส่วนจำนวนรอบชองการชาร์ตจะแตกต่างไปครับ คือ จะนับเมื่อการชาร์ต ครบ 100%&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;battery notebook lithium-ion&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เช่น วันนี้ เราใช้แบตเตอรี่ไป 40% แล้วชาร์ตจนเต็ม พรุ่งนี้ใช้ไปอีก 20% แล้วก็ชาร์ตอีก วันถัดไปใช้ไป 30%  วันถัดไปใช้อีก 20% แล้วชาร์ต  (ซึ่งนี่คือ ปรกติที่เรามักจะใช้ๆกันนั่นล่ะครับ)1 รอบของการชาร์ต ก็จะถูกนับเมื่อครบ 100% นั่นคือ 40% (วันแรก) + 20% (วันที่ 2) + 30% (วันที่ 3) + 10% (ของวันที่ 4) ก็จะเท่ากับ 1 รอบครับดังนั้นจะเห็นได้ว่า จากตัวอย่าง เมื่อนับรอบแล้ว จะเท่ากับ 1 รอบ กับเศษอีก 10%  (นับจำนวนรอบที่ครบ 100% เท่านั้น) แต่มีการชาร์ตทั้งหมด 4 ครั้ง ครับซึ่งจะเห็นได้ว่า การชาร์ตที่แบตเตอรี่ เมื่อไหร่ ตอนไหน และกี่ครั้งก็ตาม สำหรับแบตเตอรี่ Lithium-ion แล้วจะไม่สนใจครับ เรียกว่า ชาร์ตได้ทุกครั้งที่ต้องการ ไม่ต้องรอให้หมดก่อนแล้วจึงค่อยชาร์ต แล้วจะถนอมแบตเตอรี่อย่างไร หรือว่าไม่ต้อง สำหรับการชาร์ตนั้น จะเห็นได้ว่า แบตเตอรี่ ในกลุ่มนี้ สามารถชาร์ตได้ทุกครั้งตามต้องการ นับเพียงจำนวนรอบที่ครบ 100% เท่านั้น การถนอมแบตเตอรี่จึงตกอยู่ที่การใช้งานเป็นหลักคือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. พยายามลดการใช้พลังงานแบตเตอรี่เกินกำลัง ซึ่งแม้ว่า การแบตเตอรี่สำหรับอุปกรณ์แต่ละรุ่นจะถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานนั้นๆ แล้วก็ตาม แต่หากเราลดการใช้กำลังไฟ ที่ไม่จำเป็น ก็จะช่วยลดภาระของแบตเตอรี่ และช่วยยืดอายุการใช้งานได้ เช่น สำหรับ Notebook เมื่อไม่ได้ใช้งาน wireless lan, bluetooth ก็ควรปิด ไม่ควรเปิดไว้ เพราะว่าระบบเหล่านี้ ก็จะทำงานกินไฟไปเรื่อยๆ โดยไม่จำเป็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. พยายามถอดแบตเตอรี่ออกทุกครั้งที่มีการเสียบไฟบ้าน สำหรับในกรณีนี้ เป็นข้อแนะนำที่อาจจะดูกลางๆ หรือว่า ไม่จำเพาะเจอะจงว่าต้องทำ เนื่องจาก Notebook หลายๆ รุ่นจะมีระบบตัดไฟอยู่แล้วเมื่อพบว่า Battery เต็มอยู่ ก็จะปรับไปใช้งานระบบไฟบ้านเพียงอย่างเดียว แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า Notebook ทุกรุ่นจะมี หรือสามารถทำได้ ยังมี Notebook อีกหลายรุ่นที่ไฟจะถูกดึงจาก battery เป็นหลัก แม้ว่าจะเสียบไฟบ้านก็ตาม&lt;br /&gt;ซึ่งผลของมันคือ จะทำให้ Battery ทำงานอยู่ตลอดเวลาทั้งชาร์ตและจ่ายไฟในคราวเดียวกัน ส่งผลทำงานมากขึ้น เกิดความร้อน และทำให้ cell battery เสื่อมในที่สุดนั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.ควรเคลียร์ Cell Battery ทุกๆ สามสิบครั้งของการชาร์ต เนื่องจากแบตเตอรี่ในกลุ่มนี้ จะนับจำนวนรอบและชาร์ตพลังเดิมได้ตลอด ทำให้หลายๆ ครั้งที่ ประจุ มีอาการเหมือนกับคั่งค้างอยู่ใน แบตเตอรี่ จนทำให้เจ้า Noteboook ของคุณแสดงปริมาณของไฟ ไม่ตรง ซึ่งสังเกตุได้จาก อาการที่ เครื่องปิดตัวเองเหมือนกับแบตเตอรี่อ่อน ทั้งๆ ที่เครื่องของคุณยังแสดงปริมาณเหลืออีกเกือบครึ่งเป็นต้น&lt;br /&gt;นั่น หมายถึงว่า มีประจุคั่งค้างใน cell battery เสียแล้ว วิธีการแก้ไขคือ ทุกครั้งการชาร์ตไปแล้วประมาณ 30 ครั้ง ควรจะเปิดเครื่องใช้งานจนแบตหมดจริงๆ แล้วชาร์ตให้เต็มซักครั้ง ก็จะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ หรืออาจจะใช้งานให้จนหมดซักสองถึงสามครั้งแล้วชาร์ตจนเต็ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. อย่าเก็บแบตเตอรี่ไว้ในที่ร้อน เพราะหลายท่านมักจะพกพาเอา Notebook ไปไหนมาไหนเสมอ มักจะทิ้งไว้ในรถยนต์ โดยท่านไปทำกิจธุระอื่นๆ ทั้งวัน&lt;br /&gt;การทิ้งแบตเตอรี่ไว้ในรถยนต์ที่จอดทิ้งไว้ หากจอดไว้ในที่ร่มคงไม่เป็นไร แต่ถ้าจอดไว้กลางแดดแล้วละก็จะทำให้ Cell battery ร้อน และเสื่อมสภาพเร็วกว่าปรกติครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. อย่าเก็บแบตเตอรี่ไว้รวมกับสื่อนำไฟฟ้าอื่นๆ หรือในกล่องที่นำไฟฟ้าได้ เพราะหลายครั้งที่แบตเตอรี่เสียเนื่องมาจากเกิดการชาร์ตในระหว่างการเก็บ เช่น มีเศษเหรียญไปโดนบริเวณขั้วแบตเตอรี่ทั้งสองขั้ว เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6. เมื่อแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ และต้องการเปลี่ยน cell battery ภายใน ควรเลือกที่จะให้ทางศูนย์บริการเปลี่ยนให้ หรือซื้อจากศูนย์ฯ โดยตรง เพราะการเปลี่ยน cell batery ภายในนั้นหลายครั้งที่มีการใส่ cell ผิดแบบ ผิดประเภท จนทำให้เครื่องพังได้ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7. อย่าลืมติดตามข่าวสารด้าน Technology จากเว็บไซต์ต่างๆ เช่น ล่าสุดเราจะได้ยินข่าวแบตเตอรี่โน้ตบุ๊ค ระเบิด ซึ่งทางบริษัทผู้ผลิต ก็ได้ทำการแจ้งข่าวสารผ่านทางหน้าเว็บไซตืของผู้ผลิตเอง เรียก Battery รุ่นที่มีปัญหากลับคืน เพื่อเปลี่ยนรุ่นใหม่ ให้เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้จะช่วยให้ยืดอายุการใช้งาน Battery และ Notebook ของคุณได้นานยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถนำไปวิธีนี้ไปใช้งานกับ Battery ในกลุ่มของ Lithium-ion ได้อีกด้วย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6128968588674991542-22580170834144602?l=driver2notebook.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://driver2notebook.blogspot.com/feeds/22580170834144602/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6128968588674991542&amp;postID=22580170834144602' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/22580170834144602'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/22580170834144602'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://driver2notebook.blogspot.com/2008/12/notebook.html' title='เทคนิคการชาร์ทแบตเตอรี่ notebook'/><author><name>topcctv</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06927922712329235299</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6128968588674991542.post-3678186806346262412</id><published>2008-11-28T23:08:00.000-08:00</published><updated>2008-11-28T23:09:25.435-08:00</updated><title type='text'>เทคนิคการเลือกซื้อ notebook ตอนการเลือกวัสดุพื้นผิว</title><content type='html'>การเลือกวัสดุพื้นผิวโน้ตบุคให้ตรงใจ.....กระแสความนิยมคอมพิวเตอร์ notebook ในปัจจุบันค่อนข้างจะมาแรง และในการเลือกซื้อวัสดุที่จะนำมาใช้ในการผลิตnotebook ให้ตรงใจนั้นมีกี่ประเภท และมีข้อดีข้อเสียอย่างไร.....คุณลักษณะของวัสดุที่ใช้ในการประกอบเครื่อง มีความแตกต่างกันในเรื่องของคุณสมบัติของวัสดุแต่ละชนิดอย่างไร เรามีข้อมูลนำมาให้พิจารณาดังนี้....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. พลาสติก เป็นวัสดุที่มีราคาถูกที่สุด จุดเด่นคือ เบาแต่แตกหักง่าย และทนทานน้อยกว่าโลหะอื่น....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.แมกนีเซียมอัลลอย เดิมทีแมกนีเซียมเป็นโลหะที่เบามากแต่ข้อเสียที่ความแข็งแรงต่ำ ถ้านำมาใช้งานก็ต้องผสมกับโลหะอื่นๆ เป็นแมกนีเซียมอัลลอยด เอามาผสมกับอลูมิเนียมจะได้ ความเเข็งของอลูมิเนียมเสริมเข้ามา น้ำหนักจะเบาขึ้นหลายเท่า ข้อเสียคือแพงและแตกหักง่าย.....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.อลูมิเนียม คุณสมบัติเด่นคือ ความหนาแน่นน้อย น้ำหนักเบา เหนียวกว่าเหล็ก และทนต่อการเกิดสนิมได้ดี......&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4.ไททาเนียม หายากเเละราคาแพงมาก เป็ดลหะที่ตายตัวคือไม่ต้องนำไปแยกสารประกอบใดๆ เบามากที่สุดในนี้ แต่ไม่มีความแข็งแรงเลย ถ้าไม่นำไปผสม การผสมก็ค่อนข้างยุ่งยาก และมีค่าใช้จ่ายสูง การผสมจะใช้อลูมิเนียมเป็นองค์ประกอบหลัก หลังการผผสมแล้วก็จะได้เป้นไททาเนียมอัลลอย จุดเด่นคือความแข็งเเรงของโลหะจะเป็นแบบก้าวกระโดดคือ แข็งแรงกว่าเหล็กกล้า เหนียวกว่าอลูเนียม เบากว่าแมกนีเซียม .........&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5.คาร์บอนไปเบอร์ เป็นเส้นใยคาร์บอนที่นำมาสานเข้าด้วยกันเหมือนเสื้อผ้า เพื่อเพิ่มความแข้งแรงได้มากกว่าหลายเท่าตัว.......&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าสังเกตุในตลาดปัจจุบันนี้ วัสดุที่นำมาผลิตโนตบุคมากที่สุดจะเป็นพลาสติก และแมกนีเศซียมอัลลอย ซึ่งวัสดุทั้งสองชนิดนี้เมื่อไปดูของจริงเราจะแยกออกได้อย่างไรว่าเป็นพลาสติกหรือแมกนีเซศี่ยม ซึ่งคุณสมบัติแตกต่างกันค่อนข้างมาก ถ้ามองภายนอกแล้วแทบที่จะไม่สามารถแยกออกเลย จึงมีวิธีทดสอบง่ายๆคือ ใช้มือเรานี่เเหละ เรพราะแมกนีเซี่ยมทเป็นวัสดุประเภทกึ่งโลหะ ที่นำความร้อนได้ดีกว่าพลาสติกมาก ดังนั้นเวลาเราเอามือวางทาบลงไปจะรู้สึกเย็น เมื่อเทียบกับพลาสติก และต้องลองจับดูสัก 3-4 รอบก๊จะเข้าใจเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;credit:System and network development unit&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6128968588674991542-3678186806346262412?l=driver2notebook.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://driver2notebook.blogspot.com/feeds/3678186806346262412/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6128968588674991542&amp;postID=3678186806346262412' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/3678186806346262412'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/3678186806346262412'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://driver2notebook.blogspot.com/2008/11/notebook_28.html' title='เทคนิคการเลือกซื้อ notebook ตอนการเลือกวัสดุพื้นผิว'/><author><name>topcctv</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06927922712329235299</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6128968588674991542.post-3808120956792623939</id><published>2008-11-28T22:07:00.000-08:00</published><updated>2008-11-28T22:12:19.577-08:00</updated><title type='text'>10 ขั้นตอน ก่อนซื้อ Notebook มือสอง</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_xL4cW8xlBD4/STDctM3QvOI/AAAAAAAAASk/_JMrWDz2_3g/s1600-h/297679_laptopthumb3bkk.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5273957832756083938" style="FLOAT: right; MARGIN: 0px 0px 10px 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 224px" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_xL4cW8xlBD4/STDctM3QvOI/AAAAAAAAASk/_JMrWDz2_3g/s320/297679_laptopthumb3bkk.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; ใครไม่อยากซื้อของแพง แต่ล้าสมัยเร็ว อาจลองหันมาใช้ Notebook มือสองกันบ้าง มี 10 ขั้นตอนก่อนจ่ายตังค์มาบอก           สำหรับคนที่ชอบใช้ของใหม่อาจไม่สนใจ ซื้อคอมพิวเตอร์มือสองมาใช้ แต่หารู้ไม่ว่าจริงๆ แล้วคอมพิวเตอร์มือสองเหล่านี้ บางครั้งมีประสิทธิภาพพอๆ กับของใหม่ที่กำลังโฆษณาในทีวีด้วยซ้ำ แถมราคาก็ถูกเอามากๆ เสียด้วย          &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; แต่ด้วยกลยุทธ์การตลาดของผู้ผลิตที่ ต้องการทำยอดขายสูงๆ ทำให้โฆษณาที่ออกมานั้นมักจะโน้มน้าวให้ผู้บริโภคซื้อเครื่องใหม่ไปเลย โดยไม่นิยมให้ลูกค้าอัพเกรดเครื่องเดิมที่ใช้อยู่ โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คซึ่งเริ่มเป็นที่นิยมกันมากขึ้นในทุกวันนี้ ดังนั้น หากใครสนใจซื้อโน้ตบุ๊คมือสองมาใช้ อาจเริ่มต้นด้วย 10 ขั้นตอน ดังนี้          &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; 1. ปรับความคิดเสียก่อน เพราะยังไงคนส่วนใหญ่ก็ชอบของใหม่ ยิ่งเทคโนโลยีล่าสุดยิ่งน่าดึงดูดใจ แต่จริงๆ แล้วโน้ตบุ๊คมือสองที่ขายกันเมื่อปีที่แล้วหรือต้นปีนี้ มีประสิทธิภาพไม่แพ้รุ่นที่ขายอยู่ขณะนี้เลยทีเดียว ที่สำคัญ ซื้อมือสองยังได้ Windows XP อีกด้วย (Vista อย่าเพิ่งน้อยใจ)         &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  2. หาแหล่งขายของมือสองถูกๆ ถ้าซื้อจากเว็บไซต์ได้จะดีมาก เพราะราคาถูกกว่าซื้อตามร้านทั่วไปค่อนข้างมาก แต่ข้อดีของการซื้อที่ร้านคือมี warranty ให้ด้วย แต่ของมือสองคงหวังอะไรมากไม่ได้ เพราะฉะนั้น ขอแนะนำให้ซื้อจากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ อย่าง eBay โดยเลือกผู้ขายประเภท "no less than 100% feedback rating" เพราะถ้าคอมพิวเตอร์ที่สั่งซื้อเกิดความเสียหาย หรือใช้ไม่ได้ตามที่โพสต์ในเว็บ ผู้ขายจะคืนเงินให้          &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. ตรวจสภาพภายนอกของเครื่อง ดูว่ามีความเสียหายมากน้อยแค่ไหน ถ้ามันมีแค่รอยขีดข่วน หรือถลอกบริเวณมุมใดมุมหนึ่งของตัวเครื่อง ก็อย่าไปคิดมาก ตราบใดที่เครื่องยังทำงานได้ดี เรื่องรอยขีดข่วนถือเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อย ของใช้งานก็ต้องมีร่องรอยบ้างเป็นธรรมดา          &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; 4. เปิดเครื่องดูหน้าจอ เพราะหนึ่งในชิ้นส่วนที่แพงที่สุดของโน้ตบุ๊คคือ "จอ" ถ้าเปิดเครื่องแล้วพบว่าหน้าจอมีสีเพี้ยน จะเป็นสีม่วงหรือชมพูก็แล้วแต่ อย่าไปซื้อ ต่อให้สภาพเครื่องใหม่แค่ไหน หรือซีพียูแรงยิ่งกว่าอะไรดี ก็ไม่คุ้มที่จะซื้อไปซ่อมจอ เพราะมันแพงมาก        &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  5. ตรวจช่องเสียบและอุปกรณ์เชื่อมต่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Bluetooth หรือ Wi-Fi เพราะฮาร์ดแวร์เหล่านี้มักจะต่อเข้าโดยตรงกับเมนบอร์ด ซึ่งราคาค่าซ่อมหรือเปลี่ยนก็แพงพอตัว แต่ถ้าช่อง USB มีหลายช่อง เสียไปสักช่องก็คงไม่เป็นไรนัก หรือถ้าช่องเสียบหูฟังเสีย แต่คุณมีหูฟัง Bluetooth ใช้อยู่แล้ว ก็ไม่ต้องไปใส่ใจเช่นกัน           &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6. ทดสอบ Hard Driveว่ามีอะไรเสียหายหรือไม่ โดยคลิกไปที่ My Computer จากนั้นก็เลือก hard drive ที่ต้องการตรวจสอบ แล้วคลิกขวาเพื่อเลือก Properties เมื่อมีหน้าต่างโผล่ขึ้นมาให้คลิกเมนู Tools จากนั้นก็เลือกหัวข้อ Error-checking คลิก Check Now ถ้าไม่มีความผิดปกติใดๆ ก็ผ่าน แต่ถ้าพบความเสียหาย ก็ไม่ต้องกังวล เพราะเดี๋ยวนี้ hard drive ถูกลงกว่าแต่ก่อนมาก          &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; 7. ตรวจดูประสิทธิภาพของ CD Drive โดยลองไรท์แผ่นทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น CD-R, CD-RW, DVD-R, DVD+R DL, ฯลฯ           &lt;br /&gt;8. ทดสอบแบตเตอรี่ โดยเปิดใช้เครื่องจนกระทั่วไฟหมด แล้วดูว่ากินเวลามากน้อยแค่ไหน ถ้าแป๊บเดียวไฟก็หมด แบบนี้แสดงว่าแบตเตอรี่เริ่มเสื่อมแล้ว จุดนี้อาจต่อรองผู้ขายให้ลดราคาลงอีกได้           &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;9. ถ้าคุณขี้เกียจปฏิบัติตามกระบวนการทั้งหมดนี้ ก็ลองให้ทางร้านหรือใครที่เชี่ยวชาญเรื่องคอมพิวเตอร์ช่วยทดสอบให้ก็ได้ อาจจะเสียสตางค์เป็นค่าเหนื่อยนิดหน่อย แต่ก็ถือว่าคุ้ม           &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;10. อย่าหงุดหงิดหรือผิดหวัง ถ้าพบว่าโน้ตบุ๊คที่ซื้อมามีปัญหาเล็กๆ น้อยๆ เพราะปัญหาพวกนี้ก็เกิดขึ้นกับคนที่ซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่แกะกล่องเช่นเดียว กัน และถึงแม้คุณอาจจะต้องเสียเงินซ่อมชิ้นส่วนบางชิ้น หรืออัพเกรดเครื่องบ้างก็ไม่ต้องคิดมาก เพราะมันเป็นเรื่องปกติของการใช้ของมือสองอยู่แล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก กรุทเทพธุรกิจ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6128968588674991542-3808120956792623939?l=driver2notebook.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://driver2notebook.blogspot.com/feeds/3808120956792623939/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6128968588674991542&amp;postID=3808120956792623939' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/3808120956792623939'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/3808120956792623939'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://driver2notebook.blogspot.com/2008/11/10-notebook.html' title='10 ขั้นตอน ก่อนซื้อ Notebook มือสอง'/><author><name>topcctv</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06927922712329235299</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_xL4cW8xlBD4/STDctM3QvOI/AAAAAAAAASk/_JMrWDz2_3g/s72-c/297679_laptopthumb3bkk.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6128968588674991542.post-3986139116876892554</id><published>2008-11-28T21:59:00.000-08:00</published><updated>2008-11-28T22:07:08.488-08:00</updated><title type='text'>ทำไม"โน้ตบุ๊ก"ต้อง Centrino 2</title><content type='html'>&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_xL4cW8xlBD4/STDb8_XPaOI/AAAAAAAAASc/wDTDCgw6fG8/s1600-h/NB%20Centrino2.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5273957004498397410" style="FLOAT: right; MARGIN: 0px 0px 10px 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 198px" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_xL4cW8xlBD4/STDb8_XPaOI/AAAAAAAAASc/wDTDCgw6fG8/s320/NB%2520Centrino2.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; โน้ตบุ๊ก Centrino 2 สามารถรันหลายแอพฯ พร้อมๆ กัน และช่วยให้คุณประหยัดไฟได้อีกด้วย อีกทั้งเชื่อมต่อไร้สายก็แรงขึ้นเป็น 5 เท่า ดูหนังไฮเดฟได้อย่างเร้าใจกว่าเดิม หรือจะตึ่นตะลึงกับเกมส์ 3D  สำหรับคอเกมส์คงชอบแน่ๆ  ยังๆ ไม่หมดแค่นั้น Centrino 2 สนับสนุนการ edit วิดีโอคุณภาพสูงๆ  ได้ดีด้วย&lt;br /&gt;ซึ่งปัจจุบัน Intel Centrino 2 ได้รับความนิยมสูงสุด เนื่องจากมันได้รับการพัฒนาประสิทธิภาพให้ดีขึ้น ตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลายครอบคลุมความต้องการวันนี้ได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา การทำงาน และความบันเทิง สิ่งที่คุณจะได้รับจากการเลือกใช้&lt;a href="http://www.intel.com/th/commart/sku.htm" target="_blank" charindex="287"&gt;โน้ตบุ๊กที่มีซีพียูเป็น Centrino 2&lt;/a&gt; ก็คือ ความเร็วที่มากกว่าเดิมถึง 50% นั่นหมายความว่า คุณสามารถเปิดโปรแกรมทำงานได้หลายตัวพร้อมกันเช่น การแก้ไขเว็บไซต์ที่ต้องเปิดทั้งโปรแกรมเขียนเว็บ โปรแกรมแก้ไขภาพ และบราวเซอร์ หรือการทำพรีเซนเทชันที่ต้องเปิดไฟล์เอกสาร เพื่อเลือกข้อความที่ต้องใช้ประกอบสไลด์ รวมถึงการแปลงไฟล์วิดีโอ เพื่อแทรกเข้าไปในงานนำเสนอ เป็นต้น ซึ่งการทำหลายงานในลักษณะนี้ เราสามารถเปิดแอพฯที่ต้องใช้ได้เลย ซึ่งช่วยให้สะดวกมาก&lt;br /&gt; นอกจากเรื่องของการทำหลายงานพร้อมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว เรื่องของความบันเทิง โดยเฉพาะการเล่นวิดีโอที่ความละเอียดสูง หรือ HD (Hi-Definition) ก็เป็นอีกคุณสมบัติหนึ่งที่พลาดไม่ได้ เพราะคุณจะได้ดูหนังที่มีรายละเอียดของความคมชัดที่สมจริงมากๆ ส่วนคอเกมยิ่งต้องไม่พลาดโน้ตบุ๊กที่ใช้ซีพียูตัวนี้ เพราะมันได้รับการพัฒนาเรื่องการประมวลผลกราฟิก 3 มิติอีกด้วย เหนืออื่นใด ในกรณีที่คุณต้องนำโน้ตบุ๊กติดตัวไปใช้นอกสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน หรือพักผ่อน เรื่องของการไร้สายที่แรงขึ้นถึง 5 เท่า และด้วยการออกแบบให้ประหยัดพลังงาน คุณจึงสามารถใช้งาน&lt;a href="http://www.intel.com/th/commart/sku.htm"&gt;โน้ตบุ๊ก Centrino 2&lt;/a&gt; ได้นานร่วม 3 ชั่วโมงเลยทีเดียว...ที่สำคัญราคาของโน้ตบุ๊กระดับนี้ก็ไม่ไดสูงเกินไปอีกด้วย (ราคาประมาณตั้งแต่ 3 หมื่นบาทขึ้นไป)&lt;br /&gt;ประสิทธิภาพสูงขนาดนี้ จะไม่ให้เลือกใช้ได้อย่างไร จริงมั๊ย..และมันเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าทีเดียว หากจะซื้อเพื่อตอบสนองความต้องการใช้งานที่หลากหลายแบบนี้/.&lt;br /&gt;ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : &lt;a href="http://www.arip.co.th/2006/news.php?id=407970"&gt;ARiP&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;แหล่งที่มา: http://www.arip.co.th/2006/news.php?id=407970&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6128968588674991542-3986139116876892554?l=driver2notebook.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://driver2notebook.blogspot.com/feeds/3986139116876892554/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6128968588674991542&amp;postID=3986139116876892554' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/3986139116876892554'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/3986139116876892554'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://driver2notebook.blogspot.com/2008/11/centrino-2.html' title='ทำไม&quot;โน้ตบุ๊ก&quot;ต้อง Centrino 2'/><author><name>topcctv</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06927922712329235299</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_xL4cW8xlBD4/STDb8_XPaOI/AAAAAAAAASc/wDTDCgw6fG8/s72-c/NB%2520Centrino2.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6128968588674991542.post-1291845660112578952</id><published>2008-11-23T21:58:00.000-08:00</published><updated>2008-11-23T22:06:42.304-08:00</updated><title type='text'>“เทคนิคการเลือกการ์ดจอ Notebook”</title><content type='html'>&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5272101063699128626" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 272px; CURSOR: hand; HEIGHT: 300px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_xL4cW8xlBD4/SSpD_BG-4TI/AAAAAAAAASE/AjHRsulb3KY/s320/nvidia_vs_ati-272x300.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;สวัสดีครับ ชาวเกมเมอร์ทุกท่าน ท่านยังประสพปัญหาในการเลือกการ์ดจอของโน้ตบุ๊คที่กำลังจะซื้อใหม่อยู่ใช่หรือไม่ ? นอนหายใจอยู่ดีๆ ก็มีการ์ดจอรุ่นใหม่ผุดขึ้นมาเรื่อยๆโดยไม่ทราบสาเหตุใช่หรือไม่ ? มันอาจทำให้ท่านปวดหัวในการเลือกซื้อมิใช่น้อย แต่ปัญหานี้จะหมดไปเมื่อท่านได้ใช้ แอ๊บโนมิไนเซอร์ เอ้ยไม่ใช่!! เมื่อท่านหลงเข้ามาในเว็บเพจนี้ วันนี้ผมมีตารางประสิทธิภาพของการ์ดจอแยกบนโน้ตบุ๊คมาเปรียบเทียบ โดยอ้างอิงผลคะแนน 3DMark ซึ่งโปรแกรมตรวจสอบคะแนนความสามารถของการ์ดจอ เพราะการ์ดจอคือหัวใจหลักในการเล่นเกม เราจึงต้องใช้ความพิถีพิถันในการเลือกใช้ครับ เปรียบเทียบเป็น % โดยอ้างอิงจากการ์ดจอที่ประสิทธิภาพสูงสุดในตลาดปัจจุบัน (9800M GT SLi) เรียงตามประสิทธิภาพสูงไปต่ำครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5272101071480999058" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 205px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_xL4cW8xlBD4/SSpD_eGUzJI/AAAAAAAAASM/NP0iAew-YeA/s320/test.bmp" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;จะสังเกตเห็นได้ว่า 9600M GT นั้นแรงกว่า 9650M GT ดูจากตัวเลขชื่อรุ่นที่ทาง nVidia ตั้งให้แล้วไม่น่าจะแรงกว่าได้ แต่เป็นเพราะ 9600M GT ใช้เทคโนโลยีการผลิต 55nm ซึ่งใหม่กว่า 9650M GT ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิต 65nm จึงทำให้ 9600M GT นั้นแรงกว่าแน่นอนครับ หวังว่าบทความนี้คงเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่กำลังตัดสินใจจะซื้อโน้ตบุ๊คใหม่สักเครื่องไม่มากก็น้อยนะครับ แล้วพบกันใหม่ครับ สวัสดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;ขอขอบคุณข้อมูลจาก notebookspec.com ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6128968588674991542-1291845660112578952?l=driver2notebook.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://driver2notebook.blogspot.com/feeds/1291845660112578952/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6128968588674991542&amp;postID=1291845660112578952' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/1291845660112578952'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/1291845660112578952'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://driver2notebook.blogspot.com/2008/11/notebook.html' title='“เทคนิคการเลือกการ์ดจอ Notebook”'/><author><name>topcctv</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06927922712329235299</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_xL4cW8xlBD4/SSpD_BG-4TI/AAAAAAAAASE/AjHRsulb3KY/s72-c/nvidia_vs_ati-272x300.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6128968588674991542.post-7214857854734127274</id><published>2008-10-29T09:45:00.000-07:00</published><updated>2008-10-29T09:46:29.905-07:00</updated><title type='text'>ข้อเด่น ข้อด้อย ของ notebook แต่ละยี่ห้อ</title><content type='html'>ข้อเด่น ข้อด้อย ของ Notebook แต่ละยี่ห้อเท่าที่รู้นะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;.Asus เด่นเรื่องการรับประกัน จะยาวนานกว่ายี่ห้ออื่นเป็นผู้ผลิต Mainboard ชื่อดัง การออกแบบจัดวางอุปกรณ์ภายในทำได้ดี แต่ Optical Drive และ แกนพับจอในบางรุ่นเสียง่าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;.Acer เด่นเรื่อง Spec ต่อราคา คือถ้าราคาเท่ากัน จะได้ Spec เครื่องที่สูงกว่า หรือ Spec ที่เท่ากันจะราคาถูกกว่ายี่ห้ออื่นรูปทรงก็ดูสวยงามจึงมียอดขายเป็นอันดับ 1 ในไทยหลายท่านที่ใช้หลักการซื้อแบบเทียบ Spec แล้วซื้อตัวที่ถูกกว่าก็จะได้ยี่ห้อนี้ แต่ มักมีปัญหาที่หลากหลายหลังนำมาใช้ อาจจะเป็นเพราะราคาที่ถูกกว่ายี่ห้ออื่นก็เป็นได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;. Toshiba เป็นยี่ห้อแรกๆ ที่ร่วมบุกเบิกการผลิต Notebook เน้นความทนทาน และความเสถียรของ Software ยี่ห้อนี้จึงมักขายพร้อม Windows ลิขสิทธิ์ (แม้ในรุ่นราคาถูก)เมื่อก่อนเน้นขายตลาดบนราคาเฉียดแสนตอนนี้เปิดตลาดระดับล่างควบคู่กัน ด้วยราคา 2-3 หมื่นบาทก็มีขายเทียบ Spec. แล้วดูเหมือนจะแพง แต่ถ้าคิดราคา Software ลิขสิทธิ์แบบ OEM ราว 2-3 พันบาทก็จะพอๆ กับยี่ห้ออื่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;.Lenovo ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายใหญ่สัญชาติจีนมีส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 4 ของโลกรองจาก HP, Dell, Acerเดิมเป็นผู้ผลิต Notebook และ PC ให้กับ IBMตอนหลังซื้อกิจการส่วน PC/Notebook มาทำตลาดเองเป็น Notebook ที่เน้นความทนทาน โดยเฉพาะรุ่น ThinkPad ซึ่งภายหลังเปลี่ยนเป็นรุ่น IdeaPadแต่การออกแบบภายนอกยังคงมีรูปลักษณ์ที่รับมาจาก IBM มากรูปทรงอาจเชยๆ ไม่โดนใจวัยรุ่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;.HP/Compaq (ค่ายเดียวกัน) ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายใหญ่ของโลก ส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ของโลกทำตลาดระดับบนด้วย Notebook HP รุ่น Pavillionขายระดับล่างด้วยยี่ห้อ Compaq รูปทรงการออกแบบเป็นอเมริกันจ๋า อาจไม่ค่อยโดนใจวัยรุ่นไทยแต่ก็ให้ประสิทธิภาพในการใช้งานได้ดีมากยี่ห้อหนึ่งมีศูนย์บริการค่อนข้างครอบคลุมทั่วไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;.BenQ เคยเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ร่วมกับ Acerในต่างประเทศจะมีชื่อเสียงมาก่อนไทยในไทยพึ่งเริ่มเข้าทำตลาด ด้วย Notebook ที่เน้นเรื่องการ์ดจอและการออกแบบภายนอกที่ค่อนข้างโดนใจวัยรุ่นแต่หลายท่านจะบ่นเรื่องต้องรอนานเมื่อเคลมประกัน (บางชิ้น เช่น Mainboard ต้องสั่งจากนอก)ซึ่งอาจจะเกิดจากการ Support/Service ยังไม่เข้าที่เข้าทางจากการเริ่มเข้าทำตลาดใหม่ๆ ในประเทศไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Sony/Fujitsu เป็น Notebook สัญชาติญี่ปุ่นที่เน้นทำตลาดระดับบนด้วยการออกแบบที่สวยงามSpec เครื่องที่สูงแต่ราคาก็สูงตามไปด้วยช่วงหลังเปิดตลาดระดับกลางด้วย Notebook ระดับราคาประมาณ 4-5 หมื่นบาทด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Dell เป็น Notebook ที่มีวิธีการจำหน่ายแบบแตกต่างจากยี่ห้ออื่นไม่มีขายตามร้านจำหน่ายทั่วไป ถ้าเห็นมีขายแสดงว่าร้านนั้นโทรฯ สั้งซื้อจาก Dell มาอีกทีถ้าต้องการสั่งซื้อเราจะโทรฯ ติดต่อกับ Sale เพื่อกำหนด Spec ตามที่เราต้องการหลังจากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการผลิตและจัดส่งNotebook ของ Dell เด่นเรื่องความทนทานและการบริการถ้าเครื่องมีปัญหาช่างจาก Dell จะมาเร็วมากแต่ลักษณะการขายแบบนี้คนไทยเราไม่ค่อยคุ้นเคยและไม่เห็นสินค้าก่อนการโอนจ่ายเงินดังนั้นอาจได้เครื่องที่ไม่ถูกใจได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;SVOA ,Atec เป็น Notebook ที่เรียกว่า Local Brand ครับ หรือเป็นยี่ห้อของไทย SVOA เป็นของบริษัทสหวิริยาโอเอซึ่งเดิมเป็นบริษัทตัวแทนจำหน่ายคอมพิวเตอร์ยี่ห้อ Acer เมื่อ Acer เป็นที่นิยมในไทยบริษัทแม่เลยเข้ามาทำตลาดเอง สหวิริยาโอเอจึงหันมาทำตลาดคอมพิวเตอร์ในชื่อของตนเองคือ SVOA เป็น Notebook ที่เมื่อเทียบ Spec/ราคา ก็คล้ายๆ Acer คือ Spec เท่ากันราคาจะถูกกว่า หรือ งบเท่ากันจะได้ Spec ที่ดีกว่า เป็น Notebook ที่เน้นในเรื่องการออกแบบรูปลักษณ์แต่ในการนำมาใช้งานก็เห็นผู้ใช้บ่นกันในเรื่องการบริการหลังการขายพอสมควรนะครับ คงพอเป็นแนวทางในการดูจุดเด่นจุดด้อยของแต่ละยี่ห้อนะครับ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6128968588674991542-7214857854734127274?l=driver2notebook.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://driver2notebook.blogspot.com/feeds/7214857854734127274/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6128968588674991542&amp;postID=7214857854734127274' title='2 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/7214857854734127274'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/7214857854734127274'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://driver2notebook.blogspot.com/2008/10/notebook_8320.html' title='ข้อเด่น ข้อด้อย ของ notebook แต่ละยี่ห้อ'/><author><name>topcctv</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06927922712329235299</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6128968588674991542.post-3408745110196488145</id><published>2008-10-29T09:31:00.000-07:00</published><updated>2008-10-29T09:43:26.843-07:00</updated><title type='text'>เจ๋งให้จริง ใช้ให้เป็น เคล็ดลับการใช้โน้ตบุ๊ก</title><content type='html'>ประหยัดแบตให้ใช้ได้นานขึ้น&lt;br /&gt;การที่ต้องใช้งานโน้ตบุคอย่างกะทันหัน หนักหน่วง หรือแม้กระทั่งที่ที่ไม่มีเต้าเสียบปลั๊ก ล้วนต้องอาศัยระดับแบตที่เหลืออยู่ การแสดงภาพบนหน้าจอนับเป็นปัจจัยสำคัญที่กินแบต เมื่อไรก็ตามที่คุณไม่ได้เสียบอะแดปเตอร์ ให้ลดความสว่างของหน้าจอให้ต่ำที่สุด เพื่อประหยัดแบตของคุณให้ใช้ได้นานที่สุด&lt;br /&gt;นอกจากนี้ การปิดการทำงานที่กินแรงระบบซีพียูโดยไม่จำเป็น อย่างเช่น อุปกรณ์บลูทูธ และการค้นหาเครือข่ายไร้สาย ก็จะช่วยประหยัดไฟ และทำให้แบตใช้งานได้นานขึ้นอีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปกป้องคีย์บอร์ดและหน้าจอ&lt;br /&gt;ที่บ้านพักตากอากาศริมทะเลมีทราย ที่ร้านกาแฟมีฝุ่นละออง ขณะที่ตอนนี้มือของคุณก็เต็มไปด้วยคราบต่างๆ ปกป้องคีย์บอร์ดของคุณจากฝุ่นละออง ซึ่งจะนำไปสู่ความเสียหายด้วยแผ่นปกป้องคีย์บอร์ด จากเสียงโอดครวญของผู้ใช้โน้ตบุคทั้งหลาย มีคนคิดอุปกรณ์สำหรับคีย์บอร์ดโน้ตบุคขึ้นมา เรียกว่า iSkin ซึ่งทำงานได้ถึงสองหน้าที่ในเวลาเดียวกัน คือสามารถปกป้องฝุ่นไม่ให้เกาะคีย์บอร์ด และปกป้องหน้าจอจากรอยขีดข่วนของคีย์บอร์ด&lt;br /&gt;อีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยปกป้องหน้าจอไม่ให้เป็นรอยได้ คือ หาแผ่นเคลือบยางวางปิดไว้บนคีย์บอร์ดโน้ตบุค สอดไว้เหมือนกับแผ่นบาโลน่าในแซนวิช แต่บางคนก็ใช้ผ้าธรรมดาเป็นไส้กลางของโน้ตบุคก็ไม่ว่ากัน&lt;br /&gt;ถ้าปุ่มบนคีย์บอร์ดของโน้ตบุคเริ่มเหนียวและเต็มไปด้วยฝุ่น ให้ทำความสะอาดคีย์บอร์ดอย่างถูกวิธีด้วยแรงดันลม หรือสำลีคอตตอน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รักษาอุณหภูมิอย่าให้ร้อน&lt;br /&gt;หลังจากใช้โน้ตบุคเป็นชั่วโมงหรือนานกว่านั้น โน้ตบุคอาจร้อนจนไหม้หน้าขา หรือข้อมือได้ (อย่างเช่น PowerBook โน้ตบุคที่ทำจากไททาเนียมที่ร้อนมากเป็นพิเศษ) ถ้าเรื่องความร้อนเป็นปัญหาสำหรับคุณ ให้หาวัสดุที่ไม่นำพาความร้อนวางไว้เหนือผิวที่สัมผัสกับโน้ตบุค เหมือนเป็นโต๊ะที่อยู่บนตักคุณ หรือปลอกของโน้ตบุค แขนเสื้อของเสื้อแขนยาวก็ช่วยลดความร้อนบนข้อมือได้ เมื่อปุ่มคีย์บอร์ดเริ่มร้อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำงานแบบออฟไลน์&lt;br /&gt;อีเมล์ที่ต้องเช็คผ่านเว็บนั้นเยี่ยมยอด แต่ทั้งนี้ความฝันให้มีการเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ทได้ตลอดเวลายังไม่กลายเป็นความจริง ฉะนั้น ให้ตั้งค่าการทำงานแบบออฟไลน์บนโน้ตบุคของคุณระหว่างคุณอยู่บนเครื่องบิน หรือสถานที่ที่มีเครือข่ายอินเตอร์เน็ทไร้สาย&lt;br /&gt;ยกตัวอย่างเช่น Mozilla Thunderbird คือซอฟท์แวร์ที่ควรมีในโน้ตบุค นอกเหนือจากสามารถดาวน์โหลดอีเมล์ไว้ทำงานบนเครื่องแบบออฟไลน์ได้แล้ว Thunderbird 1.5 สามารถจัดการกับ SMTP ได้อย่างดีเยี่ยม คุณจึงสามารถเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ที่คุณส่งอีเมล์ เมื่อคุณออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว ถ้าคุณใช้แอคเคาท์เชื่อมต่อของ NetZero ที่ต้องให้คุณเข้า smtp.netzero.net ? และคุณจำเป็นต้องใช้เซิร์ฟเวอร์ SMTP ที่แน่นหนาของที่ทำงานเพื่อทำงานบนเมล์ ? ไม่มีปัญหา คุณสามารถตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์ SMTP แบบหลายตัว และด้วยอีเมล์หลายชื่อได้ด้วย Thunderbird&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปกป้องข้อมูล&lt;br /&gt;ในขณะที่คุณไม่ได้อยู่หน้าเครื่อง และเปิดสัญญาณไวเลสทิ้งไว้ ขอให้แน่ใจว่า คุณได้ติดตั้งระบบป้องกันบนโน้ตบุคไว้แล้ว และเป็นการจำกัดการใช้งานที่ใช้ได้ผลดีจริง ปิดการแชร์แฟ้มข้อมูล และเซิร์ฟเวอร์ภายในที่คุณกำลังใช้งานอยู่ (เช่น บนเว็บ FTP หรือ VNC) เพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นแอบล้วงข้อมูลของคุณ แน่ใจว่ารหัสลับล็อกอินโน้ตบุคของคุณแน่นหนาพอ&lt;br /&gt;อีกประการหนึ่ง คุณควรบันทึกข้อมูลของคุณลงบนดิสก์ในกรณีที่โน้ตบุคถูกขโมย ใช้อุปกรณ์เช่น Mac OSX's FileVault ถ้าคุณกลัวว่าใครจะขโมยโน้ตบุคคุณแล้ววิ่งหนีไป ให้ศึกษาซอฟท์แวร์ Lojack for Laptops ที่จะช่วยคุณตามรอยและเอาคอมพิวเตอร์พกพาของคุณคืนมาได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถือให้ปลอดภัย&lt;br /&gt;โน้ตบุคของคุณใช้เวลาส่วนใหญ่พาดอยู่บนไหล่ บนบ่าของคุณ  ไม่ก็กระแทกกับคนที่ยืนข้างๆคุณบนรถไฟใต้ดิน หรือไม่ก็กลิ้งไปกลิ้งมาบนบาะบนรถของคุณ การห่อโน้ตบุคของคุณให้ดีด้วยเสื้อยืด และยัดเข้าไปในกระเป๋าเอกสารที่เติมไปด้วยสิ่งของ อาจไม่ใช่ความคิดที่ดี ให้แน่ใจว่าโน้ตบุคลูกรักถูกเก็บอย่างระมัดระวัง เช่นเดียวกับแหวนเพชรในกล่องกำมะหยี่ ลงทุนซื้อกระเป๋าหรือถุงใส่โน้ตบุคช่วยป้องกันโน้ตบุคของคุณได้ เมื่อคุณทำกระเป๋าตก หรือถูกกระแทก ฉันได้ลองสืบหากระเป๋าโน้ตบุคราคาแพง ทว่าดูมีสไตล์อย่าง Booq bags and sleeves การศึกษาเพียงเล็กน้อยช่วยคุณเลือกกระเป๋าที่ถูกใจ และถูกราคาคุณได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำรองข้อมูลเมื่อกลับถึงบ้าน&lt;br /&gt;คอมพิวเตอร์แบบพกพามีค่าสึกหรอมากกว่าคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ซึ่งหมายความว่า ความเสี่ยงต่อการเสียหายของฮาร์ดดิสก์ย่อมมีมากกว่า ฉะนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ให้สำรองขอมูลโน้ตบุคไว้&lt;br /&gt;เมื่อไม่กี่เดือนก่อน มีคนเล่าให้ฟังว่าโน้ตบุคที่เธอใช้ในการทำธุรกิจถูกขโมยไป และเธอก็ไม่ได้สำรองข้อมูลไว้เลย อย่าปล่อยให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับคุณ สร้างพื้นที่สำหรับวางโน้ตบุคไว้ที่บ้าน ที่ซึ่งสามารถเสียบชาร์จแบต และดึงข้อมูลจากไดรฟ์ภายนอก เพื่อสำรองข้อมูลของคุณได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำรองอุปกรณ์พิเศษไว้&lt;br /&gt;ถ้าคุณมีแผ่นซีดีหรือดีวีดี ให้เหลือแผ่นว่างๆติดกระเป๋าไว้ซักสองสามแผ่น หรือยูเอสบี เพื่อง่ายต่อการสำรองข้อมูลระหว่างเดินทาง ที่เสียบปลั๊กไฟ 2 หรือ 3 รูอาจช่วยคุณได้ ในกรณีที่ปลั๊กอะแดปเตอร์โน้ตบุค 3 รู ต้องเสียบเข้ากับปลั๊ก 2 รู และแน่นอน แบตสำรองพิเศษ สายแลน หรือสายโทรศัพท์ หรือเมาส์แบบพิเศษ นับเป็นคลังอุปกรณ์สำรองในกรณีฉุกเฉินได้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6128968588674991542-3408745110196488145?l=driver2notebook.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://driver2notebook.blogspot.com/feeds/3408745110196488145/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6128968588674991542&amp;postID=3408745110196488145' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/3408745110196488145'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/3408745110196488145'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://driver2notebook.blogspot.com/2008/10/blog-post_29.html' title='เจ๋งให้จริง ใช้ให้เป็น เคล็ดลับการใช้โน้ตบุ๊ก'/><author><name>topcctv</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06927922712329235299</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6128968588674991542.post-6455476843973428849</id><published>2008-10-29T09:23:00.000-07:00</published><updated>2008-10-29T09:31:19.647-07:00</updated><title type='text'>วิธีเลือกซื้อ notebook โปรดอ่านครับ เป็นประโยชน์มากๆ</title><content type='html'>1.ดู Chipset ถ้าเป็น ตัวเลขเช่น 945 หรือยิ่งมากยิ่งดีคือตัวใหม่ล่าสุด เช่น ล่าสุด 965&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.CPU ควรเลือก Core2 Duo processor เช่น T5500 หรือยิ่งมากยิ่งดีคือตัวใหม่ล่าสุด เช่น T7100&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.CPU Speed ปกติ 1.66 GHz ก็เพียงพอแล้วแต่ถ้ายิ่งมากก็จะยิ่งเร็ว เช่น 1.8 GHz&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4.Cache Size (KB) 2MB L2 Cache ซึ่งตัวเลขยิ่งมากก็จะทำให้เครื่องประมวลผลเร็ว ปกติ L2 = 2MB ถือว่ามากสุดแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5.Ram หรือ หน่วยความจำปกติ 512 MB หรือยิ่งมากยิ่งดี ถ้าจะใช้ Windows Vista ควรใช้ 1 GB&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6.Bus Speed จะเป็นในส่วนของช่องทางเดินข้อมูลภายในเครื่องปกติตัวเลขจะประมาณ 533 MHz ถ้ามากๆจะทำให้เครื่องเร็วและแรง เช่น 667 MHz&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7.Harddisk ขึ้นอยู่กับการใช้งานครับ แต่ถ้าเครื่องมี DVD ที่สามารถเขียนได้ควรจะ ใช้พื้นที่ในการเก็บประมาณ 120 GB หรือมากกว่า และความเร็วของ Harddisk ควรจะ 5400 rpm และควรเป็นชนิด SATA&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8.DVD ปัจจุบันควรเลือก DVD RW Double Layer คือสามารถเขียน DVD ได้มากสุดถึง 8.5 GB ต่อแผ่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;9.Graphics หรือ vga คือตัวช่วยในการแสดงผลออกสู่หน้าจอ ซึ่งสำหรับงาน office ทั่วไป หรือเล่นเกมส์ Online เช่น pangya เราควรเลือกที่เขาเรียกว่า on board ก็พอแล้วแต่ memory ควรจะประมาณ 128 MB ก็พอแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;10.Monitor หรือ จอแสดงผลปกติ ณ ปัจจุบันควรเลือกจอ WXGA High-definition BrightView LCD panel 14" ซึ่งจอจะกว้างและใสสวยงาม ซึ่งเป็นที่นิยมของวัยรุ่น ขนาดของจอ notebook จะสวนทางกับ เครื่องตั้งโต๊ะ ยิ่งเล็กยิ่งแพงเพราะฉนั้นผมแนะนำใช้ 14" กำลังดีครับ หรือใครเดินทางบ่อยๆก็ควรเลือก 12.1" ซึ่งจะทำให้เครื่องเบาครับ ส่วน 15" นั้นมักจะเอามาทำโปรโมชั่น notebook ราคาถูกซึ่งขนาดจะใหญ่ อาจเทอะทะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;11.อุปกรณ์ที่ควรจะมี Network Intel® PRO/Wireless 3945BG Network Connection 10/100 LAN Ethernet , 802.11b/g Wireless LAN , Bluetooth ซึ่งที่กล่าวมานี้มีประโยชน์และความจำเป็นของการใช้งานซึ่งถือว่าเป็นอุปกรณ์มาตราฐานที่ควรมี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;12.จุดเชื่อมต่ออื่นที่ควรมี Slots Express Card Slot USB 3 x USB 2.0 Other Interfaces 1394- 4 pins, VGA, TV-out (S-Video), Headphone Jack, Mic In, AC adapter 65 watt, 5-in-1 Media Reader SD, MMC, SDIO, MS, MsPro, xD (includes SD, Mini, RS, MMC, MS Duo plus adapters) Battery Type 6-Cell LilON Battery&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;13.Weight น้ำหนักเครื่องรวมแบตต้องไปลองยก รวมกระเป๋าดูว่าเราชอบไหม ถ้าหนักไปอาจจะเมื่อยได้ แนะนำประมาณไม่เกิน 2.5 Kg ก็ถือว่าใช้ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;14.ยี่ห้อของสินค้า ถ้าเป็นที่ชั้นนำก็จะได้การบริการที่ดี หรือไม่ก็แถวบ้านใกล้ ศูนย์ไหนก็เลือกเลย เช่น compaq ,dell ,acer ,benq ,อื่นๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับการใช้งานเป็นหลักครับ เพราะถ้าเราซื้อของแพงแต่ใช้งานนิดเดี่ยวก็ไม่คุ้มค่าเงินที่จ่าย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6128968588674991542-6455476843973428849?l=driver2notebook.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://driver2notebook.blogspot.com/feeds/6455476843973428849/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6128968588674991542&amp;postID=6455476843973428849' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/6455476843973428849'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/6455476843973428849'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://driver2notebook.blogspot.com/2008/10/notebook_8460.html' title='วิธีเลือกซื้อ notebook โปรดอ่านครับ เป็นประโยชน์มากๆ'/><author><name>topcctv</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06927922712329235299</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6128968588674991542.post-5739942772996740909</id><published>2008-10-29T09:18:00.000-07:00</published><updated>2008-10-29T09:20:28.957-07:00</updated><title type='text'>คิดจะซื้อโน้ตบุ้ค ต้องรู้จัก(นิยาม)โน้ตบุ้ึคแต่ละยี่ห้อ</title><content type='html'>โน้ตบุ้คเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน มีมากมายหลายยี่ห้อให้เราเลือก และเราจะรู้ได้ไง ว่ายี่ห้อไหนดีหรือไม่ดี&lt;br /&gt;sony และ fujitsu เป็นแบรนด์ที่ข้ามฟากข้ามทะเลมาจากแดนปลาดิบทั้งคู่ ซึ่งทั้งสองยี่ห้อนี้เหมือนกันตรงที่ ออกแบบได้ดีและหรูหรา สวยงามมาก แต่ราคาค่อนข้างแพง  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย ถ้ากล่าวถึง sony นั้น เราจะนึกถึงความหรูหรา มีสไตล์ นำเทรนด์สมัยใหม่ ถ้าจะเปรียบเหมือนผู้หญิง ก็คงจะเป็นสไตล์คุณหนู ที่แต่งตัวดีมีระดับ แต่แฝงความน่ารักสดใส ตามสมัยนิยม &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;fujitsu ขึ้นชื่อเรื่องความหรูหราเช่นกัน แต่จะเน้นไปกลุ่มผู้ใช้พวกนักธุรกิจมากกว่าแต่ในปัจจุบันนี้เริ่ม ลงมาลุยในกลุ่มระดับกลางแล้ว &lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;  Hp/Compaq เป็นnotebook ที่ประสิทธิภาพดียี่ห้อหนึ่งเลย แต่มีข้อเสียตรงที่ มีปัญหาไดร์ฟเวอร์ถ้าลง XP ทั้ง HP และ Compaq เป็นแบรนด์ในค่ายเดียวกัน โดย HP นั้นจะเน้นทำตลาดระดับบน ส่วน Compaq จะเน้นระดับล่าง ประมาณว่า สินค้าดีราคาถูกนั่นเอง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  Lenovo เป็นnotebook ที่ดีไซน์อาจไม่โดนใจสักเท่าไหร่ ด้วยดีไซน์อาจจะโบราณไปนิด แต่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน เนื่องจาก เป็นลูกหม้อของ IBM แต่ผลิตที่จีนนั่นเอง&lt;br /&gt; &lt;br /&gt; Toshiba คล้ายๆกับ lenovo ขึ้นชื่อเรื่องความทนเช่นเดียวกัน แต่ราคาค่อนข้างแพงสักนิดหนึ่ง และที่สำคัญ ของเขามีคุณภาพนะ ตามสโลแกนที่ว่า “โตชิบา นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต “ หุหุ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; Benq กำลังมาแรงแซงทางโค้งเลย ขึ้นชื่อเรื่องการ์ดจอ เนื่องจาก การ์ดจอดีๆแต่ราคาถูกกว่าเจ้าอื่น อย่างเช่น รุ่น s41 เป็นต้น benq มีข้อเสียในเรื่องของเคสที่ค่อนข้างบอบบางและมีปัญหาความร้อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; Dell ยี่ห้อนี้มีลักษณะการขายแบบขายตรง คือต้องโทรสั่งผ่าน เซลล์ คนไทยอาจไม่ค่อยคุ้นเคยกับวิธีการขายแบบนี้ แต่คุณภาพของ dell นั้นการันตีเลยว่ายอด ที่สำคัญการซัพพอร์ทนั้นดีมากๆ ซัพพอร์ทกันถึงบ้านเลยทีเดียว&lt;br /&gt; Asus เป็นอีกรุ่นหนึ่งที่ประสิทธิภาพดีแต่ราคาก็ค่อนข้างแพงหน่อย และมีปัญหาเรื่องแกนจอพับในบางรุ่น เช่น F8 A8 แต่ตอนนี้ปัญหาเหล่านี้ได้รับการแก้ไขแล้ว&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;  อ้อ ถ้าพูดถึง Asus ถ้าไม่พูดถึงเรื่อง โน้ตบุ้คราคาประหยัดก็คงไม่ได้ เพราะ Asus เป็นผู้บุกเบิกตลาด โน้ตบุ้คราคาประหยัด อย่าง Eee Pc เลย&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;  Axioo โน้ตบุ้คน้องใหม่ สัญชาติ สิงคโปร์ (ผลิตโดย Axioo International ประเทศสิงคโปร์ แต่จริงๆแล้ว แบรนด์ Axioo เป็นของอินโด นะคร๊าบ) โดยจุดเด่นของ Axioo นั้น อยู่ที่ ความสะดวกในการพกพา และเอกลักษณ์ในด้านดีไซน์ ซึ่งกล้าออกสีมากกว่าเจ้าอื่นๆ ถึง หนึ่งเท่าตัว ( อย่าง ในรุ่น Zetta มีให้เลือกถึง 8 สีเลยนะ ) เพื่อเอาใจคนรุ่นใหม่ที่อยู่ในเทรนด์ โน้ตบุ้คสีสัน ในขณะนี้&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;  MSI แบรนด์นี้ คอ oc คงจะรู้จักกันอย่างดี เพราะ MSI เป็นผู้ผลิตเมนเบอร์ด ที่ถือได้ว่าเป็นชั้นแนวหน้าเลยทีเดียว โดยเฉพาะ การนำมาทำ oc (overclock) แต่เมื่อประมาณ ปี 2549 MSI เริ่มมาทำตลาดโน้ตบุ้คในบ้านเรา จุดเด่นของ MSI นั้นอยู่ที่อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ภายใน ที่เชื่อถือได้ว่า ยอดเยี่ยมและมีคุณภาพ ดูจาก ชื่อของ MSI ก็น่าจะการันตีได้อยู่แล้ว&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;  Atec และ SVOA 2 ยี่ห้อของคนไทย ตอนนี้ยังมีให้เลือกไม่กี่รุ่น แต่ยังไงก็ขอฝากรุ่นนี้ไว้ด้วยนะครับ แหะๆ แบบว่าไทยช่วยไทยอ่ะเนอะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; Acer โน้ตบุ้คชื่อดัง อันดับ 1 ในไทย สเปกดีราคาถูก แต่หลังๆเริ่มมีชื่อเสียออกมา เพราะมีปัญหาเยอะ อย่างว่า Acer เป็นโน้ตบุ้คตลาด ทำออกมาเยอะ ขายเยอะ คนใช้เยอะ ก็ไม่แปลกที่จะพบปัญหามากมายตามมา&lt;br /&gt;  โดยตอนนี้  Acer กำลังมาแรง แบบฉุดไม่อยู่เลย กับ Acer aspire One โน้ตบุ้ครุ่นเล็กของทาง Acer ที่ถือได้ว่าเป็นคู่แข่งตัวฉกาจของทั้ง MSI WIND และ Asus Eee PC &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอขอบคุณ notebookspec.com ครับ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6128968588674991542-5739942772996740909?l=driver2notebook.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://driver2notebook.blogspot.com/feeds/5739942772996740909/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6128968588674991542&amp;postID=5739942772996740909' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/5739942772996740909'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/5739942772996740909'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://driver2notebook.blogspot.com/2008/10/blog-post.html' title='คิดจะซื้อโน้ตบุ้ค ต้องรู้จัก(นิยาม)โน้ตบุ้ึคแต่ละยี่ห้อ'/><author><name>topcctv</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06927922712329235299</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6128968588674991542.post-4692919256351016990</id><published>2008-10-29T02:44:00.000-07:00</published><updated>2008-10-29T02:47:50.691-07:00</updated><title type='text'>วิธีการเช็คเครื่อง Notebook ก่อนจ่ายเงิน และออกจากร้าน</title><content type='html'>คำแนะนำด้านล่างเป็นเพียงคำแนะนำส่วนตัวเท่านั้น ไม่ต้องทำตามก็ได้ และไม่มีการรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น (เช่น เช็คถึงข้อb7แล้วเจ้าของร้าไล่ออกจากร้าน หรือทำเครื่องหล่นตอนทำข้อ c7)&lt;br /&gt;A. สิ่งที่ต้องเตรียมไป&lt;br /&gt;a1. โปรแกรม BenchMark&lt;br /&gt;a2. โปรแกรมเช็ค DeadPixel&lt;br /&gt;a3. Flash Drive&lt;br /&gt;a4. Bluetooth device เช่น มือถือ&lt;br /&gt;a5. DVD-RW ที่เขียนข้อมูลไปบางส่วนเช่น ไฟล์เพลง คลิ๊ปหนัง เป็นต้น&lt;br /&gt;a6. Mem card และ หูฟัง&lt;br /&gt;a7. เงิน (อันนี้สำคัญมาก)&lt;br /&gt;B. การตรวจเช็คโน๊ตบุคตอนซื้อ&lt;br /&gt;b1. คุยเกี่ยวกับข้อมูลสินค้าเช่น สเปก เงื่อนไขการรับประกัน (กี่ปี ประกันส่วนไหนบ้าง ประกัน Dead Pixel หรือไม่ยังไง การซื้อประกันเพิ่ม ), การเพิ่ม RAM, เงื่อนไขการชำระเงิน เป็นต้น กับผู้ขายเพื่อเป็นการยืนยันอีกครั้ง&lt;br /&gt;b2. ห้ามจ่ายตังค์หรือให้หลักฐานใด หรือยังไม่ให้ผู้ขายออกหลักฐานการซื้อเด็ดขาด เพื่อเป็นการปลอดข้อผูกมัด จนกว่าจะผ่านข้อ b9&lt;br /&gt;b2. ตรวจอุปกรณ์หลักครับ ที่ชาร์จ CD-Driver กระเป๋า (บางยี่ห้อไม่แถมนะ ดูให้ดี ๆ) คู่มือ ใบรับประกัน ใบชิงโชค และอื่น ๆ ที่พึงจะมีให้ครบถ้วน (ในคู่มือมีบอกว่าในกล่องควรจะมีอะไรบ้าง อ่านซะด้วย)&lt;br /&gt;b3. ดูรูปลักษณ์ภายนอกครับ มีรอยบุบ ถลอกหรือไม่ น๊อตสกรู มีรอยเหมือนถูกเปิดsingมาหรือเปล่า Void ครบ (ประกันเครื่อง จอกี่ปีแบบไหน) และ แปะถูกที่หรือไม่ ทั้งตัวเครื่องและที่ Accessories อ้อ อย่าลืมพลิกดูสติกเกอร์ Serial ที่ใต้เครื่องด้วยหละว่าอยู่ในสภาพสมบูรณ์ไม่ขาดหรือเรือนนะ และดูว่าตรงกะที่กล่องหรือไม่ แล้วจดไว้ก็ดี&lt;br /&gt;b4. ถามเลยว่า ถ้าเอากลับบ้านไปแล้ว เครื่องมีปัญหาภายใน 7 วัน เอามาแล้วเปลี่ยนตัวใหม่ให้ได้หรือไม่ ( ซึ่งควรจะเปลี่ยนให้ได้ )&lt;br /&gt;b5. ถ้าต้องการเพิ่ม Ram ให้ร้านเค้าเพิ่มให้เลย (จะซื้อกับร้านหรือเอามาเองก็ได้ถ้าเค้ายอม)&lt;br /&gt;b6. ให้เขาลง Windows ให้เรียบร้อย พร้อมลงไดร์เวอร์ให้ครบ เพื่อทดสอบ (ถ้าเครื่องมี OEM มาให้แล้วไม่น่ามีปัญหาตรงนี้ แต่ถ้าไม่มีคงต้องต่อลองกันต่อไปในชั้นนึง เพราะบางร้านไม่มีนโยบายในส่วนนี้ ต้องทำใจ และเข้าใจเค้าด้วย เพราะว่าลิขสิทธิ์ช่วงนี้กำลังแรงครับ ซื้อเครื่อง NO OS มาก็เอาแผ่นไปด้วยแล้วกันครับ ถือเป็นความรับผิดชอบของเรา ไม่ใช่ทางร้าน จำไว้ให้ดีครับเรื่องนี้)&lt;br /&gt;b7. เสียบสายชาร์จเพื่อเป็นการทดสอบที่ชาร์จไปในตัว แล้วใช้โปรแกรมทดสอบ dead pixel หน้าจอ ติดตั้งโปรแกรม BenckMark เช่น Sisoft-Sandra (เวอร์ชั่นใหม่หน่อยนะเดี่ยวไม่รู้จักตัวอุปกรณ์) แล้วเช็ค Spec ว่าถูกต้องตามรายการหรือไม่ และต้องเห็น RAM ที่เพิ่มเข้าไปด้วย ถึงตอนนี้ก็ครึ่งทางแล้วนะ เตรียมเสียตังค์ได้เลย บางครั้ง RAM ไม่ครบ หายไปนิดหน่อย ต้องดูว่า VGA มาเอา RAM ไปใช้เป็น VRAM ด้วยหรือเปล่าด้วย อย่าเพิ่งโวยวายไป อย่าง Intel VGA บางรุ่นแชร์ RAM แปรผันตรงตามจำนวนความจุ RAM ที่ใส่เิพิ่มไป บางรุ่นแชร์ตามการใช้งานจริงในตอนนั้น ดูให้ดีครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;b8. ถอดสายชาร์จออก แล้วลองเล่นดังนี้&lt;br /&gt;b8.1 เปิด Bluetooth กับ WiFi พร้อมกัน เครื่องต้องไม่แฮงค์ และไม่กวนเข้าจอภาพ&lt;br /&gt;b8.2 ลองเล่น Net ผ่าน WiFi ดู&lt;br /&gt;b8.3 ลองเล่น Bluetooth กะมือถือดู&lt;br /&gt;b8.4 ลองปรับค่าต่างๆดู เช่น Brightness Contrast เป็นต้น แล้วดูว่าจอผิดปกติหรือไม่&lt;br /&gt;b8.5 ลองให้อ่านไฟล์จาก DVD/CD ที่เตรียมไปดู เช่น เปิดหนังที่เตรียมไปจากแผ่นโดยตรง แล้ว copy ไฟล์นั้นลงเครื่องไว้&lt;br /&gt;b8.6 ลองลบ DVD-RW และเขียนไฟล์ที่copyไว้กลับเข้าแผ่นและอ่านไฟล์ที่เขียนอีกครั้ง(เหมือนข้อ b8.4) ในข้อนี้เฉพาะเครื่องที่มี Drive DVD-RW นะครับ&lt;br /&gt;b8.7 ลองอื่นๆ ได้แก่ FlashDrive MemCard Mouseที่แถม ลำโพง หูฟัง&lt;br /&gt;b8.8 ปุ่ม Keyboard ต่างโดยทดสอบกับโปรแกรม Notepad ก็ได้ (สามารถทำระหว่างรอเขียน DVD ในข้อ b8.6 ก็ได้) อ้อ สังเกตดูว่าเครื่องร้อนมากแค่ไหนรับได้ไหมกับความร้อนระดับนี้ หรือมีเสียงหรือสิ่งผิดปกติหรือเปล่า&lt;br /&gt;b8.9 ShutDown เครื่อง แล้วเปิดเครื่องใหม่และปล่อยให้เข้า Windowsอีกครั้ง เป็นอันผ่านบททดสอบ&lt;br /&gt;Note. ถ้าระหว่างที่ทำข้อ b8 อยู่เกิด Low Battery ก็ให้เสียบชาร์จกลับไป แต่ถ้าให้ดีขอให้ผ่านข้อ b8.6 มาก่อนก็ดี&lt;br /&gt;b9. มาถึงตรงจุดนี้ได้แสดงว่าเจ้า Notebook ที่เราปู้ยี้ปู้ยำมาพอควรก็พร้อมที่จะเป็นเพื่อนร่วมโลกของเราแล้ว (ทางร้านคงเซ็งเราแล้วด้วย)&lt;br /&gt;b10. จ่ายตังค์ และอย่าลืมดูเวลาเค้าเก็บเข้ากล่องด้วยว่าไม่มีอะไรผิดปกติ เวลาที่รอเอกสาร&lt;br /&gt;b11. ตรวจสอบเอกสาร ได้แก่ ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี เอกสารแสดงการรับประกัน โดยรายละเอียดในเอกสารต้องถูกต้อง เช่น Seriel ต้องตรงกะตัวเครื่อง ชื่อร้าน ลายเซ็นของทางร้าน เป็นต้น ต้องถูกต้องและเรียบร้อย นะ&lt;br /&gt;b12. เตรียมลีมูซีนรับมันกลับบ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;C. เมื่อถึงบ้านก็พักจิบกาแฟ ดูทีวีซักพัก เพื่อเป็นการพักหย่อนใจ แล้วเริ่มงานต่อ (สำหรับท่านอื่นอาจไม่ต้องทำแล้วก็ได้ แต่ผมทำเพราะต้องจับผิดมันให้ได้ภายใน 7 วัน ถ้ามีจริงก็จะได้เปลี่ยนเครื่องใหม่ได้ทัน)&lt;br /&gt;c1. เตรียมอุปกรณ์ ได้แก่ แผ่น Windows Driver (โหลดตัวล่าสุดจากเว็ปผู้ผลิตมาเขียนใส่ CD ไว้ด้วยก็ดี) Software ต่างๆ&lt;br /&gt;c2. เสียบที่ชาร์จ เปิดเครื่อง แล้วแบ่งพาร์ทิชั่น (ถ้าต้องการ) ฟอร์แมต ลง Windows ใหม่หมด&lt;br /&gt;c3. ลงไดร์เวอร์ Software Console (management) ต่าง ๆ ของผู้ผลิต และโปรแกรมที่ต้องการใช้งาน&lt;br /&gt;c4. ลง BenckMark แล้วทดสอบอย่างหนัก (และจะทำตามข้อb8.1-b8.8ซ้ำก็ดีนะ) แล้วลองนำผลที่ได้ไปเทียบกับชาวบ้านดู (หาได้ตามเว็ปไซด์) แล้วไม่ต้องซีเรียสมากถ้าค่าไม่ได้เท่าเค้า แต่ก็ไม่ควรแพ้เครื่องที่สเปกต่ำกว่า ถ้าค่าผิดปกติอาจมาจากการลงในข้อ2 ไม่ดีพอ หรือไดร์เวอร์ไม่อัพ หรือเครื่องอยู่ไม่ในโหมดทำงานเต็มอัตราศึก(performence) ก็ได้ลองตรวจสอบดู&lt;br /&gt;c5. เมื่อเสร็จแล้ว capture ค่าไว้ดูเป็นที่ระลึกก็ได้ (ผมทำเพราะมันดูแล้วทำให้ผมรู้สึกดีทุกครั้งที่เปิดขึ้นมาดู)&lt;br /&gt;c6. burn เครื่องไว้จนแบตหมดเป็นการเคลียร์แบต แล้วเสียบชาร์ตทิ้งไว้โดยไม่ต้องเปิดเครื่อง 8-10 ชม. เพื่อเป็นการกระตุ้นแบต ซึ่งควรทำการกระตุ้นแบบนี้2-3ครั้งเพื่อเป็นการ Overhaul แล้วค่อยใช้งานปกติ&lt;br /&gt;c7. พามันไปสูดอากาศข้างนอกเพื่อเป็นการทดสอบว่ามันพร้อมเดินทางกะเราไหม เช่น ไปนั่งจิบกาแฟแล้วเล่นเน็ตจากwirelessของร้าน (เป็นการทำให้ภาพลักษณ์ของตนเองดีขึ้น ระวังหน้าแตกตอนเครื่องเกิดงอแงหละ) ไป present งานจะได้เป็นการลองต่อมันกับโปรเจคเตอร์ไปในตัว หรือจะเปิดหนังปลุกใจเสือป่าบนรถเมล์ก็ได้ถ้าใจถึง(แต่ผมเคย!!!) เป็นต้น&lt;br /&gt;c8. ถ้าทำได้ทั้งหมดภายใน 7 วันนี้ โดยที่มันไม่งอแงเลย ก็แต่งตั้งมันให้เป็น "ซางกุงสูงสุด" ได้เลย แต่ถ้างอแงก็ส่งกลับเชจู(ร้าน/ศูนย์)ซะ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6128968588674991542-4692919256351016990?l=driver2notebook.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://driver2notebook.blogspot.com/feeds/4692919256351016990/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6128968588674991542&amp;postID=4692919256351016990' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/4692919256351016990'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/4692919256351016990'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://driver2notebook.blogspot.com/2008/10/notebook_5830.html' title='วิธีการเช็คเครื่อง Notebook ก่อนจ่ายเงิน และออกจากร้าน'/><author><name>topcctv</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06927922712329235299</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6128968588674991542.post-5192449538205698776</id><published>2008-10-29T02:40:00.000-07:00</published><updated>2008-10-29T02:43:56.095-07:00</updated><title type='text'>15 ขั้นตอนตรวจสอบ ก่อนจ่ายเงินรับโน๊ตบุ๊ก จากผู้จําหน่าย</title><content type='html'>สวัสดีครับ  ท่านผู้อ่านทุกท่าน วันนี้ผมจะมาแนะนํา 15 ขั้นตอนสําหรับการตรวจรับเครื่อง ก่อนที่เราจะจ่ายเงินหิ้ว notebook กลับบ้าน สําหรับท่านที่เคยซื้อ notebook มาแล้วคงไม่มีปัญหาแน่นอน แต่สําหรับผู้ที่กําลังจะซื้อ notebook ตัวแรกของตัวเองนั้น ผมมีคําแนะนําคร่าวๆในการตรวจสอบดังนี้ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ตรวจสอบสเปกของเครื่องให้ตรงกับที่โบรชัวร์ อันนี้ให้ไล่ตรวจสอบไปทีละรายการเลยนะครับ ขอย้ําอย่าใจร้อน ค่อยๆตรวจไล่ไปทีละรายการ ทางที่ดีควรพาเพื่อนหรือคนรู้จักที่มีความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์ไปด้วยจะช่วยได้มากครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. เปิดเครื่องให้ทํางานแล้วลองใช้งานส่วนต่างๆ ตรวจดูการทํางานว่าปรกติหรือไม่โดยทั่วไปร้านค้าจะลงวินโดว์ให้เพื่อใช้ลองเปิด-ปิด โปรแกรม บูทเครื่องตรวจสอบเสปคจาก Bios และลอง Shut down ดูว่าปรกติหรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. ตรวจสอบหา Dead Pixel อันนี้สําคัญมากนะครับ พลาดแล้วจะเสียใจ สําหรับวิธีการตรวจสอบก็ คลิกที่นี่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. ตรวจสอบการเปิด ? ปิดฝาพับให้ดีว่ามีอาการหลวมหรือไม่ให้ลองปิด-เปิด จอภาพดู ลองใช่มือขยับตรงบานพับดูว่าคลอนรึไม่ปรกติแล้ว notebook ของใหม่จากโรงงานบานพับจะต้องแข็งแรง ไม่หลวมแน่นอน นอกจากเกิดความผิดพลาดจากการขนส่ง หรือเกิดการกระแทกระหว่างขนส่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. ลองตรวจสอบระบบเสียงด้วยการเปิดเพลงฟัง และควรลองเสียบหูฟังและใช้ไมโครโฟนด้วย พก Flash Drive หรือ CD เพลงไปด้วยนะครับ เผื่อร้านไม่มี แล้วลองเปิดเพลงฟังดูว่าลําโพงที่ติดมากับตัวเครื่องดังมั้ย เช็คดูทั้งสองข้างนะครับ แล้วก็เตรียมหูฟังไปด้วยเพื่อเสียบดูว่าช่องเสียบหูฟังใช้งานได้รึเปล่า ส่วนไมโคนโฟนถ้าหากว่าเป็น notebook รุ่นที่ build in ไมค์ในตัวก็สามารถตรวจสอบได้โดยคลิ๊กไปที่Start&gt;Program&gt;Accessories&gt;Entertainment&gt;Sound Recorder กดปุ่ม Recordแล้วลองพูดใส่ไมค์ดูว่ากราฟเสียงเคลื่อนไหวรึเปล่า แต่อย่าลืมเปิดใช้งานไมค์จาก Volume Control ที่ไอค่อนรูปลําโพงด้านขวาล่างก่อนนะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6. ตรวจสอบการใช้งานพอร์ตต่างๆ ด้วยการลองเชื่อมต่ออุปกรณ์อันนี้ก็แล้วแต่ความสะดวกนะครับ ง่ายๆเลยก็พอร์ต USB ให้ลองเสียบ Flash Drive ดูว่ามองเห็นครบทุกพอร์ตมั้ย หรือพอร์ตอื่นๆก็สามารถนํากลับมาลองที่บ้านได้ครับ เพราะว่าถ้าพอร์ตไม่ทํางาน สามารถเปลี่ยนตัวใหม่ได้ครับ ภายในเวลาที่ร้านกําหนด เช่น 7 วัน หรือ 1 เดือนเป็นตัน อันนี้ต้องยอมครับ เพราะเราไม่สามารถแบกอุปกรณ์ไปทดสอบทุกพอร์ตได้ เช่นพอร์ตโมเด็ม หรือ พอร์ต Lan เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7. ลองใช้งานไดรฟ์ที่ติดตั้งมาให้ว่า สามารถอ่านข้อมูลได้ถูกต้องพกแผ่น CD หนัง?เพลง ไปด้วยนะครับ ลอง Copy file ลงเครื่ องดู ลองเปิดหนังดูว่า อ่านได้ปรกติหรือไม?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8. หากเป็นซีดีอาร์ดับบลิวหรือคอมโบไดรฟ์ ลองทดสอบการเขียนแผ่นและอ่านแผ่นให้ดีด้วยซื้อแผ่นเปล่าติดไปด้วยนะครับ ทางที่ดีสําหรับผู้ที่ไม่ทราบวิธีการใช้งานก็จะได้ให้ทางร้านสอนเขียนแผ่นซะเลย ดีมั้ยครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;9. ตรวจสอบไฟแสดงสถานะต่างๆ ว่าทํางานปกติหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นไฟสถานะเครื่อง ไฟสถานะการเชื่อมต่อ ลองดูให้ครบทุกดวงนะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;10. ตรวจสอบปุ่มคีย์บอร์ดวิธีที่ง่ายที่สุดก็คือ สร้างไฟล์เอกสารจาก Notepad ให้ลองพิมพ์ทุกๆ ตัวอักษรว่าถูกต้อง ครบรึเปล่า ปุ่มคีย์บอร์ดยุบตัว-สปริงตัวกลับปรกติมั้ย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;11. ลองเสียบปลั๊กใช้งาน และถอดปลั๊กเพื่อใช้ไฟจากแบตเตอรี่ ดูสถานะจากไฟตามข้อ 9 เลยครับ ดูว่าเครื่องค้าง หรือ ดับ ระหว่างที่เราถอดปลั๊กหรือเปล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;12. ตรวจสอบซอฟต์แวร์ต่างๆ ที่ติดตั้งมาให้ว่าครบตามที่แจ้งไว้หรือไม่ให้แกะดูคู่มือในหน้าแรกๆจะบอกรายการ Software ที่แถมมาให้ด้วยให้ไล่ดูทีละรายการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;13. ตรวจสอบแผ่น ซีดีไดรเวอร์ต่างๆ โดยเฉพาะ Recovery CD อันนี้สําคัญมากนะครับ สําหรับเวลาลงวินโดว์ใหม่ กรุณาเก็บไว้ให้ดีเลยนะครับ ขอเตือนสําหรับมือใหม่ ซึ่งจริงๆแล้วสามารถ Download ได้จากเวปไซด์ผู้ผลิตได้ครับ แต่บางทีอาจจะหาไม่เจอ(ในเว็บ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;14. ตรวจสอบคู่มือการใช้งาน ใบรับประกัน ของแถมต่างๆ ให้ครบตามเงื่อนไข คู่มือการใช้งานจะอยู่ในกล่องนะครับ ตรวจดูสาย ละอุปกรณ์ที่แถมมาด้วยว่ามีร่องรอยการแกะพลาสติกรึเปล่า สําหรับของแถมก็แล้วแต่ต่อรองกันนะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;15. ตรวจสอบใบเสร็จรับเงิน และสอบถามเรื่องการนําเครื่องเข้าศูนย์บริการ เงื่อนไขต่างๆ ซึ่งโน็ตบุ๊คบางยี่ห้อจะสามารถซื้อประกันเพิ่มได้อีกด้วย ครบเรียบร้อยก็หิ้วกลับบ้านได้เลย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6128968588674991542-5192449538205698776?l=driver2notebook.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://driver2notebook.blogspot.com/feeds/5192449538205698776/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6128968588674991542&amp;postID=5192449538205698776' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/5192449538205698776'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/5192449538205698776'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://driver2notebook.blogspot.com/2008/10/15.html' title='15 ขั้นตอนตรวจสอบ ก่อนจ่ายเงินรับโน๊ตบุ๊ก จากผู้จําหน่าย'/><author><name>topcctv</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06927922712329235299</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6128968588674991542.post-8175565533403231169</id><published>2008-10-29T02:35:00.000-07:00</published><updated>2008-10-29T02:39:42.143-07:00</updated><title type='text'>แนะนำการเลือกซื้อ Notebook</title><content type='html'>ในปัจจุบันการใช้งานคอมพิวเตอร์เริ่มเข้าสู่ยุคแห่งการพกพามากขึ้นสามารถนำเครื่องไปไหนมาไหนได้ และทำงานได้ทุกทีที่มีโอกาสทำให้ชีวิตการทำงานไม่ได้อยู่ที่ ที่ทำงานอีกต่อไป แต่มันอยู่ที่มือเราแล้ว นั้นคือ แลปทอป หรือ โน้ตบุ๊ก นั้นเอง ซึ่งก่อนที่จะทำการนำมาใช้หรือซื้อหามาทำงานของเราให้ราบเรียบและสมำเสมอ นั้น ควรจะรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับมัน เรามาดูกันกับบทความตอนที่ หนึ่ง ของเราครับ ซึ่งได้นำมาให้ท่านๆ ได้อ่านกัน หลังจากไม่ได้ปรับปรุงเนื้อหา มานานครับผม โดยได้ทำการค้นคว้าจากที่ต่างๆ มาให้ท่านๆ ได้รับรู้อะไรมากมาย ลึกๆ ของ แลปทอป หรือโน้ตบุ๊ก ครับผม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. สมรรถนะที่ไม่แพ้เดสก์ทอป        หมดสมัยแล้วที่ยุคของโน้ตบุ๊กที่เราต้องทำงานด้วยความขมขื่น กับความเร็วที่เป็นรองเดสก์ทอปอยู่มาก ราคาแพง จนทำให้ไม่สามารถใช้ได้อย่างลื่นไหลเหมือนที่คุ้นเคย จนทำให้หลายๆ คนรู้สึกว่าเมื่อคิดถึงราคาแล้วยังบอกว่า สมรรถนะโน้ตบุ๊กยังเป็นอะไรที่ห่างไกลเหลือเกินจนปัจจุบันเมื่อเข้าสู่ยุคของโมบาย เซลเลอรอน , เพนเทียมทรี และ เพนเทียม โพ ทั้งมี m และไม่ m ( ที่มี m คือรุ่นที่มี cache L2 ที่ 512kb ครับ ไม่ใช่ ย่อมาจาก mobile ซึ่งถ้าจะดูว่าเป็น mobile หรือไม่นั้น ต้องดูที่คุณสมบัติ speedstep ครับ ซึ่งมีใน cpu mobeil เท่านั้นใน cpu desktop นั้นจะไม่มี ) ของ อินเทล และ ดูรอน , เอ็ทร่อน ของ เอเอ็มดี (ที่มี power now ในการประหยัดพลังงาน) ครูโซล ของ ทรานซมิสต้า (ที่ผลิต cpu แบบ mobile โดยเฉพาะ) ซึ่งปัญหาทั้งหมดจะถูกแก้ไปหมดแล้ว เราจะได้โน้ตบุ๊กที่มีคุณสมบัติที่ระดับ 800 MHz ขึ้นมา แรม ตั้งแต่ 128 Mb ขึ้นมา และ H/D 10Gb ในราคา ราวๆ 40,000 ขึ้นไป ซึ่งเพียงพอแก่การใช้งานตามปกติ เช่น การใช้ใน Windows XP กับชุด Office มั้งหมด ของ Microsoft และโปรแกรมทางด้าน อินเตอร์เน็ตต่างๆ ได้อย่างดี ในขณะที่รุ่นที่ดีขึ้นมาอีก ในระดับ 60,000 ขึ้นมา ก็จะได้ในระดับ 1.x Ghz ขึ้นมากได้ไม่ยากนัก ทั้งของ อินเทล , เอเอ็มดี และ ทรานซมิสต้า ซึ่งแรมจะได้ในระดับ 256 Mb ขึ้นมา H/D 20Gb ถึง 40Gb และยังได้หน้าจอที่ใหญ่มากขึ้นอีกด้วย ซึ่งสามารถ ทำงานบนระบบดีมีในปัจจุบันได้อย่างไม่มีการสุดุดเลยทีเดียว ทั้งการใช้ในด้านกราฟฟิกชั้นสูง การคำนวนด้านวิทยาศาสตร์ต่างๆ งานวิจัย ฯลฯ แต่ถึงแม้ว่าดีไซน์ของซีพียูและเมนบอร์ด จะออปติไมซ์สมรรถนะมาให้สมดุลกันระหว่างความเร็วและความร้อน และยังรวมไปถึงการใช้พลังงานแบตฯ จนทำให้สมรรถนะอาจไม่เท่าเดสทอปที่มีเสปกเดียวกัน แต่ก็ถือว่าใกล้เคียงมาก จนเรียกว่า ในรุ่นทอปของโน้ตบุ๊กบางตัวนั้นสามารถทำงานได้เทียบกับเดสก์ทอปที่มีความเร็วเท่ากันได้อย่างสบาย&lt;br /&gt;สรุป : ด้วยกำลังของ ซีพียูในปัจจุบันนั้น สามารถทำให้งานต่างๆ ที่เคยทำยากๆ ทำได้ง่ายๆ มากขึ้นมาและยังคงสภาพความเสถียรภาพต่างๆ ไว้อย่างดีอีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. ราคาไม่โอเวอร์ สมเหตุสมผล        ประเด็นสำคัญอีกส่วนที่ทำให้โน้ตบุ๊กมีความน่าใช้อย่างมากในปัจจุบัน ก็คือเรื่องของราคาที่ลดต่ำลงมาอย่างมาก วันนี้เราไม่เห็นโน้ตบุ๊กราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 8-9,0000 บาทไปจนถึงรุ่นท็อปที่ราคาระดับ สาม ถึง สี่แสน บาท เหมือนเมื่อหลายๆ ปีก่อน (ปี 2541) ปัจจุบัน ราคานั้นเริ่มที่ 35,000 บาทขึ้นมา (ไม่นับรวม DeskNote ซึ่งในที่นี้ไม่กล่าวถึงแต่อย่างใดแต่จะกล่าวแต่ โน้ตบุ๊ก หรือแลปทอป อย่างเดียว ) ส่วนรุ่นที่มีราคาและประสิทธิภาพที่ดีและคุ้มนั้นอยู่ที่ 50,000 - 65,000 ขึ้นมา ซึ่งแพงกว่าเครื่องเดสก์ทอป แบบ อินเตอร์แบรนไม่มาก นั้นในขณะที่รุ่นที่แพงที่สุดจะอยู่ที่ 180,000 - 200,000 บาทซึ่งก็จะได้ความสามารถอีกหลายอย่างที่เหนือ แต่จะได้เปรียบเรื่องขนาดที่เล็ก และเบามาก การเลือกซื้อโน้ตบุ๊ก นั้นหลายคนอาจคิดเปรียบเทียบกับราคาของเดสก์ทอปว่ายังคงต่างกันมากอยู่ จริงอยู่ที่ในงานประมาณเท่ากันการซื้อโน้ตบุ๊กหนึ่งเครื่องอาจจะได้เครื่องเดสก์ทอป ที่มีสเปกเท่ากันได้ถึงสองเครื่อง แต่ถ้ามองในมุมกลับในแง่ข้อได้เปรียบในด้านความสะดวก ในการเคลื่อนย้าย ไปที่ต่างๆ ได้อย่างสะดวกและทำงานอย่างไม่ต้องหยุดแม้จะอยู่นอกที่ทำงานอีกด้วย แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงคือการรับประกันที่เราจำเป็นต้องคำนึงถึงให้มาก โดยส่วนมากนั้น ที่แนะนำคือการรับประกันทั่วโลกจะดีกว่า ซึ่งต้องมองให้ลึกมากๆ ว่า ถ้าศูนย์ในไทย หรือที่ใดๆ ในโลกนั้นที่ท่านอยู่ ไม่ดี หรือบริการไม่ค่อยประทับใจก็สามารถใช้บริการจากประเทศใกล้เคียงได้อย่างดีครับ ซึ่ง ในไทยอาจจะไม่ดี แต่ถ้าไปที่ มาเลเซีย หรือสิงค์โปร์ อาจจะดีกว่า ซึ่งต้องคิดให้มากครับผม อันนี้เป็นวิธีที่ดีนะครับ ในความคิดของผม แต่อาจจะหนักในเรื่องการเดินทาง แต่ว่า ก็คงคุ้มถ้าท่านจะต้องเสียความรู้สึกหรือว่าเสียเงินเป็นจำนวนมากกับการซื้อ โน้ตบุ๊กครึ่งแสนแล้วได้บริการอะไรๆที่ไม่ดีเอาเสียเลย ใช้ การรับประกันแบบทั่วโลกให้คุ้มครับผม&lt;br /&gt;สรุป : การซื้อโน้ตบุ๊กในตอนนี้สมควรจะได้รับการบิการที่ดีมาก่อน ราคา ถ้าราคาแพงมากแต่บริการหลังการขายห่วยหรือไม่ดี ก็คงเสียอารมณ์กับการที่ซื้อมาแพง กว่าครึ่งแสนแต่ว่า ได้รับบริการที่ไม่ดีสมราคาที่จ่ายไป ส่วนอีกประการหนึ่งคือเรื่องการนำไปใช้ถ้าท่านใช้เพียงแค่พิมพิมพ์งานหรือเล่เน็ตไม่สนเกมส์ มากมายนั้นควรเลือกรุ่นที่มีจอที่ปานกลาง ประมาณ 13.3 - 14.1 ก็พอเพราะว่าจะแพงเกินใช่เหตุครับ รวมทั้ง ความเร็วต่างๆ นั้นควรจะดูให้สมแก่ เงินในประเป๋าให้มากครับ ซึ่งความเร็วที่น่าซื้อในตอนนี้ ( 29/05/45 ) คือประมาณ 950 - 1.2 Ghz ครับ กำลังดีสำหรับคนที่ต้องการระดับธรรมดา ครับ ในราคาที่เริ่มต้นที่ 40,000 ครับ แต่ในระดับปานกลาง ก็คงเริ่มที่ความเร็ว ที่ 1.2 Ghz ครับผม ซึ่งในระดับสูงคงไม่พูดถึงครับเพราะว่า คงจะนึกกันได้ครับ แต่ว่าต้องพูดถึงแรมนั้น ผมแนะนำ ว่า ถ้าใช้ windows xp สมควรจะอยู่ที่ 128 ขึ้นแต่ว่าในระดับ ความจุแรมเพียงแค่นี้คงทำอะไรพอสมควรแต่ว่าต้องการความคล่องตัวมาก ผมแนะนำให้อยู่ที่ 256 Mb ขึ้นไปนะครับ จะดีมาก สำหรับ H/D นั้น ในส่วนนี้ถ้าท่านไม่มี เดสก์ทอป อยู่ผมว่าควรอยู่ที่ 20GB ขึ้นไปครับ แต่ถ้ามีอยู่แล้ว ผมว่าแค่ 10Gb ก็คงพอแก่การต้องการครับผม และในเรื่อง cd rom นั้น ผมว่าถ้าต้องการใช้ dvd ก็ดีครับ แต่ว่าในความคิดของคนที่ใช้มานานพอสมควร ผมว่า cd rom 24x ธรรมดาก็คงพอครับผม ไม่ต้องเอา dvd หรือ cd rw หรอกครับ เพราะว่าทำให้เปลื้องไฟมากกว่าครับ (แต่ถ้าท่านมี เดสก์ทอป ผมว่าเอา cd rw หรือ dvd มาใส่ เดสก์ทอปแทนยังถูกกว่า ครึ่งต่อครึ่งเลยครับ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. จอภาพที่ใหญ่ขึ้นมาก ดูง่ายและสบายตา        หนึ่งในคุณสมบัติที่เด่นมากของโน้ตบุ๊กก็คือการใช้จอภาพแบบ LCD ซึ่งมีความเด่นกว่าของ CRT ที่ใช้ในเดสก์ทอป ในหลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนักเบากว่า ไม่มีการซ้อนกันของสี ความนิ่งและนวลของภาพที่เหนือกว่า นอกจากนั้นยังไม่มีรังสีแผ่ออกมาทำลายสายตาของคุณอีกด้วย ในอดีตจอภาพของโน้ตบุ๊กนั้นยังใช้แบบ Passive (จอที่ไม่ได้ใช้แสงจากตัวเองแต่ใช้แสงจากแสงแบคไลท์ด้านหลังหรือด้านข้างแทน ) ซึ่งมีข้อจำกัดอยู่ในเรื่องจอความสว่างและการแสดงผลในหลายๆ มุมทำได้ไม่ได้เราพบว่าเวลาใช้จะต้องประบจอภาพให้อยู่ในตำแหน่งที่พอดีถึงจะมองภาพได้ชัดเจน แต่ปัจจุบันหลังจากที่โน้ตบุ๊กเกือบทั้งหมดเปลี่ยนไปใช้มาตรฐานใหม่ที่เป็น Active Matrix TFT ทำให้การแสดงผลสว่างมากกว่าเดิมอย่างไม่น่าเชื่อในรุ่นใหม่บางรุ่นนั้นแสดงผลได้คมและชัดกว่าจอแบบ CRT ในขณะเดียวกันเมื่อผลิตออกมามากราคาของจอเหล่านี้ก็จะถูกลง และทำให้มาตรฐานจอโน้ตบุ๊กในปัจจุบันจึงถือว่าดีกว่ามากทีเดียว และเหมาะแก่การใช้งานในส่วนของขนาดความกว้างของจอภาพนั้น ในอดีตมีของจำกัดมากมาย แต่ปัจจุบันไม่เป็นผลมากนัก การเลือก ควรเลือกตั้งแต่ 12.1" ซึ่งสำหรับโน้ตบุ๊กที่ต้องการพกพา และ 13.3 " - 14.1" สำหรับ โน้ตบุ๊กที่อยู่ในกลุ่มระดับกลาง ส่วนระดับ 15 " นั้นสำหรับ กลุ่มบนหรือกลุ่มที่ต้องการนำมาแทน เดสก์ทอปอย่างสมบูรณ์ และการใช้งานที่ทดแทนกันได้ให้มากที่สุด&lt;br /&gt;สรุป : การเลือกจอในปัจจุบัน ควรเลือกที่ TFT เพราะว่าถูกลงมากและข้อดีต่างๆ ที่มีมากเกินกว่าที่จะไม่นำมาใช้ รวมทั้งขนาดจอที่ควรจะอยู่ที่ 13.3 - 14.1 ซึ่งกำลังดีในระดับเงินที่จ่ายไปได้คุ้มค่า&lt;br /&gt;        ซึ่งในปัจจุบันการใช้งานคอมพิวเตอร์เริ่มเข้าสู่ยุคแห่งการพกพามากขึ้นสามารถนำเครื่องไปไหนมาไหนได้ และทำงานได้ทุกทีที่มีโอกาสทำให้ชีวิตการทำงานไม่ได้อยู่ที่ ที่ทำงานอีกต่อไป แต่มันอยู่ที่มือเราแล้ว นั้นคือ แลปทอป หรือ โน้ตบุ๊ก นั้นเอง ซึ่งก่อนที่จะทำการนำมาใช้หรือซื้อหามาทำงานของเราให้ราบเรียบและสมำเสมอ นั้น ควรจะรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับมัน เรามาดูกันกับบทความตอนที่ หนึ่ง ของเราครับ ซึ่งได้นำมาให้ท่านๆ ได้อ่านกัน หลังจากไม่ได้ปรับปรุงเนื้อหา มานานครับผม โดยได้ทำการค้นคว้าจากที่ต่างๆ มาให้ท่านๆ ได้รับรู้อะไรมากมาย ลึกๆ ของ แลปทอป หรือโน้ตบุ๊ก ครับผม ซึ่งตอนนี้เป็นตอนที่สองนะครับ ตอนที่สามจะตามาทีหลังครับ ผม อยากอ่านตอนที่ หนึ่งที่นี่ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. เบา สะดวก ประหยัดพื้นที่ และเงิน        เรื่องของน้ำหนัก และความสะดวกในการพกพานั้นไม่ต้องสงสัยว่าโน้ตบุ๊กนั้นมีข้อได้เปรียบเดสก์ทอปอย่างไม่ต้องสงสัยอยู่แล้ว ซึ่งคงต้องกล่าวถึง การพกพาแน่นอนแต่ถึงแม้จะไม่สะดวกเท่า PDA แต่ก็การตอบสนองต่องานที่ทำนั้นดีกว่ามาก        นอกจากนั้นแล้วยังช่วยประหยัดในกรณีที่ คุณไม่จำเป็นต้องซื้อเดสก์ทอปเผื่อไว้ในที่ต่างๆ หรือคนที่ต้องย้ายที่ทำงานบ่อยๆ ก็จะหมดปัญหาในการทำงานได้ดีอีกด้วยหรือ การนำข้อมูลไปประชุม แล้กสนพรีเซนสิ่งต่างๆ ในที่ประชุมก็จะสะดวกมากขึ้น และทำให้เราดำเนินงานได้อย่างราบลื่นมากขึ้น&lt;br /&gt;สรุป : ความคุ้มค่าในระยะยาวแล้ว การซื้อโน้ตบุ๊กอาจเป็นการลงทุนที่สูงแต่ว่าคุ้มค่าในการใช้ในอนาคตมากกว่าเดสก์ทอปอย่างมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6. Windows XP         สำหรับในอดีตนั้น ผู้ใช้โน้ตบุ๊กนั้นอาจจะพอใจในการใช้ Windows 9X , Me หรือที่สามารถตอบสนองได้ดีไม่แพ้กันคือ Windows 2000 Professional แต่ก็ยังอาจจะติดที่เรื่องที่ว่ารักพี่เสียดายน้อง เพราะว่ากลุ่มแรกนั้นดีที่การทำงานที่ง่ายและเข้าใจง่ายไม่ยุ่งยากมาก และระบบในการใช้อุปกรณ์ต่อพ่วงที่ดีกว่า Windows 2000 Professoional แต่ว่า ความเสถียรภาพน้อยกว่าพอสมควรซึ่งทำให้ Windows XP เป็นคำตอบในปัจจุบัน        ทำไม Windows XP คือคำตอบ นั้นเรามาดูกันว่าทำไม ครับ เรพาะว่าการที่รวมกันระหว่างการทำงานที่มีความเสถียรภาพและมีความง่ายของ Windows me เข้าด้วยรวมกับ Windows 2000 ทำให้เกิด Xp ขึ้นมา ซึ่งใน xp นั้นมีคุณสมบัติ Hibernate มาแล้ว ซึ่งมีตั้งแต่ Windows me มาแล้วแต่ว่าใน รุ่นนี้ได้ทำการปรับให้มีความเสถียรภาพมากขึ้นและยังทำให้เราทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้อง save งานหรือหยุดทำงานชั่วคราวเพื่อนปิดเครื่องให้หมดเมื่อแบตฯ จะหมดแล้วนั้นเอง และอีกเรื่องก็คือระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีกว่าเดิมซึ่งจะไม่ยอมให้คนที่ไม่มีรหัสเข้าระบบแต่อย่างใด ซึ่งดีสำหรับคนที่เอาเครื่องออกไปข้างนอกบ่อยๆ และไม่ต้องการให้ใครมายุ่งกับเครื่องของตนให้มากมายนั้นเอง&lt;br /&gt;สรุป : การใช้ Windows xp อาจจะเหมาะกับเครื่องรุ่นใหม่ๆ เท่านั้น กรุณาสอบถามผู้ที่จำหน่ายท่านว่าทำได้หรือไม่ เพราะว่า ไม่เช่นนั้นท่านจะหา driver ไม่ได้อาจทำให้เสียอารมณ์ได้นะครับ แต่อีกสิ่งหนึ่งคือความเหนียวของระบบ ที่แฮงได้ยากมาก อันนี้ต้องยอมรับครับผม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7. การอัพเกรดไม่ใช่เรื่องที่จะมาพูดกับ แลปทอป หรือ โน้ตบุ๊ก        หนึ่งในประเด็นที่ทำให้โน้ตบุ๊กยังคงไม่เป็นที่นิยมก็คือการอัพเกรดนั้นเองซึ่งทำได้เพียงไม่กี่อย่างเช่น H/D , Ram , Batt หรืออย่างอื่นอีกเล็กน้อย ซึ่งแล้วแต่ เครื่องแล้วแต่รุ่นครับ         ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น เพราะว่าในปัจจุบันนั้น เทคโนโลยีนั้นไปไกลมากกและไปเร็วมาเร็ว ซึ่งสิ่งที่เห็นได้ชัดคือ การปรับปรุงสถาปัตยกรรม ของ cpu ของเดสก์ทอปซึ่งเร็วมากกว่าความจำเป็นที่ต้องใช้นั้นเอง ซึ่งบางครั้งต้องมีการเปลี่ยน M/B มาให้ใช้กับตัวใหม่ๆ หรือบางครั้งต้องรวมไปถึง แรม อีกด้วย ซึ่งในปัจจุบันนี้จะเปลี่ยนที ต้องเปลี่ยนตั้งแต่ cpu , m/b , ram กันเลยทีเดียวหรือบางเครื่องที่ล้าสมัยมากๆ อาจยกเครื่องเลยก็มี ซึ่งก็คล้ายๆ กับการซื้อใหม่นั้นเอง ซึ่งคงไม่มีใครบ้าขนาดใช้เครื่อง 3 เดือนอัพเกรดกันเพราะต้องการตามเทคโนโลยีซึ่งทำให้สิ้นเปลี้ยงไปมากกว่าเก่ามาก        ในปัจจุบันนั้นราคาของโน้ตบุ๊กนั้นเริ่มต้นราคาไม่ห่างจากเดสก์ทอปมากนัก ไม่เหมือนสามปีที่แล้วหรือ สี่ ห้าปี ในแง่ของการทำงานนั้นทำงานได้ดี แต่ว่าในราคาเริ่มต้นนั้นอาจจะแพงกว่าเดสก์ทอป แต่ความสะดวกและความคุ้มค่าในระยะยาวนั้นมีมากกว่าและน่าสนใจกว่า ซึ่งการอัพเกรดนั้นคงไม่ใช่ประเด็นอีกต่อไปไม่ว่าจะเป็น เดสก์ทอปหรือ โน้ตบุ๊ก อีกต่อไปเพราะว่าค่า อัพเกรดนั้น กับการซื้อใหม่ราคาจะไม่ห่างกันมากอีกต่อไปนั้นเอง&lt;br /&gt;สรุป : ปัจจุบันนั้นการอัพเกรดนั้นคงไม่ต้องพูดกันมากเพราะว่าเทคโนโลยีที่มากเร็วมาก และไปเร็วมากให้เครื่องที่ดีที่สุดในตอนนี้อาจกลายเป็นรุ่นพื้นฐานในอีก 1 - 2 เดือนข้างหน้าและอาจจะหมดทางในการปรับปรุงสเปกให้ดีกว่าเก่าได้เพียงบางส่วนซึ่งอาจจะมีราคาเท่าๆ กับการซื้อใหม่เลยก็ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8. ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเน็ต ความบันเทิงเกินขีดจำกัด !!!        ในวันนี้การหาความบันเทิงจากเครื่องเดสก์ทอปได้มากมาย แล้วใน โน้ตบุ๊กจะทำไม่ได้เลยเหรอ คำตอบคือทำได้ครับ ทำได้ดีอีกด้วยและบางอย่างทำได้ดีมากกว่าด้วยในบางครั้ง ซึ่งส่วนที่ เดสก์ทอปทำได้ดีกว่า แน่นอนคือ เกมส์ ต่างๆ เพราะว่า โน้ตบุ๊กผลิตออกมาเพื่อการทำงานที่ต้องการความสะดวกนอกสถานที่และส่วนมากจะไม่ค่อยยุ่งในด้านการประมวลผลด้าน 3d มากนั้นทำให้เครื่องที่มีชิปเร่งความเร็ว 3d นั้นจะแพงมากทีเดียว แต่ถ้าด้านอื่นนั้นได้แก่ ดูหนังที่ คงชัดดี และด้านอื่นๆ ที่ดีเท่ากับ เดสก์ทอปเลย แต่ถ้าต้องการใช้เล่นเกมส์นั้นควรเลือกการ์ดแสดงผล ATI Radeon Mobility หรือ Nvidia Geforce 2 go มาใช้ทำให้ การเล่นเกมส์นั้นสมบูรณ์และเล่นเกมส์ได้แทบทุกเกมส์ในตลาดเลยก็ว่าได้&lt;br /&gt;สรุป : การใช้งานด้านความบันเทิงนั้นโน้ตบุ๊กนั้นทำได้ดีเท่าๆกับ เดสก์ทอปเกือบหมดเหลือเพียงแต่ ด้าน 3d ที่ยังคงด้อยอยู่คงต้องรอให้การ์ดแสดงผลด้าน 3d ของโน้ตบุ๊กดีขึ้นมากว่านี้การเล่นเกมส์บน โน้ตบุ๊กอาจทำได้ดีกว่านี้ก็ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;9 . ข้อดี vs ข้อเสีย- : - ข้อดี - สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้- สามารถติดตั้งได้ง่าย- ประหยัดพลังงาน ซึ่ง สามารถใช้ไฟจากแบตฯ ได้มากกว่า 2 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย จนถึง 4 ชั่วโมง- มีขนาดที่พอเหมาะและใช้พื้นที่ในการวางที่น้อย- ไม่จำเป็นต้องมีการลากสาย แลนมาใช้แต่ใช้ Wireless Lan แทนหรือดีกว่านั้นคือ Bluetooth- ทดแทนเครื่องเก่าได้อย่างดี- สวยงาม- : - ข้อเสีย - ราคาที่แพงกว่าเดสก์ทอปมากถึง 1 -2 เท่าในระดับสเปกเดียวกัน- ความเร็วที่น้อยกว่าในระดับเดียวกัน- อาจมีความเสีนหายในการเคลื่อนย้ายได้- คุณภาพด้าน 3d ที่สู้เดสก์ทอปไม่ได้เลย- อุปกรณ์เสริมของโน้ตบุ๊กที่แพงระยิบ - อาจจำต้องแบกเครื่องและอุปกรณ์ต่างๆที่หนักพอๆกับแบก ดัมเบลขนาด 3 กิโลกรัมไปไหนมาไหน- อาจหายไปได้ถ้าไม่ดูให้ดี ของราคาครึ่งแสนหรือเกือบแสนอาจเหลือเพียงแค่ความทรงจำได้ถ้าไม่ได้ดูให้ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        ปัจจุบันเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กได้ใช้กันอย่างแพร่หลายในแวดวงธุรกิจหรือแม้แต่ผู้ใช้ทั่วไป เนื่องจากคล่องตัวและสามารถพกพาไปไหนมาไหนเพื่อใช้งานได้สะดวก แต่คงไม่มีใครปฏิเสธว่า หลายต่อหลายล้านคนในโลกที่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กนั้น ใช้เครื่องได้อย่างไม่ถูกวิธีและไม่ทะนุถนอม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของแหล่งพลังงานของเครื่องหรือแบตเตอรี่นั้นเอง * Sp คือเนื้อหาที่ได้นำมาจากที่อื่น ซึ่งไม่เกี่ยวกับส่วนของตอนหลักของแต่ละบทความครับ&lt;br /&gt;ใช้แบตเตอรี่โน้ตบุ๊กอย่างไรให้คุ้มค่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        หลายๆ คนคงเกิดปัญหารำคาญใจกับการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ลองคิดดู…ถ้าคุณกำลังใช้แลบทอปตัวเก่งทำงานอยู่อย่างสบายใจบนรถขณะเดินทางมาทำงาน แต่แบตเตอรี่หมดและแน่นอนว่าบริเวณนั้นไม่มีปลั๊กไฟให้คุณเสียบได้ ทำให้การทำงานของคุณต้องหยุดชะงัก หรือบางครั้งข้อมูลสำคัญต่างๆ ที่คุณอุตส่าห์ทำขึ้นมา เกิดสูญหายไปเนื่องจากแบตเตอรี่หมดด้วย เราจะมีวิธีอย่างไรที่ช่วยยืดเวลาให้คุณใช้งานโน้ตบุ๊กได้นานอีกหน่อย เพิ่มอายุการใช้งานแบตเตอรี่ให้ยืนยาว และช่วยให้คุณไม่สูญเสียเวลาและทรัพยากรไปโดยเปล่าประโยชน์ ในคอลัมน์นี้เราอยากให้คุณหันมาสนใจประหยัดพลังงานให้กับเครื่องโน้ตบุ๊กของคุณเพื่อให้ใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้น คุณจะได้ไม่ต้องเกิดปัญหาวุ่นวายหากต้องพกพาเครื่องโน้ตบุ๊กเดินทางโดยเครื่องบิน รถไฟ หรือรถยนต์ ไปในที่ไกลๆ อีกทั้งคุณจะได้เข้าใจถึงการสงวนรักษาและดูแลจัดการกับแหล่งพลังงาน เพื่อให้ใช้งานเครื่องโน้ตบุ๊กได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด&lt;br /&gt;การสงวนรักษาพลังงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        แบตเตอรี่ของเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กทั่วๆ ไปในปัจจุบันนั้น เราใช้งานได้เพียง 2-3 ชั่วโมงก็หมดเสียแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าไม่เพียงพอกับการเดินทางไปต่างประเทศหรือใช้งานทั่วไปในแต่ละวันโดยไม่ได้ต่อกับสายไฟบ้าน แต่สิ่งแรกที่คุณทำได้ก็คือ ลดการใช้พลังงานของเครื่องโน้ตบุ๊กเพื่อเพิ่มเวลาการใช้งานของเครื่อง โดยทั่วไปโน้ตบุ๊กทุกๆ เครื่องจะมีโปรแกรมที่ให้คุณกดคีย์ลัด (จะเป็นคีย์ใดนั้นขึ้นอยู่กับระบบปฏิบัติการที่ใช้อยู่) เพื่อให้คุณปรับค่าการจัดการพลังงานของโน้ตบุ๊กให้จัดการและใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โน้ตบุ๊กส่วนใหญ่มีการทดสอบการทำงานและปรับตั้งค่าการใช้พลังงานมาเป็นอย่างดีแล้ว ซึ่งคุณสามารถตั้งค่านี้ได้ตลอดเวลาเพื่อให้คุณสงวนพลังงานไว้ใช้ได้นานขึ้นด้วย ปรับการทำงานของเครื่อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        เครื่องโน้ตบุ๊กโดยทั่วไปแล้วสามารถตั้งค่าต่างๆ ในการปรับสมรรถนะของเครื่อง เพื่อยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ได้ แต่การลดสมรรถนะการทำงานของหน่วยประมวลผลหรือซีพียูโดยไม่สนใจอะไรเลยนั้น ทำให้เสียพลังงานไปกับการเริ่มต้นทำงานหากมีการประมวลผลข้อมูลใหม่เสมอ ถ้าคุณใช้ระบบปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพ เช่นระบบยูนิกซ์นั้น คุณสามารถตั้งค่าให้ลดสมรรถนะการทำงานของซีพียูเพื่อรักษาพลังงานให้หมาะสมได้ แต่ถ้าหากคุณใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 98 หรือวินโดวส์เอ็นทีแล้วละก็ คุณอาจจำเป็นต้องเพิ่มความเร็วในการประมวลผลแทน เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างราบรื่นและรวดเร็วเพียงพอ และยิ่งคุณใช้งาน Winmodem (Windows-only modem) ซึ่งทำงานผ่านทางซีพียูด้วยแล้ว คุณคงต้องเพิ่มความเร็วของการประมวลผลขึ้นอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        การปรับค่าสมรรถนะการทำงานของหน่วยประมวลผลนี้จะแตกต่างกันไปตามรุ่นหรือยี่ห้อของโน้ตบุ๊ก โดยบางรุ่นอาจใช้ฟังก์ชันคีย์เพื่อปรับค่าทางไบออส หรือบางรุ่นก็ต้องรันยูทิลิตี้เฉพาะในการปรับค่าต่างๆ เพื่อเป็นการประหยัดพลังงานให้กับเครื่องโน้ตบุ๊ก การลดแสงก็ช่วยประหยัดพลังงาน&lt;br /&gt;        เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กส่วนใหญ่จะมีปุ่มปรับแสงของหลอดจอภาพ ซึ่งอยู่ทางด้านหน้าใกล้กับจอภาพ เพื่อลดหรือเพิ่มความสว่างให้กับจอภาพด้วย และความสว่างของจอภาพนี่เองเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สิ้นเปลืองพลังงานไปโดยไม่จำเป็น คุณก็ควรลดแสงหรือความสว่างของหลอดภาพเท่าที่เป็นไปได้และไม่ทำให้คุณปวดตา โน้ตบุ๊กบางรุ่นสามารถลดแสงหรือความสว่างของหลอดภาพได้โดยอัตโนมัติเมื่อคุณถอดสายไฟ AC ออกเพื่อใช้ไฟจากแบตเตอรี่แทน ทำให้ช่วยประหยัดพลังงานจากแบตเตอรี่ได้อีกทางหนึ่งด้วย และสามารถเพิ่มอายุการใช้งานแบตเตอรี่ได้ถึงประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว และคุณควรตั้งเวลาปิดหน้าจอโน้ตบุ๊กไว้ด้วยหากไม่มีการใช้งานด้วยเวลาที่เหมาะสม เช่น ประมาณ 5-10 นาที ทั้งนี้เพราะหากคุณตั้งเวลาไว้น้อยเกินไป การปิดหน้าจอบ่อยๆ ขณะทำงานอาจทำให้คุณรำคาญได้&lt;br /&gt;        และในทำนองเดียวกัน การประหยัดพลังงานโดยการปิดไฟเลี้ยงฮาร์ดดิสก์เมื่อไม่มีการอ่านหรือเขียนข้อมูล ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยคุณได้ การตั้งเวลาด้วยค่าที่เหมาะสมที่สุดในการปิดไฟเลี้ยงฮาร์ดดิสก์หรือที่เรียกว่า Hard Drive Idle Time นั้นขึ้นอยู่กับนิสัยการใช้งานและซอฟต์แวร์ที่รันอยู่เป็นประจำ หากคุณใช้ซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้ทำการอ่านและเขียนข้อมูลในฮาร์ดดิสก์บ่อยๆ ก็สามารถตั้งเวลาปิดไฟเลี้ยงฮาร์ดดิสก์ให้มีค่าน้อยๆ ได้ (ซึ่งไม่ใช่ค่า 0 เพราะการตั้งค่าเวลาให้เป็น 0 นั้นหมายความว่า ไม่มีการปิดไฟเลี้ยง เป็นการให้ฮาร์ดดิสก์สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา) แต่หากคุณตั้งเวลาไปแล้ว และขณะทำงานได้ยินเสียงเปิด-ปิดไฟเลี้ยงฮาร์ดดิสก์บ่อยๆ แสดงว่าตั้งค่าเวลาน้อยเกินไปทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง ควรตั้งค่าใหม่โดยเพิ่มเวลาขึ้นตามความเหมาะสมเพื่อให้ทำงานได้เร็วขึ้น ถอดอุปกรณ์ต่อพ่วงที่ไม่จำเป็นออกเสียบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        ผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กหลายคนที่มองข้ามส่วนของอุปกรณ์ต่อพ่วงไป บางคนติดอุปกรณ์ต่อเชื่อมต่างๆ ไว้ครบชุด โดยหารู้ไม่ว่าการต่อสิ่งต่างๆ เหล่านั้นทำให้สิ้นเปลืองพลังงานโดยใช่เหตุและลดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ การ์ด PCMCIA บางประเภท เช่น การ์ดเน็ตเวิร์ก และการ์ดโมเด็ม เป็นอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานจากแหล่งจ่ายไฟมากพอสมควรในทุกครั้งที่เสียบการ์ดเหล่านี้เข้าไป รวมไปถึงไดรฟ์ฟลอปปี้ดิสก์และไดรฟ์อ่านซีดีรอมที่ไม่ได้ติดมากับตัวเครื่อง ก็เป็นอุปกรณ์ต่อพ่วงที่กินไฟด้วยเช่นกัน ดังนั้นหากไม่ได้ใช้งานอุปกรณ์ต่อพ่วงใดๆ ก็ควรถอดออกจากตัวเครื่องและนำมาต่อเข้าเมื่อจำเป็นต้องใช้งานจริงๆ ก็จะเป็นการช่วยประหยัดพลังงานแบตเตอรี่อีกทางหนึ่งเช่นกัน Suspend Mode ก็เป็นสิ่งจำเป็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        เมื่อไม่มีการแตะต้องตัวเครื่องในระยะเวลาหนึ่ง หรือมีการปิดฝาของเครื่องโน้ตบุ๊ก โน้ตบุ๊กจะปิดไฟเลี้ยงในอุปกรณ์บางส่วนหรือปิดเครื่องเองได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งวิธีการนั้นเป็นการประหยัดพลังงานให้กับเครื่องโน้ตบุ๊กก็จริง แต่คงไม่เหมาะสำหรับเครื่องที่ใช้งานประจำ เนื่องจากคุณจำเป็นจะต้องคอยให้เครื่องรีบูตใหม่ หรือเปิดโปรแกรมใหม่เสียก่อนจึงจะสามารถทำงานต่อไปได้ โดยเฉพาะผู้ที่ใช้งานระบบปฏิบัติการวินโดวส์คงทราบดีว่าการรีบูตวินโดวส์นั้นนานเพียงใด ทางเลือกที่ดีกว่าคือ การตั้งค่าคอนฟิกูเรชัน (Configuration) ให้ใช้โหมดการประหยัดพลังงานแบบ Suspend แทนการปิดเครื่อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        Suspend Mode หรือ Sleep Mode นั้นเป็นการตัดไฟเลี้ยงหน้าจอ ฮาร์ดดิสก์ และหน่วยประมวลผล แต่ไม่ได้ตัดไฟเลี้ยงหน่วยความจำหรือแรมของเครื่อง ข้อมูลต่างๆ ก็ยังคงถูกเก็บไว้ในแรม ดังนั้นคุณสามารถกลับมาทำงานใหม่ได้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าคุณจะพักการทำงานไปสัก 2-3 ชั่วโมงก็ตาม แต่ในเมื่อแบตเตอรี่ยังคงจ่ายไฟเลี้ยงให้กับแรมอยู่ก็จะต้องสูญเสียพลังงานไปเรื่อยๆ และถ้าคุณทิ้งเครื่องไว้นานเกินไปจนแบตเตอรี่หมด เครื่องโน้ตบุ๊กก็จะปิดเครื่องเองทันที หากคุณมีงานที่ยังไม่ได้จัดเก็บแล้วละก็ ข้อมูลเหล่านั้นก็จะหายไปทันที ดังนั้น คุณควรระลึกไว้เสมอว่าต้องจัดเก็บข้อมูลให้เรียบร้อยก่อนใช้งาน Suspend Mode&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        เครื่องโน้ตบุ๊กบางรุ่น เช่น เครื่องโน้ตบุ๊ก ThinkPad ของ IBM มีฟีเจอร์ในการเก็บข้อมูลจากหน่วยความจำลงไปในฮาร์ดดิสก์เมื่อเครื่องอยู่ในภาวะ Suspend Mode ทำให้ในการใช้งานจะปิดเครื่องได้ช้าลงแต่สามารถจัดเก็บข้อมูลที่ค้างไว้ลงฮาร์ดดิสก์ได้ก่อนที่จะมีการปิดเครื่องอย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นการปิดเครื่องเองหรืออยู่ในภาวะ Suspend Mode โดย IBM เรียกฟีเจอร์นี้ว่า "RediSafe" ซึ่งเครื่องโน้ตบุ๊กรุ่นอื่นๆ บางรุ่นบางยี่ห้อก็มีฟีเจอร์นี้เช่นกัน แต่เรียกชื่อต่างกันออกไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        นอกจากนี้เครื่องโน้ตบุ๊กยังมี Suspend to Disk Mode ที่ต่างจาก Suspend Mode ปกติ ตรงที่จะทำการจัดเก็บข้อมูลลงฮาร์ดดิสก์ให้เรียบร้อยก่อน แล้วจึงปิดเครื่องซึ่งแน่นอนว่าปิดไฟเลี้ยงในทุกอุปกรณ์รวมทั้งแรมด้วย เมื่อกลับมาทำงานใหม่ก็ต้องเสียเวลามากกว่าการใช้งาน Suspend Mode แต่ไม่ใช่การรีบูตเครื่องใหม่ ซึ่งจะประหยัดพลังงานกว่า Suspend Mode ดังนั้น เราควรจะใช้ Suspend Mode หากมีการพักการทำงานในช่วงเวลาไม่นานนัก และใช้ Suspend to Disk Mode ในกรณีที่ต้องการพักการทำงานเป็นเวลาหลายชั่วโมงหรือในช่วงพักเที่ยง&lt;br /&gt;การเลือกชนิดของแบตเตอรี่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        เวลาในการใช้งานโน้ตบุ๊กแต่ละเครื่องยังขึ้นอยู่กับขนาดและชนิดของแบตเตอรี่ที่ใช้กับเครื่องโน้ตบุ๊กด้วย แบตเตอรี่ชนิดที่ใช้กรดตะกั่วนั้นราคาถูกที่สุดและทนทานที่สุด แต่มีน้ำหนักมาก ขนาดใหญ่ และให้พลังงานน้อยที่สุดจึงใช้งานได้ระยะเวลาสั้นที่สุด ส่วนแบตเตอรี่ชนิดที่ใช้สารนิเกิลแคดเมียม (NiCd) นั้นให้พลังงานมากขึ้น ตามมาด้วยแบตเตอรี่ชนิดที่ใช้สาร Nickel Metal Hydride (NiMH) และแบตเตอรี่ชนิดที่ใช้สารลิเธียมไอออน (Li-ion) ให้พลังงานมากที่สุด ทำให้เครื่องโน้ตบุ๊กที่ใช้แบตเตอรี่ชนิดนี้ใช้งานได้ระยะเวลานานที่สุดด้วย โดยค่าของเวลาที่เขียนติดไว้บนแบตเตอรี่จะอยู่ในรูปของแอมป์-ชั่วโมง (Amp-Hour : Ah) หรือ มิลลิแอมป์-ชั่วโมง (Millimp-Hour : mAh)&lt;br /&gt;        และหากคุณมีแบตเตอรี่สำรอง คุณก็ควรจะชาร์จไฟไว้ให้เต็มที่ก่อนนำไปใช้งานเสมอ เพราะแบตเตอรี่บางยี่ห้อจะมีการสูญเสียพลังงานไปประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ต่อวัน ทำไมแบตเสื่อมเร็ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบเสียบปลั๊กไฟโน้ตบุ๊กค้างไว้ตลอดเวลา หรือชาร์จใหม่เสมอๆ แม้ว่าแบตเตอรี่ยังไม่หมด คุณกำลังทำลายแบตเตอรี่และหน่วยความจำของโน้ตบุ๊กคุณทางอ้อม จริงๆ แล้วการชาร์จและดิสชาร์จแบตเตอรี่ไม่เต็มที่ มีผลกระทบต่อหน่วยความจำอย่างมาก เพราะทำให้กระแสไฟฟ้ากระจายได้ไม่เต็มพื้นที่ของแบตเตอรี่ และนี่ยังเป็นเหตุให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วกว่ากำหนด ดังนั้นในการใช้งานเครื่องโน้ตบุ๊กจึงควรใช้งานให้แบตเตอรี่หมดไฟก่อนที่จะชาร์จไฟเข้าไปใหม่ แต่เพื่อตัดปัญหาความยุ่งยากนี้ เครื่องโน้ตบุ๊กบางรุ่นก็มียูทิลิตี้ที่ช่วยป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับหน่วยความจำ โดยยูทิลิตี้นั้นช่วยให้คุณดิสชาร์จแบตเตอรี่เพื่อถ่ายเทกระแสไฟออกมาให้หมดแม้ว่าแบตเตอรี่ของคุณยังไม่หมดกระแสไฟก็ตาม ช่วยให้คุณชาร์จไฟเข้าไปใหม่ได้เต็มที่ ซึ่งคุณควรจะใช้ฟีเจอร์นี้ทุกครั้งเพื่อยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่และขจัดผลกระทบที่มีต่อหน่วยความจำของเครื่องโน้ตบุ๊กด้วย&lt;br /&gt;การเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        เมื่อคุณต้องการเลือกซื้อเครื่องโน้ตบุ๊กสักเครื่อง อย่าลืมตรวจสอบการเปลี่ยนแบตเตอรี่ว่าสามารถเปลี่ยนได้สะดวกง่ายดายหรือสามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้โดยไม่ต้องปิดเครื่องหรือไม่ การเปลี่ยนแบตเตอรี่นั้นไม่ควรให้ไปกระทบกระเทือนกับอุปกรณ์อื่นๆ และไม่ควรที่จะต้องถอดอุปกรณ์ใดๆ ออกก่อนเปลี่ยนแบตเตอรี่ด้วย และหากสามารถต่อแบตเตอรี่สำรองเพื่อให้ใช้งานยาวนานยิ่งขึ้นก็จะช่วยให้คุณทำงานได้สะดวกขึ้นด้วยเช่นกัน เช่น เครื่องโน้ตบุ๊ก ThinkPad ของ IBM นั้นค่อนข้างยุ่งยากในการเปลี่ยนแบตเตอรี่ เพราะคุณจะต้องเอียงจอภาพไปข้างหลังเพื่อยกแป้นพิมพ์ขึ้น และต้องถอดไดรฟ์อ่านซีดีรอมออกก่อนด้วย&lt;br /&gt;        อีกประการหนึ่งที่คุณควรพิจารณาก็คือ แบตเตอรี่นั้นสามารถเสียบสายไฟเพื่อชาร์จไฟจากภายนอกเข้าไปได้โดยไม่ต้องต่อกับเครื่องโน้ตบุ๊กหรือไม่ ซึ่งช่วยให้คุณพกพาเครื่องโน้ตบุ๊กไปใช้งานยังสถานที่ต่างๆ ได้สะดวกสบายยิ่งขึ้นโดยไม่ต้องเสียเวลาเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ และอาจไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นนักแต่หากเครื่องโน้ตบุ๊กนั้นสามารถใส่แบตเตอรี่ชนิดอัลคาไลน์ได้ เช่น เครื่องโน้ตบุ๊กรุ่น OmniBook ของ HP ก็จะช่วยเพิ่มสามารถในการใช้งานได้อีกทางหนึ่งด้วย หาแหล่งพลังงานอื่นเพิ่มเติมเมื่อต้องเดินทาง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        แน่นอนว่าแบตเตอรี่นั้น ถึงแม้คุณจะพยายามประหยัดไฟเพียงใดก็ตามก็ไม่สามารถจะใช้ได้ตลอดเวลาหรือตลอดการเดินทางระยะไกลแน่นอน ดังนั้นคุณควรมีอะแดปเตอร์ไว้เพื่อใช้กระแสไฟจากภายนอก หรือเพื่อใช้ชาร์จแบตเตอรี่ของคุณเพื่อเป็นแหล่งพลังงานสำรองเพิ่มเติมในอีกทางหนึ่งด้วย การเดินทางโดยเครื่องบินของสายการบินบางแห่งนั้น คุณสามารถเสียบอะแดปเตอร์เข้ากับระบบไฟฟ้าบนเครื่องบินที่ทางสายการบินเตรียมไว้ได้ทันที ระบบไฟฟ้านี้ทางสายการบินเรียกว่า EmPower ซึ่งเป็นแจ๊คเสียบไฟตรง (DC) 15 โวลต์ โดยคุณจะต้องมีอะแดปเตอร์สำหรับต่อเข้ากับแจ๊คประเภทนี้โดยเฉพาะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        ส่วนการเดินทางโดยรถยนต์นั้น คุณสามารถเลือกใช้แหล่งพลังงานได้ 2 แบบ แบบแรกคุณจะต้องมีอะแดปเตอร์เพื่อเสียบเข้ากับช่องจุดบุหรี่ภายในรถที่จ่ายไฟตรง (DC) 13-15 โวลต์ แล้วต่ออะแดปเตอร์นั้นเข้ากับเครื่องโน้ตบุ๊กได้ทันที หรือแบบที่ 2 ก็ใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า Inverter เสียบเข้ากับช่องจุดบุหรี่เช่นกัน แต่อุปกรณ์ชนิดนี้จะทำการแปลงไฟกระแสตรง (DC) ของช่องจุดบุหรี่ให้กลายเป็นไฟกระแสสลับ (AC) 120 โวลต์ คุณก็สามารถนำสายไฟที่มีมาพร้อมกับเครื่องโน้ตบุ๊กเสียบเข้ากับ Inverter ได้เหมือนกับการเสียบไฟบ้านและใช้งานได้ปกติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        ดังนั้นอะแดปเตอร์ สายไฟ หรืออุปกรณ์เพิ่มเติมเหล่านี้คุณจะต้องมีติดตัวในการเดินทางเสมอ รวมไปถึงสายต่อพ่วงโทรศัพท์ที่คุณควรจะพกพาติดตัวไปด้วยหากคุณต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ต หรือเชื่อมต่อเข้ากับระบบเครือข่ายขององค์กรของคุณ โดยสายต่อพ่วงโทรศัพท์ที่ว่านี้ควรอยู่ในลักษณะม้วนเล็กๆ ที่เก็บไว้ในกล่องขนาดประมาณเท่าบัตรเครดิต เพื่อสะดวกในการพกพาและเก็บรักษา&lt;br /&gt;รายการช่วยตรวจสอบเพื่อการตัดสินใจและป้องกันการหลงลืม&lt;br /&gt;        เป็นเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ โดยการทำรายการตรวจสอบสิ่งต่างๆ ที่จำเป็น เพื่อช่วยคุณเลือกพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กสักเครื่อง อีกทั้งยังมีการทำรายการตรวจสอบช่วยให้คุณไม่หลงลืมที่จะตรวจเช็กอุปกรณ์ต่างๆ ให้ครบและให้คุณพร้อมสำหรับการทำงานหรือการเดินทางตลอดเวลา&lt;br /&gt;- รายการสิ่งที่คุณควรพิจารณาประกอบการเลือกซื้อเครื่องโน้ตบุ๊ก&lt;br /&gt;* แบตเตอรี่ของเครื่องโน้ตบุ๊กเป็นแบตเตอรี่ประเภทใด? และหลังจากชาร์จไฟแล้วสามารถใช้งานได้นานเพียงใด?&lt;br /&gt;* แบตเตอรี่นั้นสามารถชาร์จไฟจากอะแดปเตอร์ได้โดยตรง ไม่ต้องต่อเข้ากับตัวเครื่องหรือไม่?&lt;br /&gt;* เครื่องโน้ตบุ๊กที่คุณกำลังพิจารณาอยู่นั้นสามารถใส่แบตเตอรี่สำรองเพิ่มเข้าไปได้อีกหรือไม่?&lt;br /&gt;* เครื่องโน้ตบุ๊กที่การทำงานแบบ Suspend Mode และ Suspend to Disk Mode หรือไม่?&lt;br /&gt;* แบตเตอรี่สำรองมีมากเท่าไร?&lt;br /&gt;* มีแบตเตอรี่สำรองชนิดที่ไม่ต้องชาร์จไฟ เช่น แบตเตอรี่อัลคาไลน์ ไว้ใช้ในยามฉุกเฉินหรือไม่?&lt;br /&gt;- รายการอุปกรณ์ต่างๆ ที่ควรตระเตรียมให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ&lt;br /&gt;* สายต่อพ่วงโทรศัพท์ที่ม้วนบรรจุในกล่องขนาดพกพา&lt;br /&gt;* สายไฟกระแสสลับ (AC) ยาวประมาณ 20 ฟุต&lt;br /&gt;* อะแดปเตอร์ 2 ชุด (ชุดหนึ่งพกพาไปพร้อมกับเครื่องโน้ตบุ๊ก ส่วนอีกชุดหนึ่งเก็บไว้กับสัมภาระเผื่อใช้ในกรณีที่จำเป็น)&lt;br /&gt;* แบตเตอรี่สำรองที่ชาร์จไฟไว้เต็มที่&lt;br /&gt;* อะแดปเตอร์สำหรับใช้ในรถยนต์และเครื่องบิน&lt;br /&gt;* อุปกรณ์ Inverter ภายในรถยนต์ (หากคุณไม่ใช้อะแดปเตอร์สำหรับรถยนต์)&lt;br /&gt;* ชุดการ์ด PCMCIA ที่จำเป็น โดยถอดออกจากตัวเครื่อง และแยกเก็บไว้ต่างหาก&lt;br /&gt;- ข้อแนะนำในการเดินทาง&lt;br /&gt;* ถอดอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ ที่ไม่จำเป็นออกให้หมด และเก็บให้เรียบร้อย&lt;br /&gt;* ลดความสว่างของจอภาพเท่าที่เป็นไปได้&lt;br /&gt;* ปรับค่าสมรรถนะของใช้งานหน่วยประมวลผลหรือซีพียูให้เหมาะสม เมื่อทำงานโดยใช้แบตเตอรี่&lt;br /&gt;* ตรวจสอบจุดต่อสายไฟและจุดต่อสายโทรศัพท์บนเครื่องบินหรือสถานที่อื่นๆ ทุกครั้งที่เดินทาง เมื่อคุณตรวจสอบรายการต่างๆ เหล่านี้เรียบร้อยแล้ว คุณก็สามารถมั่นใจและพร้อมที่จะใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กของคุณได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งยังประหยัดพลังงานแบบสุดๆ เพื่อช่วยให้การทำงานและธุรกิจ ของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กได้ยาวนานยิ่งขึ้น&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6128968588674991542-8175565533403231169?l=driver2notebook.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://driver2notebook.blogspot.com/feeds/8175565533403231169/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6128968588674991542&amp;postID=8175565533403231169' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/8175565533403231169'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/8175565533403231169'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://driver2notebook.blogspot.com/2008/10/notebook_5762.html' title='แนะนำการเลือกซื้อ Notebook'/><author><name>topcctv</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06927922712329235299</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6128968588674991542.post-6007941505489337442</id><published>2008-10-29T02:29:00.000-07:00</published><updated>2008-10-29T02:32:09.119-07:00</updated><title type='text'>วิธีการเลือกซื้อ Notebook</title><content type='html'>ข้อคิดก่อนจะซื้อ Notebook&lt;br /&gt;แบรนด์ดัง ย่อมแพง แต่ก็ตอบแทนด้วยคุณภาพดี และระยะยาวปัญหาจุกจิกกวนใจน้อย แต่ทุนจำกัดก็จำเป็นต้องเลือกแบรนด์กลางๆ ให้ดูที่ Warranty เป็นหลัก เอาแบบ 3ปีได้ดีที่สุด แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็น 1 ปี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนจ่ายตังค์ ถามย้ำให้มั่น มีใบ VAT และเอกสารรับประกันที่เรียบร้อย เพราะส่วนใหญ่เกือบ 100% ร้านจะบอกว่า ไม่ต้องใช้หรอกใบเสร็จ ศูนย์จะตรวจจากวอยบนสินค้า ซึ่งโกหก ตอแหล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนซื้อต้องได้เปิดเป็น 1 ชั่วโมงอย่างต่ำ ดูความร้อนบริเวณวางมือพักตอนพิมพ์ และปัญหาไฟรั่ว ถ้าร้อนและคุณยังทนได้ (ถ้าไม่กลัวมือด้าน) ก็ถือว่า OK&lt;br /&gt;ตรวจ Dead / Hot Pixels ง่ายๆ ก็คือทำให้เดสก์ทอปเป็นสีพื้น สำคัญนะ ทำทุกสี อย่าเชื่อผู้ขายว่า ทำสีดำก็พอ ตอแหลอีกครับ สำหรับผมจะมีโปรแกรมทดสอบ Dead Pixels หากใครต้องการก็ติดต่อมานะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อันนี้ตรวจยากมาก การชาร์จแบต เพราะกว่าจะเต็ม กว่าจะคายหมด ก็ล่อไปเกินครึ่งวันแล้ว ให้ตรวจภายใน 7 วัน และย้ำกับทางร้านว่า ถ้าสินค้ามีปัญหาเปลี่ยนตัวใหม่ใน 7 วัน เป็นลายลักษณ์อักษรนะครับ ไม่เช่นนั้นจะถูกหักหลังได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ram ครับ ไม่น่าเชื่อ เขาถอดแรมของจริงไปขายกันครับ แล้วใส่แรมปลอมให้ ต้องให้คนรู้เก่งสักหน่อยนะ เรื่องนี้ ไปเป็นเพื่อน ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี&lt;br /&gt;ไม่น่าเชื่ออีกนั้นแหละ สาย AC ของ adapter ชอร์ตจนขาดข้างในได้ครับ ไม่อยากเอ่ยยี่ห้อ แต่เป็นมากกว่า 1 ยี่ห้อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตรวจสภาพตัวถัง คีย์ รูเสียบให้ดี มีบิดเบี้ยว ถลอก หรือรอยขูดงัดใดๆ หรือไม่&lt;br /&gt;OS ที่มากับเครื่องตรงไหม ลองใช้แผ่น Recovery CD ด้วยใน 7 วันนั้น&lt;br /&gt;รีบลงทะเบียนกับศูนย์ หรือโทรไปขอข้อมูล (โดยเฉพาะก่อนซื้อ) บางเรื่องรู้หลังซื้อแล้วก็ต้องร้องไห้อย่างเดียว&lt;br /&gt;เช็ครายการสินค้าที่มีมาให้ครบ ยอมเสียเวลาหน่อย พวกสาย พวก manual พวก CD/DVD&lt;br /&gt;ลองให้หมดทุกอย่างที่มีบนเครื่อง ใน 7 วันที่ยังเปลี่ยนเครื่องได้ ใช้ทุกพอร์ต ทุกรู ลงซอฟต์แวร์ที่ต้องใช้งาน และลอง burn-in ถ้าแรมไม่ดี ฮาร์ดดิสก์แย่ๆ ก็จะป๊อกหยุดแฮงก์ไปเลย รีบเอาไปเปลี่ยนเครื่องใหม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และนี่อีกครับ&lt;br /&gt;ยี่ห้อที่บริการดีขั้นยอดเยี่ยม -&gt; Fujitsu &gt; IBM&lt;br /&gt;ถ้าซื้อแบบมี vat เรื่องบิลก็สำคัญครับ ควร check ชื่อ วันที่ซื้อ และราคาให้ตรงกับความเป็นจริงครับ แนะนำให้ต่อราคาก่อน vat เยอะๆ&lt;br /&gt;ตรวจดูการทำงานของลำโพง keyboard ทุกปุ่ม ลองเปิด word ดูแล้วลองพิมพ์ดูว่าขึ้นทุกปุ่มมั้ย การยุบ-เด้งเป็นปกติหรือเปล่า เปิด programs หลายๆ โปรแกรม เช่น photoshop + ACDSee + Winamp + Word ลองเล่นสลับไปมาดูว่า hang หรือเปล่า&lt;br /&gt;ตรวจ dead pixel ครับ โดย set wallpaper ให้เป็นสีตามต้องการ อาจจะดูแม่สีให้ครบก็พอใช้ได้ แดง/เหลือง/น้ำเงิน/ขาว/ดำ ดูว่ามีจุดสีแบบไหนโผล่มาแปลกๆ หรือเปล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แบตให้ลองใส่ดูและลองเสียบสายชาร์จดูครับว่าไฟเข้าหรือเปล่า ลองเล่นไปสักพักแล้วลองดึงสายไฟออกขณะเปิดเครื่องอยู่ ถ้ายังใช้งานได้ตามปกติก็ ok ภายใน 7 วันรีบลองใช้งานให้ครบทุกแบบ อย่าลืมขอสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรว่ายอมให้เปลี่ยนเครื่องได้ถ้ามีปัญหาภายใน 7 วันไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น&lt;br /&gt;ให้ช่างลองเปิดแรมดู สังเกต void ที่ติดบนแรมว่าเป็นที่เดียวกับเครื่องหรือเปล่า ถ้าใช่ก็ ok ครับ&lt;br /&gt;สาย AC ที่ pack อยู่ในกล่องมีการเก็บที่เรียบร้อยหรือเปล่า ลองเอามาเสียบใช้งานดู ลองขยับบริเวณตรงก้อนๆ สีเหลี่ยมและบริเวณหัวเสียบทั้งค้านหัวและด้านท้าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สังเกตดูว่าการชาร์จไฟยังปกติหรือเปล่า ถ้าปกติก็ใช้ได้ครับ ยี่ห้อที่มีปัญหาผมก็พอรู้ครับ ถ้าใครอยากรู้ mail มาถามได้ครับ&lt;br /&gt;ลองดูบริเวณขั้วเสียบแบตและบริเวณปุ่มยางรองใต้เครื่องว่ามีรอยมากหรือเปล่า ลองพลิกดูรอบๆ เครื่องๆ ด้วยครับ&lt;br /&gt;ถ้าเป็นแบบมี licence windows มาด้วยอย่าลืมขอแผ่น cd มาด้วยนะครับ ลอง check ดูว่าที่ลงในเครื่องเป็นตัวของเราจริงๆ และต้องมี sticker licence มาด้วยนะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนซื้อโทรไปศูนย์ check ข้อมูลเครื่องที่จะซื้อ ดู serial number ได้ที่ใต้เครื่องนะครับ&lt;br /&gt;ในคู่มือที่แถมมาในกล่องจะบอกว่าแถมอะไรมาบ้าง ลองตรวจดูให้ครบครับ หรือ check ได้จาก web ของแต่ละยี่ห้อก็ได้ครับ&lt;br /&gt;ลองเปิดเครื่อง เปิดเครื่องทิ้ง ไว้ซัก 1-2 วันดูนะครับ อาจจะทำการ defrag ไปพร้อมๆ กับเล่น winamp ก็ได้ ส่วนใหญ่ถ้ามีปัญหาจะพบในช่วงนี้ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และต่อด้วย 3 ขั้นตอน ก่อนการจะซื้อครับ …..&lt;br /&gt;แบ่งออกเป็น 3 ส่วน&lt;br /&gt;ช่วงตัดสินใจ&lt;br /&gt;ช่วงได้รับเครื่อง&lt;br /&gt;ช่วงนำเครื่องมาถึงที่บ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ช่วงตัดสินใจ=================จดรายการคำถามเป็นข้อๆ เป็นคำถามที่เราสงสัย และต้องใช้ประกอบการตัดสินใจ เช่น&lt;br /&gt;รุ่น 5555 มีปุ่มเล่น cd โดยไม่บูต win มั๊ยครับ&lt;br /&gt;รุ่น 555 มีอินฟราเรดมั๊ย&lt;br /&gt;ลองฟังเสียงจากลำโพงแต่ละรุ่นดูสิ&lt;br /&gt;แถมอะไรบ้าง แถมแรมเปล่า แฟลชไดรฟ optical mouse&lt;br /&gt;แรมที่เทินหมดประกันไปเลย หรือยังรับประกันศูนย์ด้วยมั๊ย&lt;br /&gt;แรมที่เพิ่มจะอยู่ในส่วนรับประกันแรมด้วยหรือไม่&lt;br /&gt;HD จะเพิ่มได้มั๊ยครับ ขอทราบราคาถ้าเพิ่มเป็น 80G และ 100G ยี่ห้อ xxxx เหมือนเดิมมั๊ย&lt;br /&gt;HD ที่เทิน หมดประกันไปเลย หรือยังรับประกันศูนย์ด้วยมั๊ย&lt;br /&gt;มีปัญหาภายใน 7 วัน จะเปลี่ยนเครื่องใหม่ให้เลยมั๊ย&lt;br /&gt;มี dead pixel เปลี่ยนให้มั๊ยครับ&lt;br /&gt;ครบ 3 ปีแล้ว จะต่อประกันได้มั๊ยครับ ถ้าได้ปีละกี่บาท&lt;br /&gt;adaptor + bat อยู่ในเงื่อนไขรับประกัน 3 ปีด้วยมั๊ย&lt;br /&gt;อะไรบ้างที่ไม่รับประกัน&lt;br /&gt;มีใบ VAT ตอนซื้อมี๊ย&lt;br /&gt;สรุปราคาจากผู้ที่ซื้อมาแล้ว อันนี้ผมจะคุยผ่านเว็บ pantip ครับซึ่งเพื่อนชาวพันทิพน่ารักมาก คอยตอบคำถามเสมอ ขอบคุณนะครับผมสรุปราคาแล้ว print ไปด้วยตอนซื้อ ตอนแรกผมบอกเพิ่มนั่นเพิ่มนี่ เค้าก็คำนวณออกมาแพงมากๆๆๆ ปมเลยบอกว่า เพื่อนๆ ผม (ชาวพันทิพ กลายเป็นเพื่อนอัตโนมัติ) ซื้อมาราคาเท่านี้นะผม print spec + ของแถม + ราคารวม สุดท้ายราคาจึงตกลงมาเท่ากับที่เพื่อนบอก ต่างกันเป็นหมื่นเลยครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. ช่วงได้รับเครื่อง======================&lt;br /&gt;ใบรับประกัน สอบถามการส่งและลงทะเบียน เงื่อนไขการรับประกัน เช็คให้ละเอียด&lt;br /&gt;ใบ VAT check ชื่อ วันที่ซื้อ และราคาให้ตรงกับความเป็นจริง ให้เซลล์เย็บนามบัตรติดกับใบเสร็จไว้&lt;br /&gt;ตรวจสอบรายการของที่ให้มาจาก list กล่อง พวกสาย พวก manual พวก CD/DVD ในคู่มือที่แถมมาในกล่องจะบอกว่าแถมอะไรมาบ้าง&lt;br /&gt;ทดสอบเสียบสาย AC ของ adapter ขยับบริเวณตรงก้อนสีเหลี่ยมและบริเวณหัวเสียบทั้งค้านหัวและด้านท้าย สังเกตดูว่าการชาร์จไฟยัง ปกติหรือเปล่า ถ้าปกติก็ใช้ได้&lt;br /&gt;บานสวิงต้องแน่น ไม่หลวมแต่อาการแน่นต้องไม่มีเสียงดังแบบติดๆขัดๆอะไร รอยน็อต บานพับ แข็งแรงดีไหม&lt;br /&gt;ตรวจสภาพตัวถัง คีย์ รูเสียบให้ดี มีบิดเบี้ยว ถลอก หรือรอยขูดงัดใดๆ หรือไม่ ดูบริเวณขั้วเสียบแบตและบริเวณปุ่มยางรองใต้เครื่องว่ามีรอยมากหรือเปล่า ลองพลิกดูรอบๆ เครื่องๆ ด้วยครับ&lt;br /&gt;เปิดแรมดู สังเกต void ที่ติดบนแรมว่าเป็นที่เดียวกับเครื่องหรือเปล่า ถ้าใช่ก็ ok ครับ&lt;br /&gt;ถ้าเป็นแบบมี licence windows มาด้วยอย่าลืมขอแผ่น cd มาด้วยนะครับ ลอง check ดูว่าที่ลงในเครื่องเป็นตัวของเราจริงๆ และต้องมี sticker licence มาด้วยนะครับ&lt;br /&gt;ก่อนซื้อต้องได้เปิดเป็น 30 นาที ดูความร้อนบริเวณวางมือพักตอนพิมพ์ และปัญหาไฟรั่ว ถ้าร้อนและคุณยังทนได้ก็ถือว่า OK&lt;br /&gt;ตรวจ Dead/Hot Pixels ทำให้เดสก์ทอปเป็นสีพื้น ทำทุกสี แดง/เหลือง/น้ำเงิน/ขาว/ดำ/เทา ทำในห้องมืด ดูว่ามีจุดสีแบบไหนโผล่มาแปลกๆ หรือเปล่า&lt;br /&gt;ตรวจ spec CPU, RAM จำนวนเท่าที่เราสั่งไปหรือเปล่า&lt;br /&gt;ตรวจดูการทำงานของลำโพง keyboard ทุกปุ่ม ลองเปิด word ดูแล้วลองพิมพ์ดูว่าขึ้นทุกปุ่มมั้ย การยุบ-เด้งเป็นปกติหรือเปล่า&lt;br /&gt;เปิด programs หลายๆ โปรแกรม เช่น photoshop + ACDSee + Winamp + Word ลองเล่นสลับไปมาดูว่า hang หรือเปล่า&lt;br /&gt;ย้ำกับทางร้านว่า ถ้าสินค้ามีปัญหาเปลี่ยนตัวใหม่ใน 7 วัน ขอสัญญาเป็นเป็นลายลักษณ์อักษรรว่ายอมให้เปลี่ยนเครื่องได้ถ้ามีปัญหาภายใน 7 วันไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. ช่วงนำเครื่องมาถึงที่บ้าน===================&lt;br /&gt;การชาร์จแบต เพราะกว่าจะเต็ม กว่าจะคายหมด ก็ล่อไปเกินครึ่งวันแล้ว ให้ตรวจภายใน 7 วันแบตให้ลองใส่ดูและลองเสียบสายชาร์จดูครับว่าไฟเข้าหรือเปล่า ลองเล่นไปสักพักแล้วลองดึงสายไฟออกขณะเปิดเครื่องอยู่ถ้ายังใช้งานได้ตามปกติก็ ok ภายใน 7 วันรีบลองใช้งานให้ครบ&lt;br /&gt;การชาร์จในตอนแรกที่ได้รับแบตมานั้น NiCD , NI-HM นั้นใช้ชาร์จ 12 - 14 ชม. 3 ครั้งทุกครั้งใช้แบตให้หมดเพื่อเป้นการกระตุ้นธาตุ Ni ครับ ส่วน Li-ion และ Li-Poly นั้นไม่ต้องครับ แค่ทำให้มันเต็มหรือชัวช์ๆ ก็ 3 ครั้งแรกชาร์จสัก 6 ชม. ก็พอครับ แต่ Li-ion อย่าทำให้แบตหมดเกลี้ยงเป็นอันขาดนะครับ เพราะจะทำให้แบตเสียได้ ส่วน Li-Poly นั้นแก้ไขส่วนนี้มาแล้ว และเป็นแบตที่มีน้ำหนักเบากว่า Li-ion ครับ&lt;br /&gt;OS ที่มากับเครื่องตรงไหม ลองใช้แผ่น Recovery CD ด้วยใน 7 วันนั้น&lt;br /&gt;โทรถามกะทางศูนย์ล่ะครับว่า Serial เครื่องของคุณมีปัญหาอะไรมั้ย รีบลงทะเบียนกับศูนย์ หรือโทรไปขอข้อมูล (โดยเฉพาะก่อนซื้อ) บางเรื่องรู้หลังซื้อแล้วก็ต้องร้องไห้อย่างเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนซื้อโทรไปศูนย์ check ข้อมูลเครื่องที่จะซื้อ ดู serial number ได้ที่ใต้เครื่องนะครับ&lt;br /&gt;ดูเครื่อง ร้อน (กรณีที่ผิดปกติ) ให้ ลอง เอา หยด น้ำ 1 หยด หยดไป ตรง ด้าน ขวาล่าง ของ Touch pad ประมาณ 2.5 ซม.ถ้าเครื่อง ที่ไม่มีปัญหา และ ถ้าเป็น centrino ด้วย น้ำจะต้องไม่แห้งก่อน 3 นาที หลังจากหยดไปแล้วถ้า แห้งก่อน 3 นาที ให้ เปลี่ยนเครื่องเลยครับ ระบบ ระบายความร้อน หรือ ไม่ก้อ cpu มีปัญหา ครับ เพราะ โดน ทั้วไปแล้ว น้ไจแห้ง ประมาณ 5- 6 นาทีหลังจากที่ หยดไปแล้วครับผมว่าซ้ายหรือขวา ขึ้นอยู่กับเครื่องนั้นๆ มากกว่า ว่า Harddisk อยู่ตรงไหน ปกติแล้วตำแหน่งใกล้ๆ touchpad เป็นช่องใส่ harddisk ของ notebook ถ้าใส่ด้านไหนก็ร้อนด้านนั้น อีกด้านเป็น Battery&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลองให้หมดทุกอย่างที่มีบนเครื่อง ใน 7 วันที่ยังเปลี่ยนเครื่องได้ ใช้ทุกพอร์ต ทุกรู ลงซอฟต์แวร์ที่ต้องใช้งาน และลอง burn-inถ้าแรมไม่ดี ฮาร์ดดิสก์แย่ๆ ก็จะป๊อกหยุดแฮงก์ไปเลย รีบเอาไปเปลี่ยนเครื่องใหม่ copy CD จากแผ่นลง NB ลองเปิดเครื่อง burn-in ไว้ซัก 1-2 วันดูนะครับ อาจจะทำการ defrag ไปพร้อมๆ กับเล่น winamp ก็ได้ ส่วนใหญ่ถ้ามีปัญหาจะพบในช่วงนี้ครับ&lt;br /&gt;ขอขอบคุณ อ้างอิงจาก http://www.kyo.pbro.moph.go.th/information/buynotebook.htm&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6128968588674991542-6007941505489337442?l=driver2notebook.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://driver2notebook.blogspot.com/feeds/6007941505489337442/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6128968588674991542&amp;postID=6007941505489337442' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/6007941505489337442'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/6007941505489337442'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://driver2notebook.blogspot.com/2008/10/notebook_29.html' title='วิธีการเลือกซื้อ Notebook'/><author><name>topcctv</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06927922712329235299</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6128968588674991542.post-3160334824144755329</id><published>2008-10-28T12:02:00.000-07:00</published><updated>2008-10-28T12:09:00.864-07:00</updated><title type='text'>แนวทางการเลือกซื้อ Notebook สำหรับมือใหม่</title><content type='html'>ซีพียู ที่ผลิตมาใช้งานกับโน้ตบุ๊กและเป็นที่นิยมจริงๆ มีอยู่ 2 ค่ายด้วยกัน คือ อินเทล (Intel) และ เอเอ็มดี (AMD) ในตลาดเดี๋ยวนี้ซีพียูอินเทลหลักๆ แล้วจะมีอยู่ด้วยกัน 4 รุ่น คือ Celeron M, Pentium 4 , Pentium M และ Core ส่วนที่อยากแนะนำให้ใช้จะเป็นพวก Intel Core Duo หรือ Core 2 Duo ทั้ง 2 ตัวนี้ทำงานได้ดีกว่า Celeron M กับ Pentium M ในระดับความเร็วที่เท่ากัน แถมความร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวเครื่องยังน้อยกว่าเยอะด้วย ความเร็วที่แนะนำ หากใช้งานทั่วไปดูหนังฟังเพลงใช้ที่ไม่ใช่โปรแกรมกราฟฟิกเช่น 3DMAX ไม่ควรต่ำกว่า Core Duo 1.6 GHz  หรือ Pentium M  1.8 GHz หรือ Celeron M  2.0 GHz แต่จริงๆ ควรกำหนดคุณสมบัติต่างๆ ให้สูงไว้ก่อนเนื่องจากการ upgrade ที่หลังจะค่อนข้างลำบาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อเปรียบเทียบ Intel VS&lt;br /&gt;AMDTurion64x2 นั้นประสิทธิภาพมันไม่สามารถเทียบได้กับ core2duo ที่ความเร็วเดียวกัน ประสิทธิภาพต่างกันราวๆ 10-20% แต่สำหรับ core duo แล้ว Turion64x2 ยังคงเหนือกว่าประมาณ5-10%  แถมราคาก็ไกล้เคียงกัน แถมยังรองรับ 64บิตด้วย จึงไม่แนะนำ core duo เพราะมันแค่32บิต ไม่คุ้มกับการซื้อแน่นอนสำหรับในโน๊ตบุคระดับกลาง Turion64x2 น่าจะดูสมเหตสมผลสุด เพราะราคาคุ้มค่าสุด และประสิทธิภาพก็นับว่าแรงพอตัวอยู่แล้ว สำหรับงานทั่วๆไปไม่ว่าจะเล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง ตัดต่อ (แต่พวกงานกราฟฟิกนี่ไม่แนะนำ เพราะมันสู้ Core2Duoไม่ได้)ส่วนราคาประหยัดนั้นลองมองหา Pentium Dual Core  คุ้มกว่า Celeron แน่นอนและก็ราคาถูกกว่า Core Duo ด้วย แถมประสิทธิภาพก็ไกล้เคียงในราคาที่ถูกกว่า แต่ถ้าจะประหยัดสุดๆแนะนำ Sempron  คุ้มค่ากว่า Celeron แน่ๆ เพราะราคาถูกกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระบบบัส (FSB)&lt;br /&gt;เปรียบได้กับหลอดดูดยิ่งรูกว้างดูดนิดเดียวก็เต็มปากแล้ว ในตลาดเดี๋ยวนี้มีสองแบบ คือ 533 กับ 667 อันนี้พิจารณาง่ายยิ่งตัวเลขมากเท่าไหร่ยิ่งมีกำลังส่งข้อมูลได้เร็วเท่านั้นหากใช้งานทั่วไปแค่ 533 ก็พอ แต่ถ้าอยากเล่นเกมส์ให้สะใจก็เลือก 667&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชิปเซต&lt;br /&gt;ถ้าเป็น CPU ประเภท Core ให้ใช้ Mobile Intel 945 Express เพราะชิปเซตอัพเกรดไม่ได้ ซื้อของดีไปเลยดีกว่า แต่ถ้าเห็นรุ่นที่เป็นเลขแปดเช่น Intel 855 ก็ไม่ต้องตกใจเพราะรุ่นแปดใช้กับ CPU Pentium M หากต้องการเลือกใช้ Pentium M ก็ให้เลือกชิปเซตที่มีรหัสตัวเลขมากๆ ไว้ก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หน่วยความจำ(RAM)&lt;br /&gt;อันนี้ยิ่งเยอะยิ่งดีเพราะทำหน้าที่คล้ายสมุดพกจดข้อความสำคัญ เทียบง่ายๆ หากมีการจดบันทึกไว้ในสมุดพกติดตัว เวลาเราหาอะไรไม่เจอก็สามารถหยิบขึ้นมาดูได้ทันทีไวกว่าที่จะต้องไปรื้อหาสมุดหนังสือที่เราเก็บเอาไว้ในลัง(Harddisk)  ในตลาดเดี๋ยวนี้ RAM ยังมีให้เลือกระบบบัสอีก 2 แบบ คือ 533 กับ 667 (ระบบบัสที่กล่าวไปแล้ว) ขนาดไม่ควรต่ำกว่า 512 MB แต่ถ้าใช้ Windows Vista ไม่ควรต่ำกว่า 1GB&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฮาร์ดดิสก์ (Harddisk)&lt;br /&gt;ความจุ Harddisk ในปัจจุบัน เริ่มต้นที่ 80 GB ขึ้นไป สำหรับผู้ที่ใช้งานทั่วๆ ไป แต่ถ้าทำงาน graphic น่าจะใช้ประมาณ 120 หรือ 160GB&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชิปกราฟฟิก&lt;br /&gt;แล้วแต่การใช้งาน ถ้าใช้งานประเภทกราฟฟิกหนักๆ หรือเล่นเกมส์หนักๆ เล่นบนเครื่อง PC จะดีกว่า  หากเป็นชิปที่ติดมากับชิปเซต (on board) ที่ใช้ได้ดีในปัจจุบันได้แก่  Intel Graphics Media Accelerator 950 (GMA 950) ติดมากะชิปเซต 945 ที่กล่าวไปข้างต้น  ซึ่งมีระบบเซฟพลังงานแบทเตอรี่ให้ใช้ได้นานขึ้น และได้เสริมความสามารถให้สูงขึ้นกว่า GMA 900 สำหรับชิปกราฟฟิกแยกต่างหาก ขอแยกเป็น 2 บริษัท ของค่าย Nvidia เลือก Geforce GO 7300 ขึ้นไป(ตัวเลขเยอะๆ ดี) ถ้าเป็นของค่าย ATI ของเป็น Radeon Xpress 1150 128 ขึ้นไป ซึ่งชิฟกราฟฟิกสูงเท่าไหร่ก็ยิ่งกินไฟเท่านั้น เมือนำเปรียบเทียบระยะเวลาการใช้แบตเตอรี่ของชิปเร่งกราฟฟิก(GMA) กับชิปกราฟฟิกแยกแล้วพบว่า notebook ที่มีชิปกราฟฟิกแยกจะใช้งานได้นานสุด 3 ชั่วโมง ส่วน notebook ที่ใช้ชิปเร่งกราฟฟิก(GMA)จะสามารถใช้งานได้นานสุด 4 ชั่วโมง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; Network Card หรือ wireless&lt;br /&gt;สำหรับคุณสมบัติที่ควรเลือกของระบบ wireless นั่นคือความเร็ว ปัจจุบันควรจะเลือกรุ่นที่เป็น 802.11g ซึ่งจะมีความเร็วที่ 54 kpbs สำหรับรุ่นเก่าคือ 802.11b ซึ่งมีความเร็วแค่ 11 kbps สำหรับโมเดม โดยส่วนใหญ่จะถูกติดตั้งมาให้เลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จอภาพ&lt;br /&gt;เป็นส่วนที่บอบบางที่สุดของ notebook เสียง่าย จอภาพแบ่งเป็น 3 ประเภท&lt;br /&gt;1.Passive Matrix - จอภาพนี้แสดงได้เพียงสีโทนขาวดำเท่านั้น&lt;br /&gt;2.จอสีแบบ Passtive Matrix - ราคาจะต่ำ และถ้ามองผิดมุมจะมองภาพไม่เห็นด้วย จอภาพชนิดนี้ยังแบ่งได้อีก 2 แบบคือ Dual-Scan Passive Matrix (ดีกว่า) และ Single-Scan Passive Matrix จอภาพ Passive Matrix เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า STN (Super Twist Nematic)&lt;br /&gt;3.Active Matrix - จอภาพนี้จะให้ความสว่างและสีที่ดีกว่า มุมมองก็กว้างกว่าด้วย เหมาะสำหรับงานพรีเซ็นเทชั่น จอภพาแบบนี้ บางครั้งเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า TFT (Thin Film Transissor)&lt;br /&gt;วิวัฒนาการของจอภาพแบบแอลซีดีได้ถูกพัฒนาไปมากกว่าแต่ก่อน จึงทำให้เราได้เห็นคุณภาพของแอลซีดีที่มีมุมมองได้ในทุกๆ ด้าน ในการเลือกนั้น คุณควรจะมองหาโน้ตบุ๊กที่มีจอภาพเป็นแบบ Active Matrix Display ซึ่งด้วยเทคโนโลยีที่ว่านี้จะทำให้ได้ภาพที่คมชัดและสว่างกว่าแบบ Passive Matrix และก็อีกเช่นเคย ราคาของมันก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย แต่จะว่าไปแล้ว มันเป็นส่วนหนึ่งของโน้ตบุ๊กที่มีความเปราะบางและแพงที่สุดเลยทีเดียว ดังนั้นจึงต้องจำไว้ว่า คุณไม่ควรที่จะจับหน้าจอของคุณหรือของใครเลย ถ้าต้องการที่จะทำความสะอาดมันแล้วล่ะก็ เพียงเช็ดเบาๆ ด้วยผ้าที่สะอาดและนุ่ม และ ก็ไม่ควรใช้ของเหลวใดๆ เช็ดเลย ไม่ว่าจะเป็นน้ำยาทำความสะอาดก็ตามที ผู้ผลิตบางรายได้พัฒนาระบบ Passive Matrix แล้ว เพื่อไม่ให้ราคาของ โน้ตบุ๊ก นั้นสูงจนเกินไป จอแบบ Passive Matrix ที่ได้ถูกพัฒนาแล้วหรือเป็นจอแอลซีดีแบบ HPA (High Performance Addressing) จะสว่างกว่า และจะแสดงผลได้ละเอียดกว่าจอแบบ Passive Matrix แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ขอแนะนำให้คุณได้เลือกใช้จอภาพแบบ Active Matrix Display จะดีกว่า เพื่อความคมชัดในทุกมุมมอง ส่วนในเรื่องขนาดของจอภาพนั้น แน่นอนว่าจอภาพยิ่งใหญ่เท่าไร ราคาของมันก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น โน้ตบุ๊กบางยี่ห้อ ทำสเปคออกมาทุกอย่างเหมือนกันหมด แต่จะทำออกมาสองรุ่นโดยจะมีความต่างกันที่ขนาดของจอภาพ ถ้าจะให้เลือกขนาดของจอภาพก็น่าจะดูที่ระดับขนาด 14" เพราะจะให้ความสบายกว่าจอขนาดเล็ก แต่ถ้าต้องการความยิ่งใหญ่ ก็ต้องมองๆ ไปที่ระดับ 17" ซึ่งคุณก็จะต้องจ่ายแพงกว่าตามไปด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;CD-ROM DVD-ROM&lt;br /&gt; แนะนำแค่ 2 แบบ คือ COMBO Drive ซึ่งหมายถึง DVD + CD-RW หมายถึง เครื่องเล่นที่สามารถบันทึกแผ่น CD-R, CD-RW ได้ รวมทั้งสามารถเล่นแผ่น DVD หรืออีกอันคือ DVD-write ตัวนี้สามารถเล่นและ บันทึกแผ่น DVD ได้ ปัจจุบันจะมีแบบไม่ต้องเปิดเครื่องก็ดูหนังได้ฟังเพลงได้เลยแต่ราคาก็สูงตามไปด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แบตเตอรี่ แบ่งได้ 3 แบบ&lt;br /&gt;1.นิกเกิลแคดเมียม (NiCd) - มีอายุการใช้งาน 1 - 2 ชั่วโมง ปัจจุบันไม่เป็นที่นิยมแล้ว และการชาร์จไฟ ต้องรอให้แบตหมดก่อน และโดยเฉพาะสารแคดเมียมในแบตเตอร์รี่ยังมีอันตรายอีกด้วย&lt;br /&gt;2.นิกเกิลไฮตราย (NiMH) - มีอายุการใช้งาน 2- 3 ชั่วโมง แบตฯ สามารถอัดไฟได้ตลอดเวลาตามต้องการ&lt;br /&gt;3.ลิเธียมไออน - มีอายุการใช้งาน 4 - 5 ชั่วโมง แบตฯมีอายุการใช้งานนานที่สุดและราคาก็แพงด้วยในตลาดปัจจุบันจะติดตั้งแบบที่ 3 มาให้เลย แบบที่ 1 กะ 2 ไม่เห็นแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บริการหลังการขาย&lt;br /&gt;เมื่อคุณกำลังจะตัดสินใจเลือกซื้อโน้ตบุ๊ก สิ่งที่จะต้องคำนึงถึงและขาดไม่ไปไม่ได้เลยนั้นก็คือ "การรับประกัน" การรับประกันที่ดีเยี่ยมที่สุดตอนนี้ก็น่าจะ อยู่ที่การรับประกันชิ้นส่วนและบริการ  รวมทั้งบริการการแนะนำทางโทรศัพท์ และบริการการซ่อมเครื่องที่มีศูนย์บริการอยู่ตามห้างไอทีต่างๆ รวมทั้งที่ เป็นตัวแทนจำหน่าย ก็อยากจะให้ศึกษาดูเงื่อนไขในการรับประกันให้ สงสัย ตรงส่วนใดก็ถามไปตรงๆ เลยไม่ต้องไปอ้อมค้อมครับ เพราะสมัยนี้บริการหลังการขายเข้ามามีบทบาท ในการเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าด้วยแทบทั้งนั้นครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อแนะนำ&lt;br /&gt;ก่อนตัดสินใจซื้อโน้ตบุ๊กสักเครื่อง ควรพิจารณาจากงบประมาณและการใช้งานให้เหมาะสมกับตัวเองดีที่สุดครับ บางคนใช้เล่นอินเตอร์ พิมพ์งานอย่างเดียว ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องแพงๆ สเปคสูงๆ มากนัก เพราะเมื่อครบระยะเวลาการรับประกัน (1 ปี หรือ 3 ปี) ราคาอะไหล่บางอย่างจะมีราคาสูงมากจนไม่อยากจะซ่อมกันเลยล่ะครับ  โน็ตบุ๊กบางยี่ห้อสามารถซื้อประกันเพิ่มจาก 1 ปี เป็น 3 ปีได้ โดยเพิ่มเงินอีกเพียง 3-4 พันบาท ซึ่งคุ้มค่ากว่าแน่นอน แต่ยังมีน้อยคนนักที่จะเห็นความสำคัญของการซื้อประกันเพิ่ม แต่หากมีงบประมาณเหลือ และต้องการเล่นเกมส์ ก็เลือกแบบสเปคสูงๆ ไปเลยครับ เพราะคุณสามารถอัพเกรดได้แค่บางอย่างเท่านั้น เช่น แรม หรือ ฮาร์ดดิสก์ นอกจากนั้นจะไม่สามารถเปลี่ยนอะไรได้เลย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6128968588674991542-3160334824144755329?l=driver2notebook.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://driver2notebook.blogspot.com/feeds/3160334824144755329/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6128968588674991542&amp;postID=3160334824144755329' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/3160334824144755329'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/3160334824144755329'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://driver2notebook.blogspot.com/2008/10/notebook_28.html' title='แนวทางการเลือกซื้อ Notebook สำหรับมือใหม่'/><author><name>topcctv</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06927922712329235299</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6128968588674991542.post-4680318087846654709</id><published>2008-10-28T11:56:00.000-07:00</published><updated>2008-10-28T11:58:07.351-07:00</updated><title type='text'>16 ข้อ น่ารู้เกี่ยวกับ Notebook</title><content type='html'>1. หากทำน้ำหกใส่ Notebook ของคุณ ให้คุณรีบปิดเครื่อง ถอดแบตออก ห้ามเปิดเครื่องโดยเด็ดขาด ! ห้ามใช้ไดเป่าผม หรือ สิ่งเป่าลมใดๆ ที่มีลมร้อน เป่าเครื่อง พยายามถอดชิ้นส่วนที่ถอดได้ของ notebook ออกมาให้หมด ห้ามนำไปตากแดด สามารถใช้ลมเย็นเป่าให้แห้งได้ เมื่อแน่ใจแล้วว่าเครื่องแห้งสนิทจริง ให้ลองใส่แบตแล้วเปิดเครื่อง หากเปิดติด แนะนำให้ save ข้อมูลของคุณโดยเร็วแล้วนำส่งช่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. การถอดแบต Notebook ใช้งานเวลาที่เสียบปลั๊กไฟโดยตรง เป็นการยืดอายุแบตเตอรี่ขึ้นมาได้จริง ( อาจจะยืดได้นิดนึง ) แต่หากช่วงที่ใช้งานนั้นเกิดไฟดับหรือไฟกระชาก เมนบอร์ดของ Notebook จะมีโอกาส เสียสูงมาก เพราะฉะนั้น เราจึงแนะนำให้ยอมให้แบตเสื่อมเร็วขึ้นอีกหน่อย แต่เครื่องใช้ได้ไปอีกนาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.มีคนเคยแนะนำว่า เวลาเสียบปลั๊ก notebook ให้นำตัวปลั๊กไฟ ไปเสียบกับ ปลั๊กไฟบ้านเสียก่อน จากนั้นค่อยนำเอาหัว Charger มาเสียบที่ตัว Notebook ทั้งนี้เพื่อ ให้ มีการปรับแรงดันไฟ ให้คงที่ก่อนที่จะจ่ายไฟเข้า notebook&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4.ใช้น้ำยาเช็ดหน้าจอ LCD ที่ ทำมาเพื่อใช้เช็ดจอ LCD เท่านั้น อย่าใช้ น้ำยาที่มีส่วนผสมของ แอลกอฮฮล์ เช็ด จอ LCD เด็ดขาด !&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5.การวาง Notebook เล่นบนเตียง หรือบนโซฟา อย่างที่ Notebook หลายๆ ยี่ห้อโฆษนากันอยู่นั้น ไม่เหมาะสมแต่อย่างใดเพราะ จะทำให้ Notebook ระบายความร้อนได้แย่ลง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6.กรณีที่ท่านใช้ Notebook ที่มี port usb อยู่ด้านหลัง ให้ระมัดระวังให้มาก เวลายกตัวเครื่อง ตรวจให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรเสียบอยู่กับ post usb ( ตัวผมเคยเจอประสบการณ์ตรง เสียบ flashdrive แล้วยก notebook เพื่อเอา Cooler pad ใส่ข้างใต้ ปรากฎว่า flashdrive งัด usb หัก ค่าซ่อม 3000 -4000 )ึ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7.หากท่านอ่านข้อ 6 ช้าเกินไป usb ของท่านได้หักไปแล้ว เราไม่แนะนำให้ท่านซ่อม แต่ให้ไปหา usb cardbus มาใส่แทนเหมือนผม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8.ลงทุนเลือกซื้อกระเป๋า notebook ที่ดีซะหน่อย เอาที่กันน้ำ กันกระแทกได้ดีๆ เพราะ notebook ของคุณซื้อมาราคาไม่ใช่ถูกๆ ลงทุนหน่อยกับแค่กระเป๋าใบเดียว เพื่อรักษา เงินที่คุณเสียไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;9.กรณีต้องไปต่างประเทศให้นำ Notebook เก็บให้มิดชิด หรือใส่กระเป๋าแล้วนำการบูนใส่เอาไว้ด้วย ไม่ใช่เพราะกลัวโดนโจรขโมย แต่ มดจะเข้าไปทำรัง แล้วถ้ามันตายบนแผ่นวงจร แล้วเราเปิด notebook ก็จะมีโอกาสพังเพราะวงจรช๊อตได้ ( อันนี้ประสบการณ์ตรงไป มาเก๊าไม่กี่วัน กลับมาเปิดคอมที มดออกมาเกือบ 100) Credit วิธีใช้ การบูร จากคนใน pantip ครับ จำชื่อไม่ได้ต้องขออภัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;10.บานพับ notebook เป็นส่วนที่มักจะจากไปก่อนเสมอโดยเฉพาะบางยี่ห้อ แนะนำว่าให้ใช้อย่างถนุถนอมมากที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;11. การ standby notebook ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการเคลื่อนย้ายหากต้องการเคลื่อนย้ายในระยะทางปานกลาง - ไกล แนะนำให้ hibernate หรือ shutdown ( เพื่อนผมคนนึง ใช้ notebook ได้โหดมาก คือพอจะต้องเคลื่อนย้าย ก็ standby ปิดฝาดังตึง เอาใส่กระเป๋า notebook ทั้งที่ standby เดินหิ้วไปเลย )&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;12. การ hibernate ช่วยให้คุณเปิดเครื่องเร็วขึ้นจนน่าตกใจ แต่นานๆ ทีก็ shutdown ซะมั่งนะ เพราะถ้าไม่ทำ เครื่องคุณก็จะอืดลงจนน่าตกใจเช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;13. บางครั้งคุณอาจจะตกใจที่ Notebook คุณทำงานไม่เต็ม speed เช่น ( ความเร็ว 1.6 ghz แต่มันกลับทำงานที่ 1.0 ghz ) ไม่ต้องตกใจเพราะ cpu ใน notebook ส่วนใหญ่จะมีการทำงานที่เรียกว่า speedstep ( ของ intel นะ ของ amd จำไม่ได้ )ซึ่งจะปรับความเร็วในการทำงานให้เหมาะสมกับงานเพื่อประหยัดพลังงาน ( ในรุ่นประหยัดมักไม่มีในส่วนนี้ )&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;14.ตอนซื้อ notebook หากเลือกได้แนะนำว่าเลือกที่ช่องระบายอากาศอยู่ทางด้านหลัง หรือด้าน ซ้าย เพราะ หากช่องอยู่ทางด้านขวาแล้วล่ะ ก็ เวลาคุณใช้ mouse เล่น จะรู้สึกได้ถึงความร้อน จนหงุดหงิดเลยทีเดียว ( ยกเว้นว่าคุณถนัดซ้าย )notebook ส่วนใหญ่ที่มาจากจีน ที่ระบายความร้อนจะอยู่ทางขวา อันนี้ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่คิดว่าอาจเพราะ คนจีนถนัดซ้ายกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;15.หากต้องการยืดการทำงานของแบต แนะนำให้ลดแสง จอ LCD , ปิด wireless จะใช้งานได้นานขึ้นอีก มากกว่า 15 นาที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;16.เคยมีคนบอกผมว่า Cooler pad ถ้าจำเป็นต้องใช้นานๆ หรือเปิดไว้ข้ามคืน ให้หา adapter มาแปลง usb ให้ใช้กับไฟบ้าน เพราะการเสียบ cooler pad หาก cooler pad นั้นดีไซน์มาไม่ดี จะทำให้ power supply ของ notebook ทำงานหนักมาก&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6128968588674991542-4680318087846654709?l=driver2notebook.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://driver2notebook.blogspot.com/feeds/4680318087846654709/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6128968588674991542&amp;postID=4680318087846654709' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/4680318087846654709'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6128968588674991542/posts/default/4680318087846654709'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://driver2notebook.blogspot.com/2008/10/16-notebook.html' title='16 ข้อ น่ารู้เกี่ยวกับ Notebook'/><author><name>topcctv</name><uri>http://www.blogger.com/profile/06927922712329235299</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
